ค่าใช้จ่ายในการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าต้องเตรียมอะไรบ้าง? เช็กเงินดาวน์ ดอกเบี้ย ค่าจดทะเบียน และ Wall Charger

การซื้อรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถ EV คันแรก หลายคนอาจโฟกัสไปที่ราคารถและค่างวดรายเดือนเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว “วันออกรถ” ยังมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ ที่ต้องเตรียมเป็นเงินก้อน ไม่ว่าจะเป็น เงินดาวน์ ดอกเบี้ยเช่าซื้อ ค่าจดทะเบียน ประกันภัยรถยนต์ รวมถึงค่าอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ
การวางแผนงบประมาณสำหรับวันรับรถอย่างรัดกุม จะช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดปัญหาค่าใช้จ่ายบานปลายหรือเกิดข้อผิดพลาดทางการเงินในขั้นตอนการจัดไฟแนนซ์ได้
บทความนี้ BYD BD Auto Group ขอสรุปข้อมูล ค่าใช้จ่ายในการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า โดยจำกัดเฉพาะค่าใช้จ่ายที่คุณต้องเตรียมตัวตั้งแต่วันจองจนถึงวันออกรถ ได้แก่ เงินดาวน์ ดอกเบี้ย จดทะเบียน ประกันภัย และอุปกรณ์เสริม เพื่อให้คุณพร้อมที่สุดก่อนก้าวเข้าสู่โลกของยานยนต์ไฟฟ้า (สำหรับค่าใช้จ่ายในการเตรียมระบบไฟที่บ้าน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ การติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน)
หัวข้อ

ค่าใช้จ่ายในการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (วันออกรถ) มีอะไรบ้าง?
หากคุณเตรียมตัวที่จะเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสักคัน นี่คือ 5 หมวดหมู่ค่าใช้จ่ายหลักที่คุณต้องนำมาคำนวณก่อนตัดสินใจจองรถ
1. เงินดาวน์และค่าจองรถ
เงินดาวน์ คือเงินก้อนแรกที่ผู้ซื้อต้องชำระในวันทำสัญญาหรือวันรับรถ ส่วนที่เหลือจะถูกนำไปจัดสินเชื่อ (ไฟแนนซ์) โดยทั่วไปสถาบันการเงินมักกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำอยู่ที่ 10–30% ของราคารถสุทธิ (หลังหักส่วนลด)
ตัวอย่างเช่น รถยนต์ไฟฟ้าราคา 800,000 บาท:
- ดาวน์ 15% เท่ากับ 120,000 บาท
- ดาวน์ 20% เท่ากับ 160,000 บาท
- ดาวน์ 25% เท่ากับ 200,000 บาท
ทั้งนี้ ในวันที่คุณตัดสินใจซื้อรถที่โชว์รูม จะมีการเรียกเก็บ “ค่าจองรถ” (มักอยู่ที่หลักพันถึงหลักหมื่นบาท) ซึ่งเงินค่าจองส่วนนี้จะถูกนำไปหักลบออกจากยอดเงินดาวน์สุทธิที่คุณต้องจ่ายในวันรับรถ
2. ดอกเบี้ยและยอดจัดไฟแนนซ์
ดอกเบี้ยรถยนต์ เป็นค่าใช้จ่ายแฝงที่จะถูกบวกเข้าไปในค่างวดรายเดือนของคุณตลอดอายุสัญญา สินเชื่อรถยนต์ในประเทศไทยจะใช้อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) ซึ่งอัตราดอกเบี้ยของรถ EV ปัจจุบันมักมีโปรโมชันส่งเสริมการขายที่น่าสนใจจากแบรนด์ผู้ผลิตร่วมกับสถาบันการเงิน (บางช่วงอาจมีแคมเปญดอกเบี้ย 1.X% หรือแม้กระทั่ง 0%)
ตัวอย่างการคำนวณแบบง่าย:
สมมติราคารถ 800,000 บาท ดาวน์ 20% (160,000 บาท) ยอดจัดไฟแนนซ์จะเหลือ 640,000 บาท
หากได้ดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี ผ่อน 4 ปี (48 งวด):
– ดอกเบี้ยรวม 4 ปี = 640,000 x 1.99% x 4 = 50,944 บาท
– ยอดหนี้รวม (เงินต้น + ดอกเบี้ย) = 690,944 บาท
– ค่างวดรายเดือน = 14,394 บาท/เดือน
นอกจากนี้ ในขั้นตอนการจัดไฟแนนซ์อาจมีค่าใช้จ่ายยิบย่อยอื่นๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดสินเชื่อ, ค่าอากรแสตมป์, และค่าบริการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งบางไฟแนนซ์จะให้ชำระเป็นเงินสดในวันรับรถ หรืออาจบวกรวมไปกับค่างวดแล้ว ควรสอบถามเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจน
3. ค่าจดทะเบียนรถ ภาษี และ พ.ร.บ.
รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ทุกคันต้องจดทะเบียนกับ กรมการขนส่งทางบก ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ค่าใช้จ่ายในหมวดนี้ประกอบด้วย:
- ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนและป้ายทะเบียน: มักมีค่าบริการดำเนินการของโชว์รูมรวมอยู่ด้วย โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 2,500 – 3,500 บาท (หากต้องการจองป้ายทะเบียนเลขสวยหรือป้ายประมูล จะมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้แยกต่างหาก)
- ภาษีรถยนต์ประจำปี: สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ภาครัฐมักมีมาตรการลดหย่อนภาษีประจำปีให้ในอัตราที่ถูกกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (คำนวณตามน้ำหนักรถ)
- ค่า พ.ร.บ. รถยนต์: การประกันภัยภาคบังคับเพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อยู่ที่ประมาณ 600 – 700 บาทต่อปี
* ทริค: ค่ายค่ายรถยนต์มักมีโปรโมชัน “ฟรีค่าจดทะเบียน และ ฟรี พ.ร.บ.” ให้ในปีแรก ควรตรวจสอบใบเสนอราคาว่าคุณต้องจ่ายส่วนนี้เพิ่มในวันรับรถหรือไม่
4. ค่าประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (ชั้น 1)
การซื้อรถยนต์ใหม่ป้ายแดงด้วยระบบเงินผ่อน สถาบันการเงินจะบังคับให้ทำ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เสมอ เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงรอบด้าน
เบี้ยประกันภัยชั้น 1 สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ามักจะมีราคาสูงกว่ารถน้ำมันในระดับเดียวกันเล็กน้อย เนื่องจากมูลค่าของแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery) ที่เป็นชิ้นส่วนหลักมีราคาสูงมาก รวมถึงระบบเซนเซอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ
ข่าวดีคือ แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำอย่าง BYD มักจะจัดโปรโมชัน “แถมฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. ระยะเวลา 1 ปี” ให้กับลูกค้าที่ออกรถใหม่ ทำให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายก้อนนี้ในวันรับรถไปได้ถึง 20,000 – 30,000 บาทเลยทีเดียว (อ้างอิงเงื่อนไขความคุ้มครองตามที่ คปภ. กำหนด)
5. ค่าอุปกรณ์ตกแต่งและแพ็กเกจเสริม
นอกเหนือจากตัวรถแล้ว ผู้ซื้อหลายท่านมักต้องการติดตั้งอุปกรณ์เสริมตั้งแต่วันแรกที่ออกรถ เพื่อความสวยงามและการปกป้องตัวรถ ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายเงินสด (หรือรูดบัตร) ที่ต้องจ่ายเพิ่มให้กับทางโชว์รูมหรือร้านค้าภายนอก เช่น:
- อัปเกรดฟิล์มกรองแสง (กรณีที่ของแถมศูนย์ไม่ตรงความต้องการ)
- เคลือบสี เคลือบแก้ว หรือติดฟิล์มใสกันรอย (PPF)
- กล้องบันทึกภาพหน้ารถ-หลังรถ
- พรมปูพื้นเข้ารูป หรือถาดรองสัมภาระท้ายรถ
- สายชาร์จฉุกเฉิน (Portable Charger) หรือหัวแปลง V2L (Vehicle-to-Load) หากไม่ได้รวมอยู่ในแพ็กเกจของแถม

เช็กลิสต์เตรียมเงินก้อนในวันรับรถ
เพื่อไม่ให้ฉุกละหุกในวันไปรับรถที่โชว์รูม นี่คือเช็กลิสต์ยอดเงินสุทธิที่คุณต้องเตรียมตัวชำระ (ส่วนใหญ่เซลส์จะแจ้งยอดสรุปให้ทราบล่วงหน้า 1-3 วัน):
