ระบบและส่วนประกอบรถยนต์มีอะไรบ้าง? เข้าใจการทำงานของรถน้ำมัน Hybrid และ EV

/
/
ระบบและส่วนประกอบรถยนต์มีอะไรบ้าง? เข้าใจการทำงานของรถน้ำมัน Hybrid และ EV
BYD SEALION 7 exterior-img-02 (Horizontal)

รถยนต์หนึ่งคันประกอบด้วยระบบจำนวนมากที่ต้องทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ระบบสร้างกำลัง ระบบส่งกำลัง ระบบบังคับเลี้ยว ช่วงล่าง เบรก ระบบไฟฟ้า ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงระบบความปลอดภัยและอุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร

แม้รถน้ำมัน รถ Hybrid รถ Plug-in Hybrid และรถยนต์ไฟฟ้าจะมีระบบพื้นฐานบางส่วนเหมือนกัน แต่ส่วนประกอบของระบบขับเคลื่อนและวิธีสร้างกำลังแตกต่างกันอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น รถน้ำมันมีเครื่องยนต์ ระบบเชื้อเพลิง และระบบไอเสีย ส่วนรถยนต์ไฟฟ้า 100% ใช้แบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ อินเวอร์เตอร์ และระบบชาร์จแทน

บทความนี้จะอธิบายว่า ระบบและส่วนประกอบรถยนต์มีอะไรบ้าง แต่ละระบบทำหน้าที่อย่างไร แตกต่างกันอย่างไรระหว่างรถน้ำมัน Hybrid, PHEV และ EV รวมถึงสัญญาณผิดปกติที่ผู้ใช้รถไม่ควรมองข้าม

รายละเอียดและการจัดวางชิ้นส่วนอาจแตกต่างกันตามรุ่นรถ ระบบขับเคลื่อน และการออกแบบของผู้ผลิต ควรยึดคู่มือประจำรถและตารางบำรุงรักษาของรถรุ่นที่ใช้งานเป็นหลัก

หัวข้อ

ระบบหลักของรถยนต์มีอะไรบ้าง

ระบบรถยนต์สามารถแบ่งเป็นกลุ่มสำคัญได้ดังนี้

  1. ระบบต้นกำลังและระบบขับเคลื่อน
  2. ระบบส่งกำลัง
  3. ระบบเชื้อเพลิง
  4. ระบบแบตเตอรี่และไฟฟ้าแรงดันสูง
  5. ระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
  6. ระบบระบายความร้อนและจัดการอุณหภูมิ
  7. ระบบบังคับเลี้ยว
  8. ระบบช่วงล่าง
  9. ระบบเบรก
  10. ระบบล้อและยาง
  11. ระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำ
  12. ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์
  13. ระบบความปลอดภัย
  14. ระบบปรับอากาศ
  15. ระบบตัวถังและโครงสร้าง
  16. ระบบสื่อสารและซอฟต์แวร์ภายในรถ

ผู้ใช้รถไม่จำเป็นต้องซ่อมทุกระบบด้วยตนเอง แต่ควรเข้าใจหน้าที่พื้นฐาน เพื่อสังเกตอาการผิดปกติและอธิบายปัญหาให้ศูนย์บริการได้ชัดเจนขึ้น

ตารางเปรียบเทียบส่วนประกอบของรถแต่ละประเภท

ส่วนประกอบรถน้ำมัน ICEรถ Hybrid HEVรถ PHEVรถไฟฟ้า BEV
เครื่องยนต์สันดาปมีมีมีไม่มี
ถังน้ำมันมีมีมีไม่มี
ระบบไอเสียมีมีมีไม่มี
มอเตอร์ขับเคลื่อนโดยทั่วไปไม่มีมีมีมี
แบตเตอรี่แรงดันสูงไม่มีมีมีมี
ช่องเสียบชาร์จไม่มีโดยทั่วไปไม่มีมีมี
อินเวอร์เตอร์ไม่มีในระบบขับเคลื่อนทั่วไปมีมีมี
Onboard Chargerไม่มีโดยทั่วไปไม่มีมีมี
ระบบ Regenerative Brakingโดยทั่วไปไม่มีมีมีมี
แบตเตอรี่ 12 โวลต์มีมีมีมี
ระบบเบรกและช่วงล่างมีมีมีมี
น้ำมันเครื่องต้องใช้ต้องใช้ต้องใช้ไม่ใช้
น้ำมันเชื้อเพลิงต้องใช้ต้องใช้ใช้ได้ไม่ใช้

รถ Hybrid ใช้เครื่องยนต์ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ขณะที่รถ PHEV มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่าและสามารถเสียบชาร์จจากภายนอกได้ ส่วนรถ BEV ไม่มีเครื่องยนต์สันดาปและใช้ระบบไฟฟ้าเป็นระบบต้นกำลังทั้งหมด

1. ระบบต้นกำลังและระบบขับเคลื่อน

ระบบต้นกำลังทำหน้าที่สร้างพลังงานเพื่อทำให้รถเคลื่อนที่ วิธีสร้างกำลังจะแตกต่างตามประเภทรถ

รถน้ำมัน

รถน้ำมันใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน โดยเผาไหม้น้ำมันเบนซินหรือดีเซลเพื่อสร้างแรงหมุน จากนั้นส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ไปยังล้อ

ส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่

  • เครื่องยนต์
  • ลูกสูบ
  • เพลาข้อเหวี่ยง
  • วาล์ว
  • หัวเทียนในเครื่องยนต์เบนซิน
  • ระบบฉีดเชื้อเพลิง
  • ระบบรับอากาศ
  • ระบบหล่อลื่น
  • ระบบระบายความร้อน
  • ระบบไอเสีย

รถ Hybrid

รถ Hybrid มีทั้งเครื่องยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่แรงดันสูง ระบบควบคุมจะเลือกใช้เครื่องยนต์ มอเตอร์ หรือทั้งสองระบบตามความเร็ว ระดับพลังงาน และภาระการขับขี่

รถ Hybrid ทั่วไปไม่ต้องเสียบชาร์จ เพราะแบตเตอรี่รับพลังงานจากเครื่องยนต์และระบบเบรกแบบสร้างพลังงานกลับคืน

รถ Plug-in Hybrid

รถ PHEV มีโครงสร้างคล้าย Hybrid แต่ใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่าและมีช่องเสียบชาร์จ รถจึงสามารถขับด้วยไฟฟ้าในระยะหนึ่ง ก่อนที่เครื่องยนต์จะเข้ามาทำงานตามรูปแบบของระบบ

รถยนต์ไฟฟ้า 100%

รถ BEV ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นต้นกำลัง ไม่มีเครื่องยนต์ ถังน้ำมัน หรือระบบไอเสีย พลังงานจากแบตเตอรี่แรงดันสูงจะผ่านระบบควบคุมกำลังไปยังมอเตอร์เพื่อหมุนล้อ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
รถยนต์ไฟฟ้าคืออะไร ประเภท ข้อดี และข้อควรรู้
https://www.bydbdautogroup.com/th/electric-cars-th/

2. เครื่องยนต์สันดาปภายใน

เครื่องยนต์สันดาปมีหน้าที่เปลี่ยนพลังงานจากเชื้อเพลิงให้เป็นแรงหมุน พบในรถน้ำมัน รถ Hybrid และรถ PHEV

ระบบที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์ประกอบด้วย

  • ระบบน้ำมันเครื่อง
  • ระบบจ่ายเชื้อเพลิง
  • ระบบจุดระเบิด
  • ระบบรับอากาศ
  • ระบบระบายความร้อน
  • ระบบไอเสีย
  • ระบบควบคุมมลพิษ
  • ชุดสายพานหรือโซ่เครื่องยนต์

