ค่าใช้จ่ายในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเท่าไหร่? วิธีคำนวณค่าชาร์จบ้านและสถานีสาธารณะ

/
/
ค่าใช้จ่ายในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเท่าไหร่? วิธีคำนวณค่าชาร์จบ้านและสถานีสาธารณะ
ค่าใช้จ่ายในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า รู้ก่อนใช้ ประหยัดกว่าเดิม Web H scaled

รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความสนใจจากผู้ใช้รถจำนวนมาก เพราะมีโอกาสลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับรถยนต์น้ำมัน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่สามารถชาร์จไฟที่บ้านได้เป็นประจำ

อย่างไรก็ตาม คำถามที่ว่า “ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าหนึ่งครั้งกี่บาท?” ไม่มีคำตอบตายตัวเพียงคำตอบเดียว เพราะค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ขนาดความจุแบตเตอรี่, ปริมาณไฟที่เติม, อัตราค่าไฟฟ้าบ้าน/สถานีสาธารณะ, อัตราการสิ้นเปลืองพลังงานของรถ และการสูญเสียพลังงานระหว่างการชาร์จ

บทความนี้จะมุ่งเน้นไปที่ สูตรคำนวณค่าชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถประเมินค่าไฟต่อครั้ง ค่าไฟต่อกิโลเมตร และค่าไฟต่อเดือนได้อย่างแม่นยำ พร้อมยกตัวอย่างการคำนวณจากรถยนต์ไฟฟ้า BYD รุ่นยอดนิยมในไทย

หมายเหตุ: อัตราค่าไฟบ้าน (TOU/อัตราก้าวหน้า) และสถานีชาร์จสาธารณะอาจแตกต่างกันตามผู้ให้บริการ กำลังเครื่องชาร์จ และช่วงเวลา ตัวเลขในบทความนี้เป็นการประมาณการเพื่อเป็นแนวทางในการคำนวณเท่านั้น

หัวข้อ

หน่วยที่ใช้คิดค่าชาร์จรถไฟฟ้าคืออะไร

ผู้ให้บริการสถานีชาร์จและการไฟฟ้าฯ จะคิดค่าบริการตาม “ปริมาณพลังงานไฟฟ้า” ที่รถรับเข้า (หรือดึงออกจากสายส่ง) โดยใช้หน่วย กิโลวัตต์-ชั่วโมง หรือ kWh (Kilowatt-hour)

ไฟฟ้า 1 kWh ก็คือสิ่งที่เรามักเรียกกันง่ายๆ ว่า “ไฟ 1 หน่วย” นั่นเอง

สิ่งสำคัญคือต้องแยกคำว่า kW และ kWh ออกจากกันให้ชัดเจน:

หน่วยวัดความหมาย
kW (กิโลวัตต์)กำลังไฟ หรือความเร็วในการจ่าย/รับพลังงาน (เช่น ตู้ชาร์จ 120 kW)
kWh (กิโลวัตต์-ชั่วโมง)ปริมาณพลังงาน ที่เติมเข้าแบตเตอรี่ หรือปริมาตรความจุของแบตเตอรี่ (เช่น แบตเตอรี่จุ 60 kWh)

สูตรคำนวณค่าชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

การคำนวณว่าการเสียบสายชาร์จ 1 ครั้งคุณจะต้องจ่ายเงินกี่บาท สามารถใช้สูตรพื้นฐานได้ดังนี้:

ค่าชาร์จ (บาท) = ปริมาณไฟที่เติม (kWh) × ราคาค่าไฟต่อหน่วย (บาท/kWh)

ตัวอย่าง: รถดึงไฟจากตู้ชาร์จไปทั้งหมด 40 kWh และสถานีชาร์จคิดค่าบริการ 7.50 บาท/หน่วย
คำนวณ: 40 × 7.50 = 300 บาท

แต่หากคุณต้องการคำนวณประเมินล่วงหน้าจาก “เปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่” ที่หายไป ให้ใช้สูตรหาปริมาณไฟที่ต้องเติมก่อน ดังนี้:

พลังงานที่ต้องเติม (kWh) = ความจุแบตเตอรี่ (kWh) × เปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ที่ต้องการเติม (%)

ตัวอย่าง: รถมีความจุแบตเตอรี่ 60 kWh เริ่มชาร์จจากแบตเตอรี่ 20% ไปจนถึง 80% (เท่ากับต้องเติมไฟ 60%)
คำนวณ: 60 × 0.60 = 36 kWh (คือพลังงานไฟฟ้าระดับทฤษฎีที่จะเข้าสู่แบตเตอรี่)

ทำไมค่าชาร์จจริงสูงกว่าพลังงานที่เข้าแบตเตอรี่?

