การติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

/
/
การติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
องค์ประกอบการติดตั้งระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (Web H)

การติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้านเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังจะเปลี่ยนมาใช้รถ EV หรือผู้ที่ ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันแรก เพราะช่วยให้สามารถชาร์จรถได้สะดวกในช่วงกลางคืน ลดการพึ่งพาสถานีชาร์จสาธารณะ และควบคุมค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม การติดตั้งเครื่องชาร์จไม่ได้มีเพียงการซื้ออุปกรณ์มาติดไว้บริเวณที่จอดรถ แต่ต้องตรวจสอบตั้งแต่กำลังไฟที่รถรองรับ ขนาดมิเตอร์ สายไฟ ตู้ควบคุม ระบบสายดิน ไปจนถึงอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้ารั่ว หากติดตั้งไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดความร้อนสะสม ไฟฟ้าลัดวงจร หรืออันตรายต่อผู้ใช้งานและระบบไฟในบ้านได้

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกขั้นตอนการติดตั้ง Wall Charger ที่บ้าน ตำแหน่งที่เหมาะสม การเตรียมระบบไฟ ไปจนถึงระบบความปลอดภัยที่ต้องมี เพื่อให้คุณชาร์จรถ EV ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในระยะยาว

หัวข้อ

องค์ประกอบการติดตั้งระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging System) อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้านคืออะไร?

เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน หรือ Home EV Charger เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ส่งพลังงานไฟฟ้าจากระบบไฟภายในบ้านเข้าสู่แบตเตอรี่แรงดันสูงของรถ EV มักจะเรียกว่า Wall Charger หรือ Wallbox ซึ่งเป็นการชาร์จแบบกระแสสลับ (AC)

ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) จากบ้านจะถูกส่งผ่านเครื่องชาร์จเข้าสู่ On-board Charger ภายในรถ ก่อนที่รถจะแปลงเป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) เพื่อเก็บไว้ในแบตเตอรี่ต่อไป (สามารถอ่านเรื่องประเภทของกระแสไฟและการชาร์จเพิ่มเติมได้ที่บทความ วิธีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า)

ดังนั้น ความเร็วในการชาร์จที่บ้านจะขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก คือ กำลังของเครื่องชาร์จ (Wall Charger) และ กำลังรับไฟสูงสุดที่ On-board Charger ของรถรองรับได้


ควรเลือก Wall Charger ขนาดเท่าไหร่?

Wall Charger ที่นิยมติดตั้งตามบ้านมี 3 ระดับกำลังไฟหลัก ได้แก่ 7 kW, 11 kW และ 22 kW การเลือกขนาดที่เหมาะสมไม่ได้แปลว่า “ยิ่งกำลังไฟสูงยิ่งดี” แต่ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับระบบไฟบ้านและสเปกของรถ EV ที่คุณใช้งาน

Wall Charger ขนาด 7 kW

เป็นขนาดมาตรฐานที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เหมาะสำหรับบ้านที่ใช้ระบบไฟฟ้า 1 เฟส (1-Phase) รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ในตลาด (รวมถึงแบรนด์ BYD) รองรับการรับไฟ AC สูงสุดที่ 7 kW อยู่แล้ว ทำให้การติดตั้ง Wallbox ขนาด 7 kW คุ้มค่าและเพียงพอต่อการชาร์จข้ามคืน

Wall Charger ขนาด 11 kW และ 22 kW

ต้องใช้กับระบบไฟฟ้า 3 เฟส (3-Phase) เท่านั้น หากบ้านของคุณเป็นระบบ 1 เฟส จะต้องดำเนินการขอเปลี่ยนระบบไฟกับการไฟฟ้าใหม่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม นอกจากนี้ หากรถ EV ของคุณรองรับ On-board Charger ที่ 7 kW ต่อให้คุณติดตั้งตู้ 22 kW รถก็จะดึงไฟไปชาร์จได้สูงสุดแค่ 7 kW อยู่ดี จึงอาจไม่คุ้มค่ากับการลงทุน

การติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน

ก่อนติดตั้งเครื่องชาร์จ EV ต้องตรวจสอบระบบไฟอะไรบ้าง?