สิ่งที่ต้องดูแล

  • เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองตามระยะ
  • ตรวจระดับน้ำหล่อเย็น
  • ตรวจไส้กรองอากาศ
  • ตรวจหัวเทียนตามกำหนด
  • ตรวจการรั่วซึม
  • สังเกตเสียงและแรงสั่นสะเทือนผิดปกติ
  • ตรวจไฟเตือนเครื่องยนต์

แม้รถ Hybrid และ PHEV จะใช้มอเตอร์ช่วยขับเคลื่อน แต่ยังมีเครื่องยนต์ จึงยังต้องบำรุงรักษาระบบสันดาปตามข้อกำหนดของผู้ผลิต รถ HEV และ PHEV โดยทั่วไปยังมีรายการบำรุงรักษาหลายส่วนคล้ายรถเครื่องยนต์ปกติ

3. ระบบส่งกำลัง

ระบบส่งกำลังทำหน้าที่ถ่ายทอดกำลังจากเครื่องยนต์หรือมอเตอร์ไปยังล้อ

ส่วนประกอบอาจประกอบด้วย

  • ชุดเกียร์
  • คลัตช์
  • ทอร์กคอนเวอร์เตอร์
  • เฟืองท้าย
  • เพลาขับ
  • ข้อต่อเพลา
  • ชุดลดรอบ
  • ลูกปืนและซีล

ระบบเกียร์ของรถน้ำมัน

รถน้ำมันอาจใช้เกียร์ธรรมดา เกียร์อัตโนมัติ เกียร์ CVT หรือเกียร์คลัตช์คู่ ระบบเหล่านี้มีหลายอัตราทดเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานเหมาะกับความเร็วรถ

ระบบส่งกำลังของ Hybrid และ PHEV

รถ Hybrid และ PHEV อาจใช้ชุดส่งกำลังที่รวมเครื่องยนต์ มอเตอร์ และชุดเฟืองเข้าด้วยกัน รูปแบบการทำงานต่างกันตามผู้ผลิต

ระบบส่งกำลังของรถ EV

มอเตอร์ไฟฟ้าสร้างแรงบิดได้ตั้งแต่รอบต่ำ รถ EV จำนวนมากจึงใช้ชุดเกียร์ลดรอบแบบอัตราทดเดียว แทนเกียร์หลายจังหวะของรถน้ำมัน

อย่างไรก็ตาม รถ EV ยังคงมีน้ำมันหรือสารหล่อลื่นบางส่วนในชุดเฟืองและระบบขับเคลื่อน ผู้ใช้จึงควรตรวจสอบตารางบริการของรถแต่ละรุ่น

4. แบตเตอรี่แรงดันสูง

แบตเตอรี่แรงดันสูงหรือ Traction Battery ทำหน้าที่เก็บพลังงานสำหรับมอเตอร์ไฟฟ้า พบในรถ Hybrid, PHEV และ BEV

แบตเตอรี่ประกอบด้วยหลายส่วน เช่น

  • เซลล์แบตเตอรี่
  • โมดูลหรือชุดเซลล์
  • โครงแบตเตอรี่
  • Battery Management System
  • เซนเซอร์แรงดันและอุณหภูมิ
  • ระบบระบายความร้อน
  • คอนแทกเตอร์
  • ฟิวส์แรงดันสูง
  • ขั้วต่อและสายไฟแรงดันสูง

Battery Management System ทำหน้าที่อะไร

Battery Management System หรือ BMS มีหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมแบตเตอรี่ เช่น

  • ตรวจระดับประจุ
  • ตรวจแรงดันของเซลล์
  • ตรวจอุณหภูมิ
  • ป้องกันการชาร์จหรือคายประจุเกินขอบเขต
  • จัดสมดุลระหว่างเซลล์
  • ส่งข้อมูลให้ระบบควบคุมรถ
  • ตัดระบบเมื่อพบความผิดปกติบางประเภท

แบตเตอรี่แรงดันสูงต่างจากแบตเตอรี่ 12 โวลต์อย่างไร

แบตเตอรี่แรงดันสูงใช้สำหรับขับเคลื่อนมอเตอร์ ส่วนแบตเตอรี่ 12 โวลต์ใช้จ่ายไฟให้อุปกรณ์ควบคุม ไฟส่องสว่าง ระบบล็อก และระบบอิเล็กทรอนิกส์ก่อนที่ระบบแรงดันสูงจะเริ่มทำงาน

รถ EV จึงยังมีแบตเตอรี่ 12 โวลต์ แม้ไม่มีเครื่องยนต์ก็ตาม

5. มอเตอร์ไฟฟ้า

มอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นแรงหมุนเพื่อขับเคลื่อนล้อ พบในรถ Hybrid, PHEV และ BEV

มอเตอร์มีจุดเด่นคือสามารถให้แรงบิดได้รวดเร็ว มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยกว่าเครื่องยนต์ และสามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในขณะชะลอรถได้ในบางระบบ

รถแต่ละรุ่นอาจมี

  • มอเตอร์หน้า
  • มอเตอร์หลัง
  • มอเตอร์ตัวเดียว
  • มอเตอร์คู่
  • มอเตอร์ขับเคลื่อนและมอเตอร์ผลิตไฟแยกกัน

สัญญาณที่ควรตรวจสอบ

  • รถออกตัวผิดปกติ
  • กำลังลดลง
  • มีเสียงหอนหรือเสียงหมุนผิดปกติ
  • มีข้อความเตือนระบบขับเคลื่อน
  • รถเข้าโหมดจำกัดกำลัง
  • มีอาการสั่นขณะเร่ง

ไม่ควรถอดหรือซ่อมมอเตอร์และสายแรงดันสูงด้วยตนเอง เพราะระบบอาจมีแรงดันไฟฟ้าในระดับอันตราย ควรส่งให้ศูนย์บริการหรือช่างที่ผ่านการอบรมระบบรถไฟฟ้าตรวจสอบ

6. อินเวอร์เตอร์และระบบ Power Electronics

แบตเตอรี่เก็บพลังงานเป็นไฟฟ้ากระแสตรง ส่วนมอเตอร์ขับเคลื่อนหลายประเภทใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ อินเวอร์เตอร์จึงทำหน้าที่ควบคุมและแปลงกระแสไฟให้เหมาะกับการทำงานของมอเตอร์

ระบบ Power Electronics ยังเกี่ยวข้องกับ

  • การควบคุมความเร็วและแรงบิดของมอเตอร์
  • การรับพลังงานกลับจาก Regenerative Braking
  • การจัดการการไหลของพลังงาน
  • การป้องกันระบบแรงดันสูง
  • การสื่อสารกับชุดควบคุมรถ

อุปกรณ์ Power Electronics เป็นองค์ประกอบสำคัญในการควบคุมระบบขับเคลื่อน แบตเตอรี่ และการชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้า

อาการผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้อง

  • รถไม่สามารถเข้าเกียร์ขับเคลื่อนได้
  • ไฟเตือนระบบไฟฟ้าแรงดันสูง
  • กำลังขับลดลง
  • การชาร์จผิดปกติ
  • อุณหภูมิระบบขับเคลื่อนสูง
  • ระบบตัดการทำงานเพื่อความปลอดภัย

อาการเหล่านี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ควรสรุปว่าอินเวอร์เตอร์เสียทันที ต้องตรวจด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ของรถรุ่นนั้น

7. DC/DC Converter

DC/DC Converter ทำหน้าที่แปลงไฟจากแบตเตอรี่แรงดันสูงให้เป็นไฟแรงดันต่ำสำหรับระบบ 12 โวลต์ และช่วยจ่ายพลังงานหรือชาร์จแบตเตอรี่辅助ของรถ