หากคุณชาร์จไฟที่บ้านแล้วดูตัวเลขจากมิเตอร์ไฟ คุณจะพบว่าพลังงานที่มิเตอร์หมุน มักจะ “มากกว่า” พลังงานที่เติมลงไปในแบตเตอรี่รถเสมอ เนื่องจากมีการ “สูญเสียพลังงาน (Energy Loss)” ระหว่างการชาร์จไฟ เช่น:

  • การสูญเสียจากการแปลงไฟ AC (ไฟบ้าน) เป็น DC (ไฟเข้าแบต) ผ่าน Onboard Charger
  • ความร้อนที่เกิดขึ้นบริเวณสายไฟและตัวเครื่องชาร์จ
  • การทำงานของระบบระบายความร้อน (ปั๊มน้ำหล่อเย็นและพัดลม) ของแบตเตอรี่รถ
  • การใช้ไฟของระบบคอมพิวเตอร์และหน้าจอรถยนต์ขณะเปิดเครื่อง

สำหรับการคำนวณค่าไฟบ้านล่วงหน้าอย่างแม่นยำ ควรนำผลลัพธ์มาคูณเผื่อค่าสูญเสียพลังงาน (Charging Loss) ไว้ที่ประมาณ 10% (คูณด้วย 1.10) เสมอ

ค่าใช้จ่ายในการชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน

การ ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบ AC ที่บ้าน มีต้นทุนที่ถูกที่สุด แต่ค่าไฟบ้านก็ไม่ได้มีราคาคงที่เพียงอัตราเดียว โดยอาจแปรผันตามประเภทของมิเตอร์ (อัตราก้าวหน้า หรือ มิเตอร์ TOU) และค่า Ft ประจำรอบเดือน

ผู้ใช้รถ EV ส่วนใหญ่นิยมเปลี่ยนไปใช้ มิเตอร์แบบ TOU (Time of Use) ซึ่งจะคิดค่าไฟถูกเป็นพิเศษในช่วงเวลากลางคืน (Off-Peak) ระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 09.00 น. ของวันธรรมดา และตลอด 24 ชั่วโมงในวันหยุด โดยจะมีค่าไฟเฉลี่ยรวมภาษีแล้วอยู่ที่ประมาณ 4.50 – 5.00 บาท/หน่วย (kWh)

ตัวอย่างชาร์จรถ EV ที่บ้าน (0-100%)

ตารางนี้คำนวณจากสมมติฐานค่าไฟ 5.00 บาทต่อหน่วย และเผื่อการสูญเสียพลังงานระหว่างชาร์จที่ 10% แล้ว

ความจุแบตเตอรี่รถยนต์ไฟที่ดึงจากมิเตอร์บ้าน (รวม Loss 10%)ค่าชาร์จไฟจาก 0-100% (ประมาณการ)
40 kWh44 kWh220 บาท
50 kWh55 kWh275 บาท
60 kWh66 kWh330 บาท
70 kWh77 kWh385 บาท
80 kWh88 kWh440 บาท

ค่าใช้จ่ายในการชาร์จสถานีสาธารณะ (DC)

สถานีชาร์จแบบรวดเร็ว (DC Fast Charge) ตามจุดพักรถและปั๊มน้ำมัน จะมีอัตราค่าบริการที่สูงกว่าไฟบ้าน เนื่องจากผู้ให้บริการต้องแบกรับต้นทุนการตั้งตู้ชาร์จกำลังไฟสูง ค่าหม้อแปลง ค่าเช่าพื้นที่ และค่าบริหารระบบซอฟต์แวร์

อัตราค่าชาร์จสาธารณะมักจะเฉลี่ยอยู่ที่ 6.50 – 8.50 บาท/หน่วย (kWh) ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของตู้ชาร์จ กำลังไฟของตู้ และโปรโมชันในช่วงเวลานั้นๆ (สถานีส่วนใหญ่จะคิดค่าไฟตามปริมาณไฟที่จ่ายออกจากตู้โดยตรง ซึ่งผู้ใช้ไม่ต้องนำมาคูณ % เผื่อ Loss อีก)

สูตรคำนวณค่าชาร์จต่อกิโลเมตร

เพื่อให้เห็นภาพการประหยัดพลังงานได้ชัดเจนที่สุด ควรคำนวณค่าไฟให้ออกมาเป็น “บาทต่อกิโลเมตร” โดยใช้สูตร:

ค่าไฟต่อกิโลเมตร = (อัตราการใช้พลังงานของรถต่อ 100 กม. ÷ 100) × ราคาค่าไฟต่อหน่วย

ตัวอย่าง: รถของคุณมีอัตราการกินไฟเฉลี่ยอยู่ที่ 16 kWh / 100 กม. (หรือ 0.16 kWh/กม.)
ชาร์จบ้าน (สมมติ 5 บาท/หน่วย, เผื่อ Loss 10%): 0.16 × 1.10 × 5 = 0.88 บาท/กม.
ชาร์จสถานีสาธารณะ (สมมติ 7.50 บาท/หน่วย): 0.16 × 7.50 = 1.20 บาท/กม.

สูตรคำนวณค่าไฟรถยนต์ไฟฟ้าต่อเดือน

หากต้องการตั้งงบประมาณรายเดือน สามารถนำระยะทางที่ขับขี่ประจำเดือนมาคำนวณรวมกันได้เลย:

ค่าไฟต่อเดือน = ระยะทางที่ขับต่อเดือน (กม.) × ค่าไฟต่อกิโลเมตร (บาท)

ตัวอย่าง: หากคุณขับรถเฉลี่ยเดือนละ 1,500 กิโลเมตร และชาร์จไฟที่บ้านเป็นหลัก (ต้นทุน 0.88 บาท/กม.)
ค่าไฟรายเดือน: 1,500 × 0.88 = 1,320 บาท/เดือน เท่านั้น

ตัวอย่างคำนวณค่าชาร์จ BYD ATTO 3 Extended

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราลองมาคำนวณค่าไฟของ BYD ATTO 3 รุ่น Extended Range รถ SUV ยอดฮิตที่มีความจุแบตเตอรี่ 60.48 kWh สมมติว่ามีอัตราการใช้พลังงานจริง (Real-world Consumption) อยู่ที่ 16 kWh / 100 กม.

  • ชาร์จไฟบ้าน (5 บาท/หน่วย, เผื่อ Loss 10%): ต้นทุนประมาณ 0.88 บาท/กม.
  • ชาร์จสถานีสาธารณะ (7.50 บาท/หน่วย): ต้นทุนประมาณ 1.20 บาท/กม.
  • กรณีชาร์จจาก 20% ไป 80% (เติมไฟ 60% หรือ ~36 kWh):
    ชาร์จบ้านจะเสียค่าไฟรอบละประมาณ 198 บาท
    ชาร์จสถานีสาธารณะจะเสียค่าไฟรอบละประมาณ 270 บาท

ตัวอย่างคำนวณค่าชาร์จ BYD M6 Extended

BYD M6 Extended เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ MPV สำหรับครอบครัว ที่มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 71.8 kWh ด้วยน้ำหนักตัวรถและมิติตัวถังที่ใหญ่ขึ้น สมมติว่าอัตราการใช้พลังงานจริงอยู่ที่ 19 kWh / 100 กม.

  • ชาร์จไฟบ้าน (5 บาท/หน่วย, เผื่อ Loss 10%): ต้นทุนประมาณ 1.05 บาท/กม.
  • ชาร์จสถานีสาธารณะ (7.50 บาท/หน่วย): ต้นทุนประมาณ 1.42 บาท/กม.
  • กรณีขับ 1,500 กม./เดือน: ค่าไฟชาร์จบ้านจะอยู่ราว 1,575 บาท/เดือน

ตัวอย่างคำนวณค่าชาร์จ BYD SEALION 7

สำหรับรถสปอร์ต SUV สมรรถนะสูงอย่าง BYD SEALION 7 ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 82.5 kWh สมมติว่าด้วยพละกำลังที่มหาศาลทำให้มีอัตราการใช้พลังงานจริงอยู่ที่ 21 kWh / 100 กม.