ก่อนที่ช่างจะเข้าทำการติดตั้ง จะต้องมีการ สำรวจหน้างาน (Site Survey) เพื่อประเมินความพร้อมของระบบไฟฟ้าเดิมว่าสามารถรองรับโหลดการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่กินกระแสสูงและต่อเนื่องได้หรือไม่ โดยมีจุดที่ต้องตรวจสอบดังนี้

1. ตรวจสอบขนาดมิเตอร์ไฟฟ้า

การชาร์จรถ EV ใช้กระแสไฟสูงมากเทียบเท่ากับการเปิดแอร์ขนาดใหญ่พร้อมกันหลายตัว ช่างจะต้องตรวจสอบว่ามิเตอร์ไฟฟ้าเดิม (เช่น 15(45)A หรือ 30(100)A) เมื่อรวมโหลดจากการชาร์จรถเข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นในบ้าน (แอร์, เครื่องทำน้ำอุ่น, เตาไฟฟ้า) จะเกินขีดจำกัดหรือไม่ หากเกิน อาจต้องทำเรื่องขอขยายขนาดมิเตอร์ หรือขอติดตั้ง “มิเตอร์เครื่องที่ 2” สำหรับชาร์จรถ EV โดยเฉพาะ

2. ตรวจสอบระบบไฟ 1 เฟสหรือ 3 เฟส

เพื่อให้สอดคล้องกับการเลือกขนาด Wall Charger หากต้องการติดตั้งตู้ 11 kW หรือ 22 kW บ้านจะต้องมีระบบไฟ 3 เฟส (380V) มารองรับ

3. ตรวจสอบสายเมนและตู้ควบคุมไฟฟ้า

ขนาดของ “สายเมน” ที่เดินจากมิเตอร์เข้ามายังตู้คอนซูมเมอร์ยูนิต (Consumer Unit) ต้องมีขนาดหน้าตัดที่ใหญ่เพียงพอที่จะทนกระแสไฟรวมทั้งหมดได้โดยไม่เกิดความร้อนสะสม หากสายเมนเล็กเกินไป ต้องเดินสายใหม่ให้ได้ตามมาตรฐานการไฟฟ้า

4. ตรวจสอบพื้นที่ในตู้ไฟและเซอร์กิตเบรกเกอร์

เครื่องชาร์จรถ EV ต้องเดินวงจรแยกเด็ดขาด (Dedicated Circuit) ห้ามพ่วงรวมกับวงจรปลั๊กไฟหรือแสงสว่างอื่นๆ ภายในบ้าน ตู้ไฟเดิมต้องมีช่องว่างสำหรับใส่เซอร์กิตเบรกเกอร์ลูกย่อย (MCB) และอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว (RCD) หากตู้เดิมเต็ม จะต้องติดตั้งตู้ไฟย่อย (Sub-board) เพิ่มเติมบริเวณใกล้เคียง

5. ตรวจสอบระบบสายดิน

ระบบสายดิน (Grounding) มีความสำคัญสูงสุดในการชาร์จ EV เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟรั่ว ช่างจะต้องตอกหลักดิน (Ground Rod) ใหม่สำหรับวงจรเครื่องชาร์จโดยเฉพาะ หรือตรวจสอบค่าความต้านทานดินของระบบเดิมว่าได้ค่ามาตรฐาน (ไม่เกิน 5 โอห์ม) หรือไม่

องค์ประกอบการติดตั้งระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging System) อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

ขั้นตอนการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน

  1. สำรวจหน้างาน (Site Survey): ช่างจะเข้าตรวจระบบไฟ ระยะทางจากตู้เมนถึงจุดติดตั้ง และประเมินค่าใช้จ่ายในการเดินสาย
  2. ยื่นขออนุญาตการไฟฟ้า (ถ้ามี): หากต้องขอขยายมิเตอร์ หรือติดตั้งมิเตอร์เครื่องที่ 2 สำหรับ EV (เช่น TOU Meter) ทางบริษัทรับติดตั้งมักจะเป็นผู้ดำเนินการให้
  3. ออกแบบและเดินระบบไฟ: เดินสายไฟในท่อร้อยสายจากตู้เมนมายังจุดติดตั้ง ติดตั้งตู้ควบคุม (เบรกเกอร์และกันดูด) และตอกแท่งกราวด์
  4. ติดตั้ง Wall Charger: ยึดเครื่องชาร์จเข้ากับผนังหรือเสาเหล็ก เชื่อมต่อระบบสายไฟเข้าตัวเครื่อง
  5. ทดสอบระบบ (Commissioning): ช่างจะใช้เครื่องมือจำลองการชาร์จ เพื่อทดสอบการตัดกระแสไฟเมื่อเกิดไฟรั่ว ไฟกระชาก และทดสอบวัดค่าความต้านทานสายดินก่อนส่งมอบงาน