อุปกรณ์แรงดันต่ำที่ต้องใช้พลังงาน ได้แก่

  • ไฟหน้าและไฟท้าย
  • หน้าจอ
  • ระบบล็อก
  • กล้องและเซนเซอร์
  • ระบบเสียง
  • ชุดควบคุมอิเล็กทรอนิกส์
  • ที่ปัดน้ำฝน
  • พัดลมและอุปกรณ์ภายใน

DC/DC Converter เป็นส่วนประกอบหลักทั้งในรถ Hybrid และรถยนต์ไฟฟ้า

หากระบบนี้ผิดปกติ รถอาจแสดงไฟเตือนแบตเตอรี่ 12 โวลต์ ระบบอิเล็กทรอนิกส์อาจทำงานไม่เสถียร หรือรถไม่สามารถเริ่มระบบขับเคลื่อนได้

8. ช่องชาร์จและระบบ Onboard Charger

ช่องชาร์จทำหน้าที่เชื่อมต่อรถเข้ากับแหล่งจ่ายไฟภายนอก พบในรถ PHEV และ BEV

Onboard Charger คืออะไร

เมื่อชาร์จด้วยไฟ AC กระแสไฟต้องผ่าน Onboard Charger ภายในรถเพื่อแปลงเป็นไฟ DC ก่อนเก็บเข้าสู่แบตเตอรี่ กำลังรับไฟ AC สูงสุดจึงขึ้นอยู่กับความสามารถของอุปกรณ์ภายในรถ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลังของตู้ชาร์จเพียงอย่างเดียว

การชาร์จ DC ต่างอย่างไร

สถานีชาร์จ DC มีชุดแปลงไฟอยู่นอกตัวรถ และส่งไฟ DC เข้าสู่ระบบแบตเตอรี่โดยตรงผ่านการควบคุมและสื่อสารระหว่างรถกับสถานี

ส่วนประกอบของระบบชาร์จ

  • ช่องรับหัวชาร์จ
  • ชุดล็อกหัวชาร์จ
  • สายสัญญาณสื่อสาร
  • Onboard Charger
  • ชุดควบคุมการชาร์จ
  • สายไฟแรงดันสูง
  • อุปกรณ์ป้องกัน
  • ระบบจัดการอุณหภูมิ
  • ซอฟต์แวร์ควบคุม

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คู่มือการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า AC, DC และหัวชาร์จ
https://www.bydbdautogroup.com/th/ev-charging-th/

9. ระบบ Regenerative Braking

Regenerative Braking เป็นระบบที่ใช้มอเตอร์ช่วยชะลอรถและเปลี่ยนพลังงานการเคลื่อนที่บางส่วนกลับเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อส่งคืนเข้าแบตเตอรี่

ระบบนี้พบในรถ Hybrid, PHEV และ BEV

ข้อดีของระบบ

  • นำพลังงานบางส่วนกลับมาใช้ใหม่
  • ลดภาระของเบรกแบบเสียดทานในบางสถานการณ์
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
  • สามารถปรับความหน่วงได้ในรถบางรุ่น

อย่างไรก็ตาม รถยังต้องมีจานเบรก ผ้าเบรก น้ำมันเบรก และระบบเบรกปกติสำหรับการหยุดรถ จึงยังต้องตรวจบำรุงตามกำหนด

รถยนต์ไฟฟ้าอาจมีการสึกหรอของระบบเบรกแบบเสียดทานลดลงจากการใช้ Regenerative Braking แต่ระบบเบรกยังคงต้องตรวจสอบตามปกติ

10. ระบบระบายความร้อนและการจัดการอุณหภูมิ

ระบบจัดการอุณหภูมิมีความสำคัญทั้งในรถน้ำมันและรถไฟฟ้า แต่ทำหน้าที่กับอุปกรณ์ต่างกัน

รถน้ำมัน

ระบบจะควบคุมอุณหภูมิของเครื่องยนต์ น้ำมันเครื่อง ระบบเกียร์ และอากาศภายในห้องโดยสาร

ส่วนประกอบที่พบได้ เช่น

  • หม้อน้ำ
  • ปั๊มน้ำ
  • พัดลม
  • เทอร์โมสตัท
  • ท่อน้ำ
  • น้ำยาหล่อเย็น
  • ถังพักน้ำ

รถ Hybrid, PHEV และ EV

ระบบอาจต้องควบคุมอุณหภูมิของ

  • แบตเตอรี่แรงดันสูง
  • มอเตอร์
  • อินเวอร์เตอร์
  • Onboard Charger
  • DC/DC Converter
  • ห้องโดยสาร
  • เครื่องยนต์ในกรณี Hybrid และ PHEV

แบตเตอรี่และอุปกรณ์แรงดันสูงอาจมีวงจรหล่อเย็นแยกจากระบบปรับอากาศหรือระบบของเครื่องยนต์

สัญญาณผิดปกติ

  • ไฟเตือนอุณหภูมิ
  • รถลดกำลัง
  • การชาร์จช้าผิดปกติ
  • พัดลมทำงานเสียงดังต่อเนื่อง
  • พบคราบหรือของเหลวรั่ว
  • ระบบปรับอากาศไม่เย็น
  • มีข้อความเตือนแบตเตอรี่ร้อนเกินไป

ไม่ควรเปิดฝาระบบหล่อเย็นขณะร้อน และไม่ควรเติมของเหลวต่างชนิดโดยไม่ตรวจสอบข้อกำหนดของผู้ผลิต

11. ระบบบังคับเลี้ยว

ระบบบังคับเลี้ยวทำหน้าที่เปลี่ยนทิศทางล้อตามการหมุนพวงมาลัย

ส่วนประกอบอาจประกอบด้วย

  • พวงมาลัย
  • แกนพวงมาลัย
  • ชุดเฟืองพวงมาลัย
  • คันชักคันส่ง
  • ลูกหมาก
  • มอเตอร์พวงมาลัยไฟฟ้า
  • เซนเซอร์มุมพวงมาลัย
  • ชุดควบคุม

รถรุ่นใหม่จำนวนมากใช้ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ซึ่งสามารถปรับระดับแรงช่วยตามความเร็วและทำงานร่วมกับระบบช่วยควบคุมช่องทางได้

สัญญาณที่ควรตรวจสอบ

  • พวงมาลัยหนักขึ้น
  • พวงมาลัยไม่คืนตัว
  • รถดึงไปด้านใดด้านหนึ่ง
  • มีระยะฟรีมากผิดปกติ
  • มีเสียงขณะหมุน
  • พวงมาลัยสั่น
  • ไฟเตือนระบบพวงมาลัย

อาการรถดึงหรือพวงมาลัยสั่นอาจเกิดจากลมยาง ศูนย์ล้อ ยาง ช่วงล่าง หรือระบบบังคับเลี้ยว จึงควรตรวจหลายระบบร่วมกัน

12. ระบบช่วงล่าง

ช่วงล่างทำหน้าที่รองรับน้ำหนักรถ รักษาการสัมผัสระหว่างยางกับพื้นถนน ลดแรงสะเทือน และช่วยควบคุมการทรงตัว

ส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่

  • สปริง
  • โช้กอัพ
  • ปีกนก
  • บูช
  • ลูกหมาก
  • กันโคลง
  • ซับเฟรม
  • ดุมล้อ
  • ลูกปืนล้อ

รถ EV มีน้ำหนักจากแบตเตอรี่แรงดันสูง ผู้ผลิตจึงต้องออกแบบช่วงล่างให้เหมาะกับน้ำหนัก การกระจายน้ำหนัก และสมรรถนะของรถแต่ละรุ่น