  • ชาร์จไฟบ้าน (5 บาท/หน่วย, เผื่อ Loss 10%): ต้นทุนประมาณ 1.15 บาท/กม.
  • ชาร์จสถานีสาธารณะ (7.50 บาท/หน่วย): ต้นทุนประมาณ 1.57 บาท/กม.
  • กรณีชาร์จจาก 10% ไป 80% (เติมไฟ 70% หรือ ~57.7 kWh):
    ชาร์จบ้านจะเสียค่าไฟรอบละประมาณ 317 บาท
    ชาร์จสถานีสาธารณะจะเสียค่าไฟรอบละประมาณ 432 บาท

ตัวแปรที่ทำให้รถ EV ใช้ไฟมากขึ้น (กินไฟ)

อัตราการใช้พลังงาน (kWh/100 กม.) ของรถ EV แต่ละคันจะไม่คงที่เสมอไป โดยมักจะแปรผันและกินไฟเพิ่มมากขึ้นจากพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมดังต่อไปนี้:

  • การขับด้วยความเร็วสูง: แรงต้านอากาศจะเพิ่มขึ้นมหาศาลเมื่อรถวิ่งเกิน 100 กม./ชม. การขับแช่บนทางด่วนจึงกินไฟมากกว่าการขับคลานๆ ในเมือง
  • การเปิดเครื่องปรับอากาศแรงๆ: คอมเพรสเซอร์แอร์ในรถ EV ดึงพลังงานจากแบตเตอรี่หลักโดยตรง ยิ่งเปิดแอร์เย็นจัดท่ามกลางแดดร้อน รถยิ่งกินไฟ
  • น้ำหนักบรรทุก: การโดยสารเต็มคัน 5-7 ที่นั่ง พร้อมสัมภาระเต็มท้ายรถ ทำให้มอเตอร์ต้องออกแรงดึงน้ำหนักมากขึ้น
  • เส้นทางขึ้นเขาหรือทางชัน: การต้านแรงโน้มถ่วงใช้พลังงานสูงมาก แม้จะได้พลังงานคืนตอนขับลงเขา (Regenerative Braking) แต่ก็ไม่สามารถทดแทนพลังงานที่เสียไปตอนขาขึ้นได้ทั้งหมด
  • แรงดันลมยางที่อ่อนเกินไป: ทำให้หน้าสัมผัสยางเกิดแรงเสียดทานกับถนนมากเกินไป

เปรียบเทียบค่าพลังงาน: รถ EV vs รถน้ำมัน

หากนำ “ค่าไฟ” มาเทียบกับ “ค่าน้ำมัน” เราจะเห็นส่วนต่างความประหยัดที่ชัดเจนมากในระดับกิโลเมตร

สมมติว่ารถยนต์สันดาป (ICE) ใช้น้ำมัน 15 กม./ลิตร และราคาน้ำมันอยู่ที่ 35 บาท/ลิตร ต้นทุนพลังงานจะเท่ากับ 2.33 บาท/กม.

หากเทียบกับรถ EV ชาร์จบ้าน (0.88 บาท/กม.) ส่วนต่างความประหยัดจะสูงถึง 1.45 บาท/กม. หากใน 1 ปี คุณวิ่งรถ 20,000 กิโลเมตร คุณจะประหยัดค่าพลังงานไปได้ถึง 29,000 บาทต่อปี!

อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่คำนวณนี้เป็นเพียง “ค่าพลังงานสำหรับการขับเคลื่อนเท่านั้น” หากคุณต้องการประเมินความคุ้มค่าของการเป็นเจ้าของรถทั้งคัน (Total Cost of Ownership) ควรพิจารณาเรื่องงบประมาณในการซื้อ, การติดตั้ง เครื่องชาร์จ Wallbox ตลอดจนค่าประกันภัยต่างๆ ร่วมด้วย สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ค่าใช้จ่ายในการซื้อรถ EV มีอะไรบ้าง?

เช็กลิสต์ตัวแปรคำนวณค่าชาร์จก่อนซื้อรถ EV

ก่อนตัดสินใจซื้อรถ คุณสามารถรวบรวมตัวแปรเหล่านี้มาใส่ในสูตรคำนวณเพื่อประเมินความคุ้มค่าด้านพลังงานล่วงหน้าได้เลย:

  1. ระยะทางที่คุณขับเฉลี่ยต่อเดือน (กิโลเมตร)
  2. อัตราการใช้พลังงานจริง (kWh/100 กม.) ของรถรุ่นที่คุณสนใจ
  3. ขนาดความจุแบตเตอรี่ (kWh)
  4. สัดส่วนการชาร์จ (เช่น ชาร์จไฟบ้าน 80% ชาร์จสถานีนอกบ้าน 20%)
  5. อัตราค่าไฟบ้านของคุณ (เรท TOU ช่วงกลางคืน หรือเรทก้าวหน้า)
  6. ราคาค่าไฟเฉลี่ยของสถานีชาร์จสาธารณะที่อยู่ในเส้นทางประจำของคุณ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ชาร์จบ้านหน่วยละเท่าไร?