ตำแหน่งติดตั้ง Wall Charger ที่เหมาะสม

การเลือกจุดติดตั้งเครื่องชาร์จในบริเวณบ้าน ควรพิจารณาจากความสะดวกในการเสียบสายและความปลอดภัยเป็นหลัก:

  • อยู่ใกล้ตำแหน่งช่องชาร์จของรถ: สังเกตว่าพอร์ตชาร์จของรถคุณอยู่ฝั่งไหน (ซ้าย/ขวา/หน้า/หลัง) และเลือกติดเครื่องชาร์จในฝั่งเดียวกัน เพื่อไม่ต้องดึงสายตึงเกินไป
  • มีหลังคาบังแดดฝน: แม้เครื่องชาร์จส่วนใหญ่จะได้มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น (IP54 หรือ IP55 ขึ้นไป) แต่การอยู่ในร่มจะช่วยยืดอายุการใช้งานของวัสดุและจอแสดงผลได้ดีกว่า
  • ไม่กีดขวางทางเดิน: สายชาร์จควรห้อยหรือเก็บได้อย่างเป็นระเบียบ ไม่พาดผ่านทางเดินที่คนในบ้านต้องเดินข้าม หรืออยู่ในจุดที่ล้อรถจะทับได้ง่าย
  • ไม่อยู่ในจุดเสี่ยงน้ำท่วม: ควรยกเครื่องชาร์จให้สูงจากพื้นอย่างน้อย 1-1.2 เมตร และหลีกเลี่ยงพื้นที่แอ่งกระทะ

ระบบป้องกันที่ควรมีในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย

ตามมาตรฐานการติดตั้งระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของ วสท. (วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย) วงจรของเครื่องชาร์จจะต้องประกอบด้วยอุปกรณ์ป้องกันดังนี้:

  • เซอร์กิตเบรกเกอร์ (MCB): สำหรับตัดวงจรเมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือมีการใช้กระแสไฟเกินพิกัด
  • อุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว (RCD Type B หรือ Type A + DC 6mA): จำเป็นอย่างยิ่งในการชาร์จรถ EV เพื่อตัดวงจรทันทีหากมีกระแสไฟฟ้ารั่วไหลลงโครงรถหรือลงดิน (เครื่องชาร์จบางรุ่นอาจติดตั้ง RCD แบบนี้มาให้ในตัวเครื่องแล้ว)
  • ระบบสายดินแยกเฉพาะ: แท่งกราวด์ต้องฝังลึกตามมาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ระบบจัดการโหลดไฟฟ้า (Load Management) คืออะไร?

เครื่องชาร์จอัจฉริยะบางรุ่นมีระบบ Load Management หรือ Dynamic Load Balancing ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้ไฟรวมของบ้านแบบเรียลไทม์ หากบ้านเปิดแอร์ เตาอบ เครื่องทำน้ำอุ่นพร้อมกันจนใกล้ชนลิมิตของมิเตอร์ ระบบจะ “หรี่” กำลังการชาร์จรถ EV ลงโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันไฟตกหรือเบรกเกอร์เมนตัด และจะเร่งกำลังไฟกลับมาเมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ หยุดทำงาน


ติดตั้ง Wall Charger มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

หากคุณซื้อรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ ค่ายรถยนต์ส่วนใหญ่ (รวมถึง BYD) มักจะมีโปรโมชัน ฟรีเครื่องชาร์จ Wall Charger พร้อมบริการติดตั้งมาตรฐาน ให้กับลูกค้าอยู่แล้ว

แต่การติดตั้ง “แบบมาตรฐาน” มักจะจำกัดระยะการเดินสายไฟไว้ที่ประมาณ 15-20 เมตร หากจุดจอดรถของคุณอยู่ไกลจากตู้ไฟเมนเกินกว่าระยะนี้ หรือต้องการเดินสายแบบร้อยท่อฝังดิน อาจมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินตามเมตรที่เพิ่มขึ้น รวมถึงหากระบบไฟบ้านเดิมไม่พร้อม และต้องเปลี่ยนสายเมนใหญ่หรือตู้คอนซูมเมอร์ใหม่ ก็จะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของช่างไฟเพิ่มเติมด้วย

ใช้โซลาร์เซลล์ชาร์จรถ EV ได้หรือไม่?