สัญญาณผิดปกติ

  • มีเสียงดังเมื่อผ่านถนนขรุขระ
  • รถโคลงมาก
  • รถเด้งหลายครั้งหลังผ่านเนิน
  • ยางสึกไม่เท่ากัน
  • รถเอียง
  • การทรงตัวเปลี่ยนไป
  • พวงมาลัยสั่น
  • มีน้ำมันรั่วจากโช้กอัพ

13. ระบบเบรก

ระบบเบรกทำหน้าที่ลดความเร็วและหยุดรถ ส่วนประกอบทั่วไป ได้แก่

  • แป้นเบรก
  • หม้อลมเบรกหรือชุดช่วยเบรก
  • แม่ปั๊มเบรก
  • น้ำมันเบรก
  • ท่อเบรก
  • คาลิเปอร์
  • ผ้าเบรก
  • จานเบรก
  • ดรัมเบรกในรถบางรุ่น
  • ระบบ ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก
  • เบรกมือหรือเบรกมือไฟฟ้า

ในรถ Hybrid และ EV ระบบเบรกต้องทำงานร่วมกับ Regenerative Braking ระบบควบคุมจะผสมแรงหน่วงจากมอเตอร์กับแรงเบรกแบบเสียดทานให้เหมาะสม

สัญญาณอันตราย

  • ไฟเตือนเบรกติด
  • แป้นเบรกจม
  • แป้นเบรกแข็งผิดปกติ
  • รถปัดขณะเบรก
  • มีเสียงโลหะเสียดสี
  • รถใช้ระยะหยุดมากขึ้น
  • ระดับน้ำมันเบรกลดลง
  • เบรกมือไม่สามารถยึดรถได้

หากพบอาการเหล่านี้ควรหยุดใช้งานในสถานที่ปลอดภัยและให้ศูนย์บริการตรวจสอบ ไม่ควรขับต่อโดยหวังว่าอาการจะหายเอง

14. ระบบล้อและยาง

ยางเป็นชิ้นส่วนเดียวของรถที่สัมผัสพื้นถนนโดยตรง จึงมีผลต่อการเร่ง การเบรก การเลี้ยว ระยะทาง และการใช้พลังงาน

สิ่งที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • แรงดันลมยาง
  • ความลึกของดอกยาง
  • รอยแตก
  • รอยบวม
  • การสึกไม่เท่ากัน
  • อายุยาง
  • นอตล้อ
  • ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง
  • ศูนย์ล้อและการถ่วงล้อ

รถ EV อาจมีแรงบิดสูงและน้ำหนักมากกว่ารถขนาดใกล้เคียงบางรุ่น พฤติกรรมการเร่งและแรงดันลมยางจึงมีผลต่อการสึกและระยะทางใช้งาน

ไม่ควรเปลี่ยนขนาดยาง ดัชนีรับน้ำหนัก หรือค่าความเร็วต่ำกว่าที่ผู้ผลิตกำหนด

15. ระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำ

รถทุกประเภทมีระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำสำหรับอุปกรณ์ทั่วไป โดยมักใช้แบตเตอรี่ 12 โวลต์

อุปกรณ์ในระบบ ได้แก่

  • แบตเตอรี่ 12 โวลต์
  • ฟิวส์
  • รีเลย์
  • ชุดสายไฟ
  • ไฟส่องสว่าง
  • ระบบล็อก
  • ที่ปัดน้ำฝน
  • หน้าจอ
  • กล้อง
  • เซนเซอร์
  • ระบบเสียง
  • ชุดควบคุมอิเล็กทรอนิกส์

แบตเตอรี่ 12 โวลต์หมด รถ EV ขับได้หรือไม่

แม้แบตเตอรี่แรงดันสูงจะยังมีพลังงาน แต่หากแบตเตอรี่ 12 โวลต์ไม่สามารถจ่ายไฟให้ระบบควบคุม รถอาจไม่สามารถเปิดระบบหลัก ปลดล็อก หรือเข้าโหมดพร้อมขับได้

จึงควรตรวจสุขภาพแบตเตอรี่ 12 โวลต์ตามระยะ โดยเฉพาะเมื่อรถเริ่มมีอาการเปิดระบบช้า ระบบไฟทำงานผิดปกติ หรือมีข้อความเตือน

16. ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์

รถยนต์สมัยใหม่มีชุดควบคุมอิเล็กทรอนิกส์หลายตัวเพื่อรับข้อมูลจากเซนเซอร์และสั่งการอุปกรณ์ต่าง ๆ

ระบบที่อาจมีชุดควบคุมแยก ได้แก่

  • ระบบเครื่องยนต์
  • ระบบมอเตอร์
  • ระบบแบตเตอรี่
  • ระบบเกียร์
  • ระบบเบรก
  • ระบบถุงลมนิรภัย
  • ระบบปรับอากาศ
  • ระบบช่วยขับขี่
  • ระบบตัวถัง
  • ระบบหน้าจอและสื่อสาร

รถอาจเชื่อมชุดควบคุมเข้าด้วยกันผ่านเครือข่ายภายใน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล เช่น ความเร็วรถ ตำแหน่งคันเร่ง อุณหภูมิ และสถานะระบบความปลอดภัย

เมื่อไฟเตือนปรากฏควรทำอย่างไร

  • อ่านข้อความบนหน้าจอ
  • จอดในบริเวณปลอดภัยหากระบบแจ้งให้หยุดรถ
  • ถ่ายภาพข้อความและสัญลักษณ์
  • ตรวจสอบคู่มือ
  • ไม่ลบโค้ดหรือถอดขั้วแบตเตอรี่โดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ติดต่อศูนย์บริการ

การดับไฟเตือนไม่ได้หมายความว่าสาเหตุได้รับการแก้ไขแล้ว ระบบควรได้รับการวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม

17. ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน

ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันทำหน้าที่ช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุหรือช่วยให้ผู้ขับควบคุมรถได้ดีขึ้น

ระบบที่พบได้ ได้แก่

  • ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก
  • ระบบควบคุมการทรงตัว
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาด
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
  • ระบบเตือนการชน
  • ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน
  • ระบบเตือนออกนอกช่องทาง
  • ระบบช่วยควบคุมรถในช่องทาง
  • ระบบเตือนมุมอับสายตา
  • ระบบเตือนรถตัดผ่านขณะถอย

ระบบควบคุมการทรงตัวสามารถใช้การเบรกแต่ละล้อแบบอัตโนมัติเพื่อช่วยให้รถรักษาทิศทางเมื่อเริ่มสูญเสียเสถียรภาพ แต่เป็นระบบช่วยเหลือและไม่สามารถแทนการขับอย่างระมัดระวังได้

ผู้ใช้ควรเข้าใจข้อจำกัด

ระบบอาจทำงานได้ลดลงเมื่อ

  • กล้องหรือเรดาร์มีสิ่งสกปรก
  • ฝนตกหนัก
  • มีหมอก
  • เส้นแบ่งช่องทางไม่ชัด
  • แสงแดดสะท้อนกล้อง
  • รถคันหน้ามีรูปทรงผิดปกติ
  • ใช้ความเร็วเกินขอบเขตระบบ

18. ระบบความปลอดภัยเชิงรับ

ระบบความปลอดภัยเชิงรับทำหน้าที่ลดความรุนแรงเมื่อเกิดการชน

ส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่

  • โครงสร้างตัวถัง
  • โซนยุบตัว
  • ห้องโดยสารนิรภัย
  • เข็มขัดนิรภัย
  • ตัวดึงเข็มขัด
  • ถุงลมนิรภัย
  • พนักพิงศีรษะ
  • จุดยึดคาร์ซีต
  • ระบบตัดไฟหรือเชื้อเพลิงเมื่อเกิดการชน
  • ระบบปลดล็อกประตูฉุกเฉินในรถบางรุ่น

