ระบบจุดระเบิด (Ignition System) เป็นหัวใจสำคัญของเครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine) เพราะเป็นระบบที่ทำหน้าที่จุดเชื้อเพลิงและอากาศภายในกระบอกสูบให้เกิดการระเบิด เพื่อสร้างพลังงานหมุนขับเคลื่อนเครื่องยนต์ หากระบบจุดระเบิดทำงานผิดพลาด เครื่องยนต์อาจเดินสะดุด กินน้ำมันมาก หรือไม่สามารถสตาร์ทรถได้เลย
การเข้าใจหลักการทำงานของระบบจุดระเบิดจะช่วยให้คุณสามารถดูแลรักษารถยนต์ได้ถูกวิธี เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ และลดปัญหาที่เกิดขึ้นในระยะยาว
หัวข้อ
ระบบจุดระเบิดคืออะไร?
ระบบจุดระเบิดคือระบบที่ทำหน้าที่จ่ายกระแสไฟฟ้าแรงสูงไปยังหัวเทียน (Spark Plug) เพื่อสร้างประกายไฟและจุดระเบิดส่วนผสมของอากาศกับน้ำมันในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเผาไหม้ที่สร้างพลังงานขับเคลื่อนรถยนต์
ระบบนี้พบในเครื่องยนต์เบนซิน (Gasoline Engine) โดยเฉพาะ ส่วนในเครื่องยนต์ดีเซลจะใช้หลักการอัดอากาศจนเกิดความร้อนแทน
หน้าที่ของระบบจุดระเบิด
- สร้างแรงดันไฟฟ้าแรงสูง – ระบบจุดระเบิดจะเปลี่ยนไฟฟ้าแรงดันต่ำจากแบตเตอรี่ให้กลายเป็นไฟแรงสูง (ประมาณ 20,000–40,000 โวลต์) เพื่อจุดประกายไฟ
- ส่งไฟฟ้าแรงสูงไปยังหัวเทียน – ไฟฟ้าถูกส่งผ่านสายไฟแรงสูง (หรือระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์) ไปยังหัวเทียนแต่ละสูบ
- จุดระเบิดเชื้อเพลิง – หัวเทียนจะสร้างประกายไฟเพื่อจุดส่วนผสมของอากาศและเชื้อเพลิงให้เกิดการเผาไหม้ในกระบอกสูบ
- ควบคุมจังหวะเวลา – ระบบต้องทำงานให้ตรงจังหวะกับการเคลื่อนที่ของลูกสูบ เพื่อให้การจุดระเบิดเกิดขึ้นอย่างเหมาะสมในแต่ละรอบการทำงานของเครื่องยนต์
องค์ประกอบของระบบจุดระเบิด
ระบบจุดระเบิดทั่วไปจะประกอบด้วยอุปกรณ์หลักดังนี้
- แบตเตอรี่ (Battery): แหล่งพลังงานไฟฟ้าสำหรับระบบทั้งหมด
- คอยล์จุดระเบิด (Ignition Coil): แปลงแรงดันไฟฟ้าต่ำให้เป็นไฟแรงสูงเพื่อส่งไปยังหัวเทียน
- ตัวจ่ายไฟ (Distributor): กระจายกระแสไฟไปยังหัวเทียนแต่ละสูบ (ใช้ในระบบแบบเก่า)
- หัวเทียน (Spark Plug): สร้างประกายไฟเพื่อจุดระเบิดในกระบอกสูบ
- กล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU / Igniter): ควบคุมเวลาจุดระเบิดในระบบอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่
ประเภทของระบบจุดระเบิด
1. ระบบจุดระเบิดแบบแมคคานิค (Conventional Ignition System)
เป็นระบบรุ่นเก่าที่ใช้ตัวจ่ายไฟ (Distributor) และหน้าทองขาวในการควบคุมจังหวะการจุดระเบิด
ข้อดี: โครงสร้างไม่ซับซ้อน ซ่อมง่าย
ข้อเสีย: สึกหรอง่าย ต้องตั้งระยะบ่อย และไม่แม่นยำเมื่อรอบเครื่องสูง
2. ระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Ignition System)
ใช้เซนเซอร์และกล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) แทนกลไกแบบแมคคานิค
ข้อดี: จุดระเบิดแม่นยำ ประหยัดเชื้อเพลิง ลดมลพิษ
ข้อเสีย: ซ่อมยากกว่า ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะในการตรวจสอบ
3. ระบบจุดระเบิดแบบคอยล์ต่อสูบ (Direct Ignition System – DIS หรือ Coil on Plug)
เป็นระบบในรถยนต์รุ่นใหม่ ที่หัวเทียนแต่ละสูบมีคอยล์จุดระเบิดแยกกัน
ข้อดี: จุดระเบิดมีความเสถียรสูง ลดการสูญเสียไฟฟ้า
ข้อเสีย: ต้นทุนการผลิตและการซ่อมบำรุงสูงกว่าระบบทั่วไป
การทำงานของระบบจุดระเบิด
- เมื่อเปิดสวิตช์กุญแจ ระบบจะส่งกระแสไฟจากแบตเตอรี่เข้าสู่คอยล์จุดระเบิด
- คอยล์จะเปลี่ยนไฟฟ้าแรงดันต่ำให้เป็นไฟฟ้าแรงดันสูง
- ไฟฟ้าถูกส่งต่อไปยังหัวเทียน (ผ่านกล่อง ECU หรือสายแรงสูง)
- หัวเทียนสร้างประกายไฟ จุดส่วนผสมของอากาศและเชื้อเพลิงให้ระเบิด
- การระเบิดนี้ผลักลูกสูบลง สร้างพลังงานหมุนให้เพลาข้อเหวี่ยงและระบบขับเคลื่อนทำงาน
การบำรุงรักษาระบบจุดระเบิด
- ตรวจสอบหัวเทียนเป็นประจำ:
ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนเมื่อมีคราบเขม่า สีผิดปกติ หรือช่องว่างปลายหัวเทียนกว้างเกินไป - ตรวจสอบสายไฟแรงสูง:
หากสายแตกร้าวหรือหลวม ควรเปลี่ยนทันที เพราะอาจทำให้ไฟรั่ว - ตรวจสอบคอยล์จุดระเบิด:
หากเครื่องยนต์เดินสะดุดหรือสตาร์ทยาก อาจเกิดจากคอยล์ชำรุด - รักษาระบบไฟฟ้ารถให้สมบูรณ์:
แบตเตอรี่ควรอยู่ในสภาพดี เพื่อให้แรงดันไฟเพียงพอต่อระบบจุดระเบิด
ความสำคัญของระบบจุดระเบิด
ระบบจุดระเบิดเป็นระบบหลักที่ทำให้เครื่องยนต์สันดาปสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หากระบบนี้มีปัญหา ไม่เพียงแต่รถจะสตาร์ทยากหรือเดินไม่เรียบ แต่ยังส่งผลต่อการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและเพิ่มการปล่อยไอเสียอีกด้วย
เทคโนโลยีระบบจุดระเบิดในอนาคต
ในอนาคต ระบบจุดระเบิดจะพัฒนาให้ชาญฉลาดและแม่นยำยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกับระบบเซนเซอร์และกล่อง ECU ที่สามารถปรับจังหวะการจุดระเบิดแบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ ลดมลพิษ และรองรับเครื่องยนต์ไฮบริดหรือระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าในอนาคต
สรุป
ระบบจุดระเบิด (Ignition System) แม้จะอยู่เบื้องหลังการทำงานของเครื่องยนต์ แต่ก็มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการสตาร์ท การเร่ง และความประหยัดของรถยนต์ หากระบบนี้ขัดข้อง ไม่เพียงส่งผลให้รถทำงานได้ไม่เต็มที่ แต่ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัย การตรวจสอบและดูแลระบบนี้อย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถทุกคนควรให้ความสำคัญ
ติดต่อเรา | จองซื้อ & ทดลองขับ
อยากเป็นเจ้าของหรือสนใจทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้า BYD ติดต่อ BYD BD Auto Group ได้ทุกสาขาพร้อมทีมงานให้คำปรึกษาแบบครบวงจร
- ที่อยู่: 607 ถ.เพชรเกษม ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา (สาขาหาดใหญ่)
- Facebook: BYD BD Auto Group ตัวแทนจำหน่ายบีวายดีรายใหญ่สุดในภาคใต้
- LINE: @bydbdsongkhla
- เบอร์โทร: 074 805 656 (สาขาหาดใหญ่)
- สาขาของ BYD BD Auto Group
- เว็บไซต์: www.bydbdautogroup.com
- แผนที่: BYD BD Auto Songkhla (สาขาหาดใหญ่)