สามารถทำได้และเป็นที่นิยมมาก! สำหรับบ้านที่ติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) สามารถนำพลังงานแสงอาทิตย์มาช่วยจ่ายไฟให้กับ Wall Charger ได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยประหยัด ค่าใช้จ่ายในการชาร์จรถ EV ได้อย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม จะคุ้มค่าที่สุดก็ต่อเมื่อคุณจอดรถชาร์จในช่วงกลางวันที่มีแดดจัด

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงในการติดตั้ง

  • จ้างช่างทั่วไปที่ไม่มีความรู้เรื่อง EV: งานติดตั้งจุดชาร์จ EV ต้องการความเข้าใจในเรื่องขนาดสายไฟ พิกัดเบรกเกอร์ และระบบป้องกันไฟรั่วที่เฉพาะเจาะจง
  • ใช้วงจรเดียวกับปลั๊กไฟบ้าน: การพ่วงปลั๊กชาร์จรวมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น จะทำให้สายไฟร้อนจัดและเกิดเพลิงไหม้ได้ ต้องลากสายตรง (Dedicated Line) จากตู้ไฟเท่านั้น
  • ไม่ทำระบบสายดินแยก: ระบบสายดินคือหัวใจความปลอดภัย ห้ามละเลยเด็ดขาด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการติดตั้งเครื่องชาร์จรถ EV ที่บ้าน

บ้านทั่วไปติดตั้ง Wall Charger ได้หรือไม่?

สามารถติดตั้งได้แทบทุกบ้าน แต่ต้องให้ช่างเข้ามาสำรวจระบบไฟเดิมก่อนว่า มิเตอร์และตู้ไฟรองรับโหลดไหวหรือไม่ หากไม่พอ อาจต้องขอขยายมิเตอร์ หรือขอติดตั้งมิเตอร์เครื่องที่ 2 จากการไฟฟ้า

Wall Charger ขนาด 7 kW ใช้ไฟ 1 เฟสได้หรือไม่?

ได้ครับ Wall Charger 7 kW ออกแบบมาสำหรับระบบไฟ 1 เฟส (Single-Phase) ซึ่งเป็นระบบไฟฟ้ามาตรฐานของบ้านพักอาศัยส่วนใหญ่ในไทย

ติด Wall Charger ต้องเพิ่มมิเตอร์หรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป หากบ้านมีมิเตอร์ขนาด 30(100)A และโหลดเครื่องใช้ไฟฟ้าเดิมไม่เยอะ ก็สามารถใช้งานร่วมกันได้ แต่ถ้ามิเตอร์เล็ก (เช่น 15(45)A) ควรขอเปลี่ยนขนาดมิเตอร์ หรือขอติดตั้งมิเตอร์สำหรับชาร์จ EV โดยเฉพาะ (TOU Meter) จะช่วยให้ค่าไฟถูกลงในช่วงกลางคืน

ใช้ปลั๊กไฟบ้านทั่วไปชาร์จรถ EV ได้หรือไม่?

สายชาร์จฉุกเฉิน (Portable Charger) สามารถเสียบปลั๊กผนังบ้านได้ แต่ปลั๊กนั้นต้องเป็นเต้ารับเดี่ยวที่มีการเดินสายไฟขนาดใหญ่และมีสายดินถูกต้อง ไม่ควรเสียบผ่าน ‘ปลั๊กพ่วง’ โดยเด็ดขาด เพราะจะเกิดความร้อนสะสมจนละลายได้

ติดตั้ง Wall Charger กลางแจ้งได้หรือไม่?