สำหรับรถ EV ระบบอาจตัดการเชื่อมต่อแบตเตอรี่แรงดันสูงเมื่อเซนเซอร์ตรวจพบการชนตามเงื่อนไขที่กำหนด

หลังเกิดอุบัติเหตุ แม้รถยังขับได้ ไม่ควรสรุปว่าระบบแรงดันสูงปลอดภัย ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ โดยเฉพาะเมื่อบริเวณใต้ท้องรถหรือชุดแบตเตอรี่ได้รับแรงกระแทก

19. ระบบปรับอากาศ

ระบบปรับอากาศทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และการหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสาร

ส่วนประกอบอาจประกอบด้วย

  • คอมเพรสเซอร์
  • คอนเดนเซอร์
  • อีวาพอเรเตอร์
  • วาล์วควบคุม
  • พัดลม
  • ไส้กรองอากาศ
  • เซนเซอร์อุณหภูมิ
  • น้ำยาทำความเย็น

รถ EV ใช้แอร์อย่างไร

รถ EV ไม่มีเครื่องยนต์มาขับคอมเพรสเซอร์ จึงใช้คอมเพรสเซอร์ไฟฟ้า บางรุ่นใช้ระบบ Heat Pump เพื่อจัดการความร้อนของห้องโดยสารและระบบรถอย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบปรับอากาศอาจทำงานร่วมกับระบบจัดการอุณหภูมิแบตเตอรี่ จึงไม่ควรเติมน้ำยาแอร์หรือใช้น้ำมันคอมเพรสเซอร์ที่ไม่ตรงข้อกำหนด

สัญญาณผิดปกติ

  • แอร์ไม่เย็น
  • ลมออกน้อย
  • มีกลิ่นผิดปกติ
  • มีเสียงดังจากคอมเพรสเซอร์
  • มีน้ำหยดในห้องโดยสาร
  • ระบบลดกำลังแอร์ระหว่างชาร์จ
  • มีข้อความเตือนระบบจัดการอุณหภูมิ

20. ระบบตัวถังและโครงสร้าง

ตัวถังมีหน้าที่รองรับผู้โดยสาร ระบบต่าง ๆ และแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการขับ รวมถึงช่วยปกป้องห้องโดยสารเมื่อเกิดการชน

ส่วนประกอบได้แก่

  • โครงสร้างตัวถัง
  • เสา A, B และ C
  • คานกันกระแทก
  • พื้นรถ
  • ซับเฟรม
  • ประตู
  • ฝากระโปรง
  • ฝาท้าย
  • กระจก
  • ซีลกันน้ำ
  • จุดยึดช่วงล่าง

ในรถ EV บางแพลตฟอร์ม ชุดแบตเตอรี่สามารถมีบทบาทร่วมกับโครงสร้างรถได้ด้วย ตัวอย่างเช่น BYD ระบุว่า e-Platform 3.0 รวม Blade Battery และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเข้ากับสถาปัตยกรรมของรถ และบางรุ่นใช้แนวคิดให้แบตเตอรี่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตัวถัง

หลังอุบัติเหตุควรตรวจอะไร

  • แนวตัวถัง
  • จุดยึดช่วงล่าง
  • พื้นรถ
  • ชุดแบตเตอรี่
  • สายไฟแรงดันสูง
  • ระบบถุงลมนิรภัย
  • เซนเซอร์ช่วยขับขี่
  • กล้องและเรดาร์
  • จุดเชื่อมและโครงสร้างรับแรง

การซ่อมตัวถังรถรุ่นใหม่ควรทำตามคู่มือการซ่อมและขั้นตอนของผู้ผลิต เพราะตำแหน่งตัด เชื่อม ใช้ความร้อน หรือดัดโครงสร้างอาจมีข้อจำกัด

21. ระบบเชื้อเพลิง

ระบบเชื้อเพลิงพบในรถน้ำมัน Hybrid และ PHEV ทำหน้าที่เก็บ กรอง และส่งน้ำมันไปยังเครื่องยนต์

ส่วนประกอบอาจประกอบด้วย

  • ถังน้ำมัน
  • ปั๊มเชื้อเพลิง
  • ท่อน้ำมัน
  • ไส้กรอง
  • หัวฉีด
  • เซนเซอร์แรงดัน
  • ระบบควบคุมไอระเหย
  • ฝาปิดถังน้ำมัน

สัญญาณผิดปกติ

  • มีกลิ่นน้ำมัน
  • พบคราบรั่ว
  • เครื่องยนต์สตาร์ตยาก
  • กำลังตก
  • เครื่องยนต์สะดุด
  • ไฟเตือนเครื่องยนต์
  • อัตราสิ้นเปลืองเพิ่มขึ้นผิดปกติ

หากได้กลิ่นน้ำมันรุนแรงหรือพบการรั่ว ควรดับรถ หลีกเลี่ยงประกายไฟ และขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

22. ระบบไอเสีย

ระบบไอเสียทำหน้าที่ระบายก๊าซจากการเผาไหม้ ลดเสียง และควบคุมมลพิษ พบในรถที่มีเครื่องยนต์

ส่วนประกอบอาจได้แก่

  • ท่อร่วมไอเสีย
  • เซนเซอร์ออกซิเจน
  • Catalytic Converter
  • หม้อพักเสียง
  • ท่อไอเสีย
  • อุปกรณ์กรองมลพิษตามประเภทเครื่องยนต์

สัญญาณผิดปกติ

  • เสียงท่อดังขึ้น
  • มีกลิ่นไอเสียเข้าห้องโดยสาร
  • เครื่องยนต์กำลังตก
  • ไฟเตือนเครื่องยนต์
  • มีควันผิดปกติ
  • พบสนิมหรือรอยรั่ว

รถ BEV ไม่มีเครื่องยนต์สันดาปและไม่มีการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียระหว่างขับ ส่วน PHEV ไม่มีการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียเมื่อทำงานในโหมดไฟฟ้าล้วน แต่จะมีการปล่อยมลพิษเมื่อเครื่องยนต์ทำงาน

23. ระบบไฟส่องสว่างและทัศนวิสัย

ระบบนี้ช่วยให้ผู้ขับมองเห็นและทำให้ผู้ร่วมทางสังเกตเห็นรถ

ประกอบด้วย

  • ไฟหน้า
  • ไฟท้าย
  • ไฟเบรก
  • ไฟเลี้ยว
  • ไฟตัดหมอก
  • ไฟส่องป้ายทะเบียน
  • ไฟภายใน
  • ที่ปัดน้ำฝน
  • น้ำฉีดกระจก
  • กระจกมองข้าง
  • ระบบไล่ฝ้า
  • เซนเซอร์ฝนและแสงในรถบางรุ่น

ควรตรวจไฟและที่ปัดน้ำฝนเป็นประจำ ไม่ควรรอให้ถึงวันเข้าศูนย์ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการมองเห็นและการสื่อสารกับผู้ใช้ถนนคนอื่น

24. ระบบสื่อสาร หน้าจอ และซอฟต์แวร์

รถรุ่นใหม่ใช้ซอฟต์แวร์ควบคุมตั้งแต่หน้าจอ ระบบนำทาง การปรับอากาศ ไปจนถึงการตั้งค่าการชาร์จ

ระบบอาจประกอบด้วย

  • หน้าจอกลาง
  • หน้าจอผู้ขับ
  • ระบบนำทาง
  • การเชื่อมต่อโทรศัพท์
  • Bluetooth
  • แอปพลิเคชันรถ
  • ระบบสั่งงานด้วยเสียง
  • การอัปเดตซอฟต์แวร์
  • โมดูลสื่อสาร
  • ระบบบันทึกข้อมูลความผิดปกติ