ค่าไฟบ้านไม่มีราคาเดียวตายตัว ขึ้นอยู่กับประเภทมิเตอร์ (เช่น TOU หรืออัตราก้าวหน้า) และค่า Ft ในช่วงนั้นๆ แต่โดยเฉลี่ยแล้ว การชาร์จกลางคืนผ่านมิเตอร์ TOU จะอยู่ตกหน่วยละ (kWh) 4.50 – 5.00 บาท

สถานีชาร์จสาธารณะหน่วยละเท่าไร?

ราคาค่าชาร์จตู้ DC สาธารณะในไทยปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 6.50 – 8.50 บาท/หน่วย ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ กำลังไฟของเครื่องชาร์จ และช่วงเวลา (On-Peak/Off-Peak)

ใช้ตู้ชาร์จกำลังสูงเสียเงินมากกว่าหรือไม่?

ไม่เสมอไป ค่าไฟคิดตามปริมาณพลังงานที่เติม (kWh) เป็นหลัก ไม่ได้คิดตามความแรงของตู้ (kW) ยกเว้นบางเครือข่ายสถานีที่มีการตั้งเรทราคาตู้ High-Power ให้แพงกว่าตู้มาตรฐานเล็กน้อย

ค่าไฟ (kWh/100 กม.) ในหน้าจอรถแม่นยำหรือไม่?

ตัวเลขบนจอรถจะแสดงเฉพาะพลังงานที่มอเตอร์ดึงไปใช้ขับเคลื่อน แต่ในการชาร์จจริง คุณต้องจ่ายค่าไฟเผื่อการสูญเสีย (Charging Loss) จากการแปลงไฟและความร้อนด้วย การคำนวณค่าใช้จ่ายที่แม่นยำที่สุดจึงควรดูจากหน่วยมิเตอร์ไฟบ้านหรือจากแอปพลิเคชันที่ตู้ชาร์จ

ติดต่อเรา | จองซื้อ & ทดลองขับ

อยากเป็นเจ้าของหรือสนใจทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้า BYD ติดต่อ BYD BD Auto Group ได้ทุกสาขาพร้อมทีมงานให้คำปรึกษาแบบครบวงจร

ป้ายกำกับ

รางวัลใหญ่จากเวที BYD Asia Pacific 2025
BYD BD Auto Group

ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD

หมวดหมู่

บทความที่เกี่ยวข้อง

<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
เปรียบเทียบรถ BYD ทุกรุ่นในไทย รุ่นไหนเหมาะกับคุณ?...
รถยนต์ BYD ในประเทศไทยมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่รถย...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ระบบและส่วนประกอบรถยนต์มีอะไรบ้าง? เข้าใจการทำงานข...
รถยนต์หนึ่งคันประกอบด้วยระบบจำนวนมากที่ต้องทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ระบบสร้างกำลัง ระ...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ประเภทรถ EV และ Hybrid มีอะไรบ้าง? เปรียบเทียบ ICE...
ปัจจุบันผู้ซื้อรถไม่ได้มีตัวเลือกเฉพาะรถน้ำมันเบนซินหรือดีเซลเท่านั้น แต่ยังมีรถ...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าคืออะไร? รู้จักแบตเตอรี่แรงดัน...
แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นหัวใจสำคัญของรถ EV เพราะทำหน้าที่กักเก็บพลังงานและจ่ายกร...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ยางรถยนต์ไฟฟ้าแตกต่างอย่างไร? คู่มือเลือกและดูแลยา...
ยางรถยนต์เป็นจุดสัมผัสเพียงส่วนเดียวระหว่างรถกับพื้นถนน จึงมีผลโดยตรงต่อการยึดเก...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
วิธีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า คู่มือชาร์จ EV ที่บ้านและสถาน...
หนึ่งในคำถามสำคัญของผู้ที่กำลังสนใจรถยนต์ไฟฟ้าคือ “รถ EV ชาร์จอย่างไร?” “ต้องติด...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ขับรถ EV หน้าฝนอย่างไรให้ปลอดภัย พร้อมวิธีดูแลรถแล...
ช่วงหน้าฝนเป็นช่วงที่ผู้ใช้รถควรให้ความสำคัญกับการขับขี่มากเป็นพิเศษ เพราะถนนลื่...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
รถ EV สำหรับขับในเมือง เลือกแบบไหนดีให้ขับง่าย ประ...
รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV เป็นตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับการขับในเมือง เพราะให้การขับขี่...