ทำได้หากเครื่องชาร์จนั้นได้รับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น (IP54 หรือ IP55 ขึ้นไป) แต่ควรติดตั้งในจุดที่น้ำไม่ท่วมขัง และหากเป็นไปได้ควรมีหลังคาบังแดดบังฝนเพื่อยืดอายุการใช้งาน

เครื่องชาร์จ 11 kW ชาร์จเร็วกว่าขนาด 7 kW เสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไป หาก On-board Charger ในรถยนต์ไฟฟ้ารองรับการชาร์จไฟ AC ได้สูงสุดแค่ 7 kW ต่อให้คุณติดตั้งตู้ 11 kW หรือ 22 kW รถก็จะดึงไฟได้เต็มที่เพียง 7 kW เท่านั้น

ติดตั้ง Wall Charger เองได้หรือไม่?

ไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่ง การติดตั้งต้องมีการคำนวณโหลด เดินสายไฟขนาดใหญ่ ติดตั้งเบรกเกอร์ กันดูด และวัดค่าความต้านทานสายดิน ซึ่งต้องกระทำโดยช่างไฟฟ้าที่มีความชำนาญและเข้าใจมาตรฐานของ วสท. เท่านั้น

สรุปการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน

การมีเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้านเป็นสิ่งที่คุ้มค่า เพราะช่วยให้คุณประหยัดค่าชาร์จไฟได้มากกว่าการไปชาร์จตามสถานีสาธารณะ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานรถ EV อย่างแท้จริง เพียงแค่ขับกลับมาจอด เสียบสายชาร์จ และตื่นมาพบกับแบตเตอรี่ที่เต็มเปี่ยมในเช้าวันใหม่

หัวใจสำคัญคือ “ความปลอดภัย” ควรเลือกติดตั้งกับบริษัทหรือผู้รับเหมาที่มีความเชี่ยวชาญด้าน EV โดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจว่าการคำนวณโหลด การเดินสาย และอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่วไฟดูดต่างๆ เป็นไปตามมาตรฐานที่ถูกต้อง

ติดต่อเรา | จองซื้อ & ทดลองขับ

อยากเป็นเจ้าของหรือสนใจทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้า BYD ติดต่อ BYD BD Auto Group ได้ทุกสาขาพร้อมทีมงานให้คำปรึกษาแบบครบวงจร

ป้ายกำกับ

รางวัลใหญ่จากเวที BYD Asia Pacific 2025
BYD BD Auto Group

ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD

หมวดหมู่

บทความที่เกี่ยวข้อง

<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
เปรียบเทียบรถ BYD ทุกรุ่นในไทย รุ่นไหนเหมาะกับคุณ?...
รถยนต์ BYD ในประเทศไทยมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่รถย...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ระบบและส่วนประกอบรถยนต์มีอะไรบ้าง? เข้าใจการทำงานข...
รถยนต์หนึ่งคันประกอบด้วยระบบจำนวนมากที่ต้องทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ระบบสร้างกำลัง ระ...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ประเภทรถ EV และ Hybrid มีอะไรบ้าง? เปรียบเทียบ ICE...
ปัจจุบันผู้ซื้อรถไม่ได้มีตัวเลือกเฉพาะรถน้ำมันเบนซินหรือดีเซลเท่านั้น แต่ยังมีรถ...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าคืออะไร? รู้จักแบตเตอรี่แรงดัน...
แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นหัวใจสำคัญของรถ EV เพราะทำหน้าที่กักเก็บพลังงานและจ่ายกร...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ยางรถยนต์ไฟฟ้าแตกต่างอย่างไร? คู่มือเลือกและดูแลยา...
ยางรถยนต์เป็นจุดสัมผัสเพียงส่วนเดียวระหว่างรถกับพื้นถนน จึงมีผลโดยตรงต่อการยึดเก...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
วิธีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า คู่มือชาร์จ EV ที่บ้านและสถาน...
หนึ่งในคำถามสำคัญของผู้ที่กำลังสนใจรถยนต์ไฟฟ้าคือ “รถ EV ชาร์จอย่างไร?” “ต้องติด...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ขับรถ EV หน้าฝนอย่างไรให้ปลอดภัย พร้อมวิธีดูแลรถแล...
ช่วงหน้าฝนเป็นช่วงที่ผู้ใช้รถควรให้ความสำคัญกับการขับขี่มากเป็นพิเศษ เพราะถนนลื่...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ศูนย์บริการ BYD ในภาคใต้ มีที่ไหนบ้าง? คู่มือสำหรั...
สำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า BYD ในภาคใต้ นอกจากการเลือกรุ่นรถให้เหมาะกับการใช้งานแล้...