ปัญหาที่อาจพบ

  • หน้าจอค้าง
  • การเชื่อมต่อขาดหาย
  • แอปไม่แสดงสถานะล่าสุด
  • ระบบชาร์จตามเวลาทำงานไม่ตรง
  • กล้องไม่แสดงภาพ
  • ระบบรีสตาร์ตเอง
  • การตั้งค่ากลับเป็นค่าเดิม

ปัญหาซอฟต์แวร์ไม่ควรแก้ด้วยการถอดอุปกรณ์หรือดัดแปลงระบบโดยไม่มีข้อมูล ควรตรวจสอบเวอร์ชันซอฟต์แวร์และประกาศจากศูนย์บริการก่อน

ระบบรถยนต์ไฟฟ้าทำงานร่วมกันอย่างไร

กระบวนการทำงานแบบสรุปของรถ BEV มีดังนี้

  1. แบตเตอรี่แรงดันสูงเก็บพลังงานไฟฟ้า
  2. เมื่อผู้ขับกดคันเร่ง ชุดควบคุมประเมินแรงบิดที่ต้องการ
  3. อินเวอร์เตอร์ควบคุมพลังงานที่ส่งไปยังมอเตอร์
  4. มอเตอร์สร้างแรงหมุน
  5. ชุดลดรอบส่งแรงหมุนไปยังล้อ
  6. ระบบระบายความร้อนควบคุมอุณหภูมิของแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อน
  7. เมื่อชะลอรถ มอเตอร์อาจสร้างพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่
  8. DC/DC Converter จ่ายไฟให้ระบบ 12 โวลต์
  9. ชุดควบคุมต่าง ๆ ตรวจสอบความปลอดภัยตลอดเวลา

ส่วนประกอบสำคัญของรถไฟฟ้าตามข้อมูลของ Alternative Fuels Data Center ประกอบด้วยแบตเตอรี่แรงดันสูง ช่องชาร์จ DC/DC Converter มอเตอร์ ระบบควบคุมกำลัง ระบบระบายความร้อน และระบบส่งกำลังไฟฟ้า

อ่านคำอธิบายเชิงลึกได้ที่
ระบบรถยนต์ไฟฟ้าทำงานอย่างไร ตั้งแต่ชาร์จไฟจนถึงขับเคลื่อนล้อ
https://www.bydbdautogroup.com/th/electric-car-operation-th/

ระบบ BYD e-Platform 3.0 และระบบขับเคลื่อนแบบ 8-in-1

BYD พัฒนา e-Platform 3.0 เป็นสถาปัตยกรรมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า โดยรวบรวมองค์ประกอบสำคัญของระบบขับเคลื่อนไว้ในแพลตฟอร์มเดียว

BYD ระบุว่าระบบขับเคลื่อนแบบ 8-in-1 รวมองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น

  • Vehicle Control Unit
  • Battery Management System
  • Power Distribution Unit
  • มอเตอร์ขับเคลื่อน
  • Motor Controller
  • ชุดส่งกำลัง
  • Onboard Charger
  • DC/DC Converter

การรวมชิ้นส่วนช่วยลดความซ้ำซ้อนของระบบและจัดการพื้นที่ภายในแพลตฟอร์มได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

รายละเอียดระบบและอุปกรณ์ที่ติดตั้งจริงอาจแตกต่างตามรุ่นรถและตลาดจำหน่าย ผู้ซื้อควรตรวจสอบสเปกของรุ่นย่อยจากข้อมูลทางการอีกครั้ง

ส่วนประกอบใดเป็นอะไหล่สิ้นเปลือง

อะไหล่สิ้นเปลืองคือชิ้นส่วนที่เสื่อมจากเวลา ระยะทาง หรือการใช้งาน และอาจต้องตรวจหรือเปลี่ยนตามกำหนด

รถทุกประเภท

  • ยาง
  • ใบปัดน้ำฝน
  • ไส้กรองอากาศห้องโดยสาร
  • ผ้าเบรก
  • จานเบรก
  • น้ำมันเบรก
  • แบตเตอรี่ 12 โวลต์
  • หลอดไฟหรือชุดไฟบางประเภท
  • บูชและชิ้นส่วนช่วงล่าง

รถน้ำมัน Hybrid และ PHEV

  • น้ำมันเครื่อง
  • ไส้กรองน้ำมันเครื่อง
  • ไส้กรองอากาศเครื่องยนต์
  • หัวเทียน
  • สายพาน
  • ของเหลวระบบเครื่องยนต์
  • ไส้กรองเชื้อเพลิงตามการออกแบบ

รถ EV

  • ไส้กรองอากาศห้องโดยสาร
  • น้ำมันเบรก
  • น้ำยาหล่อเย็นตามกำหนด
  • ยาง
  • ใบปัดน้ำฝน
  • แบตเตอรี่ 12 โวลต์
  • น้ำมันชุดเฟืองตามข้อกำหนดของแต่ละรุ่น

รถ BEV โดยทั่วไปมีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวในระบบขับเคลื่อนและของเหลวที่ต้องเปลี่ยนน้อยกว่ารถเครื่องยนต์ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องบำรุงรักษา

อ่านเพิ่มเติมได้ที่
อะไหล่รถยนต์ไฟฟ้ามีอะไรบ้าง อะไหล่สิ้นเปลืองและการบำรุงรักษา
https://www.bydbdautogroup.com/th/electric-car-parts-th/

ชิ้นส่วนใดไม่ควรซ่อมด้วยตนเอง

ผู้ใช้รถไม่ควรถอด เปิด เจาะ หรือดัดแปลงชิ้นส่วนต่อไปนี้ด้วยตนเอง

  • แบตเตอรี่แรงดันสูง
  • อินเวอร์เตอร์
  • มอเตอร์ขับเคลื่อน
  • สายไฟแรงดันสูง
  • ช่องชาร์จและชุดควบคุม
  • ถุงลมนิรภัย
  • ตัวดึงเข็มขัดนิรภัย
  • ระบบเบรก
  • ระบบพวงมาลัย
  • ระบบเชื้อเพลิง
  • ระบบปรับอากาศแรงดันสูง
  • ชุดควบคุมความปลอดภัย
  • กล้องหรือเรดาร์ที่ต้องปรับเทียบ

การซ่อมระบบเหล่านี้ต้องใช้เครื่องมือ ขั้นตอนความปลอดภัย และข้อมูลเฉพาะของผู้ผลิต การดัดแปลงอาจกระทบต่อความปลอดภัยและเงื่อนไขการรับประกัน

สายไฟสีส้มในรถ EV คืออะไร

สายไฟหรือขั้วต่อสีส้มมักใช้ระบุส่วนของระบบไฟฟ้าแรงดันสูงในรถ Hybrid, PHEV และ EV

ผู้ใช้รถไม่ควร

  • จับสายที่ชำรุด
  • ตัดสาย
  • ถอดขั้วต่อ
  • เจาะบริเวณใกล้สาย
  • ล้างด้วยน้ำแรงดันสูงเมื่อพบความเสียหาย
  • ซ่อมด้วยเทปหรืออุปกรณ์ทั่วไป

หากพบสายสีส้มเสียหาย มีรอยไหม้ หรือโผล่ออกมาหลังอุบัติเหตุ ควรอยู่ห่างจากรถและติดต่อผู้ให้บริการฉุกเฉินหรือศูนย์บริการ