- [ ] เงินดาวน์สุทธิ: (คำนวณจากยอดเงินดาวน์ทั้งหมด ลบด้วย เงินจองที่จ่ายไปแล้ว ลบด้วย ส่วนลดช่วยดาวน์จากโปรโมชัน (ถ้ามี))
- [ ] ค่ามัดจำป้ายแดง: ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 – 3,000 บาท (จะได้คืนเมื่อนำป้ายแดงมาเปลี่ยนเป็นป้ายขาว)
- [ ] ค่าจดทะเบียนรถ: (หากไม่ได้รับโปรโมชันแถมฟรี)
- [ ] ค่าประกันภัยและ พ.ร.บ.: (หากไม่ได้รับโปรโมชันแถมฟรี)
- [ ] ค่าอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติม: (ตามที่คุณสั่งซื้อเพิ่มกับทางเซลส์)
ทริคคุมงบประมาณวันออกรถไม่ให้บานปลาย
1. ขอใบเสนอราคาที่แจกแจงชัดเจน
ก่อนตกลงจองรถ ให้เซลส์ทำใบเสนอราคาที่แยกรายการแจกแจงอย่างละเอียด ทั้งราคารถสุทธิ ยอดจัดไฟแนนซ์ ยอดส่วนลดเงินสด (ถ้านำมาซับดาวน์) และของแถมทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษร
2. เปรียบเทียบแคมเปญไฟแนนซ์
บางครั้งโปรโมชัน “ดอกเบี้ยถูกพิเศษ” อาจจะไม่ได้แถมประกันภัย หรืออาจไม่ได้ส่วนลดเงินสด ควรคำนวณความคุ้มค่าโดยรวมว่าแบบไหนประหยัดเงินในกระเป๋าคุณได้มากที่สุด
3. เตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน
ไม่ควรทุ่มเงินเก็บทั้งหมดไปกับเงินดาวน์รถเพียงอย่างเดียว ควรเผื่อกระแสเงินสดไว้สำหรับค่าอุปกรณ์เสริมที่อาจงอกเงย หรือค่าเตรียมสถานที่ติดตั้งตู้ชาร์จที่บ้านด้วย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายวันออกรถ EV
ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าต้องมีเงินก้อนเท่าไหร่?
ซื้อรถ EV แบบดาวน์ 0% ได้หรือไม่?
รถ EV ต้องเสียค่าจดทะเบียนหรือไม่?
ประกันรถ EV แพงกว่ารถน้ำมันหรือไม่?
สรุป
ค่าใช้จ่ายในการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าใน “วันออกรถ” หลักๆ จะประกอบไปด้วย เงินดาวน์สุทธิ ค่ามัดจำป้ายแดง และค่าอุปกรณ์เสริม ส่วนรายการอื่นๆ เช่น ประกันภัยชั้น 1, พ.ร.บ. และค่าจดทะเบียนรถ มักจะถูกครอบคลุมไว้ด้วยแพ็กเกจโปรโมชันจากทางแบรนด์และตัวแทนจำหน่ายเรียบร้อยแล้ว
หากคุณกำลังวางแผน ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันแรก และต้องการเปรียบเทียบสเปก หรือสอบถามรายละเอียดแคมเปญและตารางผ่อนชำระแบบเจาะลึก สามารถดูข้อมูล เปรียบเทียบรถ BYD ทุกรุ่น หรือติดต่อสอบถามทีมงาน BYD BD Auto Group ได้เลยครับ ทีมที่ปรึกษาการขายของเราพร้อมให้คำแนะนำอย่างโปร่งใส เพื่อให้คุณได้รับข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดในงบประมาณที่คุณพอใจ
ติดต่อเรา | จองซื้อ & ทดลองขับ
อยากเป็นเจ้าของหรือสนใจทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้า BYD ติดต่อ BYD BD Auto Group ได้ทุกสาขาพร้อมทีมงานให้คำปรึกษาแบบครบวงจร
- ที่อยู่: 607 ถ.เพชรเกษม ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110 (สาขาหาดใหญ่)
- Facebook: BYD BD Auto Group ตัวแทนจำหน่ายบีวายดีรายใหญ่สุดในภาคใต้
- LINE: @bydbdsongkhla
- เบอร์โทร: 074 805 656 (สาขาหาดใหญ่)
- สาขา: ดูสาขาทั้งหมด
- เว็บไซต์: www.bydbdautogroup.com
- แผนที่: BYD BD Auto Songkhla (สาขาหาดใหญ่)