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

ควรนำรถเข้าตรวจสอบเมื่อพบอาการต่อไปนี้

  • ไฟเตือนสีแดง
  • ข้อความให้หยุดรถทันที
  • กลิ่นไหม้
  • ควัน
  • ของเหลวรั่ว
  • เสียงโลหะเสียดสี
  • รถสูญเสียกำลัง
  • เบรกผิดปกติ
  • พวงมาลัยหนักหรือควบคุมยาก
  • รถสั่นรุนแรง
  • อุณหภูมิสูงผิดปกติ
  • การชาร์จหยุดซ้ำ ๆ
  • หัวชาร์จหรือช่องชาร์จร้อนผิดปกติ
  • ชุดแบตเตอรี่ใต้ท้องรถได้รับแรงกระแทก
  • รถผ่านน้ำลึกหรือจมน้ำ
  • ถุงลมนิรภัยทำงาน

หากมีความเสี่ยงด้านไฟไหม้ ระบบเบรก ระบบบังคับเลี้ยว หรือระบบแรงดันสูง ไม่ควรขับรถต่อ ควรจอดในพื้นที่ปลอดภัยและติดต่อบริการช่วยเหลือ

วิธีดูแลระบบรถยนต์เบื้องต้น

ตรวจสอบเป็นประจำ

  • แรงดันลมยาง
  • สภาพยาง
  • ไฟส่องสว่าง
  • ที่ปัดน้ำฝน
  • ระดับของเหลวที่ผู้ผลิตอนุญาตให้ตรวจ
  • คราบรั่วใต้รถ
  • เสียงและแรงสั่นสะเทือน
  • ข้อความแจ้งเตือน
  • ช่องชาร์จและสายชาร์จ
  • ความสะอาดของกล้องและเซนเซอร์

เข้าศูนย์ตามระยะ

รถที่ใช้งานน้อยยังควรเข้าตรวจตามระยะเวลา เพราะของเหลว ยาง ซีล แบตเตอรี่ 12 โวลต์ และชิ้นส่วนบางชนิดเสื่อมได้ตามอายุ แม้เลขไมล์จะไม่สูง

ใช้อะไหล่และของเหลวตามข้อกำหนด

ควรตรวจสอบหมายเลขอะไหล่ มาตรฐานน้ำมันเบรก น้ำยาหล่อเย็น น้ำมันชุดเฟือง และอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ตรงกับรุ่นรถ

การเลือกจากรูปลักษณ์หรือขนาดที่ใกล้เคียงกันอาจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะรถที่มีระบบแรงดันสูงหรือระบบช่วยขับขี่

ระบบรถกับอะไหล่รถต่างกันอย่างไร

คำว่า “ระบบรถ” หมายถึงกลุ่มชิ้นส่วนและซอฟต์แวร์ที่ทำงานร่วมกันเพื่อทำหน้าที่หนึ่ง เช่น ระบบเบรกหรือระบบชาร์จ

คำว่า “ส่วนประกอบ” หมายถึงชิ้นส่วนภายในระบบ เช่น คาลิเปอร์ ผ้าเบรก เซนเซอร์ หรือสายไฟ

ส่วนคำว่า “อะไหล่” มักหมายถึงชิ้นส่วนที่สามารถสั่งซื้อเพื่อนำมาเปลี่ยนหรือซ่อมรถ เช่น

  • ผ้าเบรก
  • เซนเซอร์
  • ปั๊มน้ำ
  • ช่องชาร์จ
  • ชุดสายไฟ
  • โมดูลควบคุม
  • มอเตอร์
  • แบตเตอรี่ 12 โวลต์

ชิ้นส่วนบางรายการอาจเปลี่ยนแยกได้ ขณะที่บางรายการต้องเปลี่ยนเป็นชุดตามขั้นตอนของผู้ผลิต

เลือกศูนย์บริการอย่างไร

ก่อนนำรถเข้าซ่อม โดยเฉพาะรถ Hybrid, PHEV และ EV ควรตรวจสอบว่า

  • มีช่างที่ผ่านการอบรมระบบแรงดันสูง
  • มีเครื่องมือวิเคราะห์ตรงกับรุ่นรถ
  • มีพื้นที่ปฏิบัติงานสำหรับรถ EV
  • สามารถตรวจสุขภาพแบตเตอรี่ได้
  • สามารถปรับเทียบกล้องและเซนเซอร์ได้
  • ใช้อะไหล่ที่ตรวจสอบที่มาได้
  • มีขั้นตอนจัดการรถที่เกิดอุบัติเหตุหรือน้ำท่วม
  • แจ้งรายการซ่อมและค่าใช้จ่ายก่อนดำเนินงาน
  • ให้การรับประกันงานซ่อมและอะไหล่
  • บันทึกประวัติการซ่อมอย่างครบถ้วน

BYD BD Auto Group ให้บริการตั้งแต่คำปรึกษา ทดลองขับ ส่งมอบ ไปจนถึงบริการหลังการขายผ่านเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการในภาคใต้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบและส่วนประกอบรถยนต์

รถยนต์มีระบบหลักกี่ระบบ

ไม่มีจำนวนที่ตายตัว เพราะวิธีแบ่งระบบแตกต่างกัน แต่สามารถแบ่งกลุ่มหลักได้ประมาณระบบขับเคลื่อน ระบบส่งกำลัง เชื้อเพลิง ไฟฟ้า เบรก ช่วงล่าง บังคับเลี้ยว ความปลอดภัย ปรับอากาศ ตัวถัง และระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์

รถ EV มีเครื่องยนต์หรือไม่

รถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือ BEV ไม่มีเครื่องยนต์สันดาป ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่แรงดันสูงในการขับเคลื่อน แต่รถ Hybrid และ PHEV ยังมีเครื่องยนต์อยู่

รถ EV มีเกียร์หรือไม่

รถ EV มีชุดส่งกำลัง แต่หลายรุ่นใช้ชุดเฟืองลดรอบแบบอัตราทดเดียว จึงไม่มีการเปลี่ยนเกียร์หลายจังหวะแบบรถน้ำมันทั่วไป

รถ EV มีแบตเตอรี่กี่ลูก

โดยทั่วไปมีทั้งแบตเตอรี่แรงดันสูงสำหรับขับเคลื่อนและแบตเตอรี่แรงดันต่ำ เช่น แบตเตอรี่ 12 โวลต์ สำหรับระบบควบคุมและอุปกรณ์ภายในรถ

รถ EV มีหม้อน้ำหรือไม่

รถ EV ไม่มีระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์ แต่ยังอาจมีระบบหล่อเย็นสำหรับแบตเตอรี่ มอเตอร์ อินเวอร์เตอร์ และอุปกรณ์ชาร์จ ซึ่งอาจใช้หม้อน้ำ ปั๊ม และน้ำยาหล่อเย็น

รถ EV มีน้ำมันเครื่องหรือไม่

ไม่มีน้ำมันเครื่องเพราะไม่มีเครื่องยนต์ แต่ยังอาจมีน้ำมันชุดเฟือง น้ำมันเบรก น้ำยาหล่อเย็น และของเหลวอื่นตามการออกแบบ

รถ EV มีผ้าเบรกหรือไม่

มี รถ EV ใช้ทั้ง Regenerative Braking และเบรกแบบเสียดทาน จึงยังมีผ้าเบรก จานเบรก และน้ำมันเบรก

รถ Hybrid ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องหรือไม่

ต้องเปลี่ยน เพราะรถ Hybrid ยังมีเครื่องยนต์สันดาป แม้เครื่องยนต์อาจหยุดทำงานในบางช่วง

อินเวอร์เตอร์ในรถ EV ทำหน้าที่อะไร

อินเวอร์เตอร์ควบคุมและแปลงพลังงานไฟฟ้าระหว่างแบตเตอรี่กับมอเตอร์ เพื่อควบคุมความเร็ว แรงบิด และการรับพลังงานกลับขณะชะลอรถ

Onboard Charger ทำหน้าที่อะไร

Onboard Charger แปลงไฟ AC จากเครื่องชาร์จให้เป็นไฟ DC สำหรับเก็บในแบตเตอรี่ กำลังของอุปกรณ์นี้มีผลต่อความเร็วในการชาร์จ AC

ทำไมรถ EV ยังมีแบตเตอรี่ 12 โวลต์

แบตเตอรี่ 12 โวลต์ใช้จ่ายไฟให้ระบบล็อก ไฟ หน้าจอ เซนเซอร์ และชุดควบคุม รวมถึงช่วยเริ่มกระบวนการเชื่อมต่อระบบแรงดันสูง

ถ้าแบตเตอรี่ 12 โวลต์หมด รถ EV ยังขับได้ไหม

รถอาจไม่สามารถเปิดระบบหรือเข้าโหมดพร้อมขับได้ แม้แบตเตอรี่แรงดันสูงยังมีไฟ จึงควรตรวจสุขภาพแบตเตอรี่ 12 โวลต์ตามกำหนด

รถ EV ต้องเข้าศูนย์บริการหรือไม่

ต้องเข้าตรวจตามตารางผู้ผลิต แม้ไม่มีน้ำมันเครื่อง แต่ยังต้องตรวจยาง เบรก ช่วงล่าง ของเหลว แบตเตอรี่ 12 โวลต์ ระบบปรับอากาศ ระบบชาร์จและซอฟต์แวร์

สามารถซ่อมระบบแรงดันสูงเองได้หรือไม่

ไม่ควร ระบบแรงดันสูงอาจเป็นอันตรายและต้องใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ป้องกัน และขั้นตอนเฉพาะ ควรให้ช่างที่ผ่านการอบรมตรวจซ่อม

ไฟเตือนรถหายเองแปลว่ารถปกติหรือไม่

ไม่เสมอไป ระบบอาจบันทึกรหัสความผิดปกติไว้ แม้ไฟเตือนจะดับลง ควรนำรถตรวจหากไฟเตือนเกี่ยวข้องกับเบรก พวงมาลัย ระบบขับเคลื่อน แบตเตอรี่ หรือความปลอดภัย

อะไหล่รถ EV แพงกว่ารถน้ำมันหรือไม่

ขึ้นอยู่กับชิ้นส่วนและรุ่นรถ อะไหล่สิ้นเปลืองบางรายการใกล้เคียงรถทั่วไป ส่วนชิ้นส่วนแรงดันสูง เซนเซอร์ กล้อง หรือโมดูลอิเล็กทรอนิกส์อาจมีราคาสูงกว่า จึงควรตรวจเงื่อนไขรับประกันและประกันภัยร่วมด้วย

สรุประบบและส่วนประกอบรถยนต์

รถยนต์ทุกประเภทมีระบบพื้นฐานร่วมกัน เช่น เบรก ช่วงล่าง บังคับเลี้ยว ล้อ ยาง ตัวถัง และระบบความปลอดภัย แต่ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ระบบต้นกำลัง

  • รถน้ำมันใช้เครื่องยนต์ ระบบเชื้อเพลิง เกียร์ และระบบไอเสีย
  • รถ Hybrid ใช้เครื่องยนต์ร่วมกับมอเตอร์และแบตเตอรี่
  • รถ PHEV เพิ่มแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และระบบเสียบชาร์จ
  • รถ BEV ใช้แบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ อินเวอร์เตอร์และระบบชาร์จ โดยไม่มีเครื่องยนต์

การเข้าใจหน้าที่ของแต่ละระบบช่วยให้ผู้ใช้เลือกซื้อ ดูแล และสังเกตความผิดปกติของรถได้ดีขึ้น แต่การตรวจหรือซ่อมส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบเบรก ความปลอดภัย เชื้อเพลิง และไฟฟ้าแรงดันสูง ควรดำเนินการโดยศูนย์บริการหรือช่างที่มีความรู้เฉพาะทาง

ทดลองขับและดูแลรถ BYD กับ BYD BD Auto Group

รถยนต์ไฟฟ้าและรถ Super Hybrid BYD ใช้ระบบขับเคลื่อน เทคโนโลยีแบตเตอรี่ และระบบควบคุมที่แตกต่างกันตามแต่ละรุ่น

ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรพิจารณา

  • ประเภทระบบขับเคลื่อน
  • ขนาดแบตเตอรี่
  • ระยะทาง
  • ระบบชาร์จ
  • ระบบความปลอดภัย
  • ตารางบำรุงรักษา
  • เงื่อนไขรับประกัน
  • ศูนย์บริการที่สะดวก
  • ความพร้อมของอะไหล่

BYD BD Auto Group พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า รถ Super Hybrid การทดลองขับ การชาร์จ การรับประกัน และบริการหลังการขาย

สามารถติดต่อ BYD BD Auto Group เพื่อสอบถามข้อมูล นัดหมายทดลองขับ หรือนัดหมายเข้ารับบริการได้ทุกสาขา

แหล่งอ้างอิง

ติดต่อเรา | จองซื้อ & ทดลองขับ

อยากเป็นเจ้าของหรือสนใจทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้า BYD ติดต่อ BYD BD Auto Group ได้ทุกสาขาพร้อมทีมงานให้คำปรึกษาแบบครบวงจร

ป้ายกำกับ

รางวัลใหญ่จากเวที BYD Asia Pacific 2025
BYD BD Auto Group

ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD

หมวดหมู่

บทความที่เกี่ยวข้อง

<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
เปรียบเทียบรถ BYD ทุกรุ่นในไทย รุ่นไหนเหมาะกับคุณ?...
อัปเดตข้อมูลล่าสุด: 1 สิงหาคม 2569 รถยนต์ BYD ในประเทศไทยมีให้เลือกหลายรูปแบบ ตั...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ระบบและส่วนประกอบรถยนต์มีอะไรบ้าง? เข้าใจการทำงานข...
รถยนต์หนึ่งคันประกอบด้วยระบบจำนวนมากที่ต้องทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ระบบสร้างกำลัง ระ...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ประเภทรถ EV และ Hybrid มีอะไรบ้าง? เปรียบเทียบ ICE...
ปัจจุบันผู้ซื้อรถไม่ได้มีตัวเลือกเฉพาะรถน้ำมันเบนซินหรือดีเซลเท่านั้น แต่ยังมีรถ...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าคืออะไร? รู้จักแบตเตอรี่แรงดัน...
แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นหัวใจสำคัญของรถ EV เพราะทำหน้าที่กักเก็บพลังงานและจ่ายกร...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ยางรถยนต์ไฟฟ้าแตกต่างอย่างไร? คู่มือเลือกและดูแลยา...
ยางรถยนต์เป็นจุดสัมผัสเพียงส่วนเดียวระหว่างรถกับพื้นถนน จึงมีผลโดยตรงต่อการยึดเก...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
วิธีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า คู่มือชาร์จ EV ที่บ้านและสถาน...
หนึ่งในคำถามสำคัญของผู้ที่กำลังสนใจรถยนต์ไฟฟ้าคือ “รถ EV ชาร์จอย่างไร?” “ต้องติด...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ขับรถ EV หน้าฝนอย่างไรให้ปลอดภัย พร้อมวิธีดูแลรถแล...
ช่วงหน้าฝนเป็นช่วงที่ผู้ใช้รถควรให้ความสำคัญกับการขับขี่มากเป็นพิเศษ เพราะถนนลื่...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
มอเตอร์รถ EV มีกี่แบบ? รู้จักประเภทมอเตอร์ไฟฟ้าในร...
มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของรถ EV เพราะทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าจากแบ...