6 ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถ EV

6 ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถ EV

BYD BD Auto Group

หลายประเทศทั่วโลกทั้งในแถบยุโรป สหรัฐอเมริกาและฝั่งเอเชียอย่างจีนและญี่ปุ่น ต่างได้หันมาสนับสนุนและให้ข้อมูลและข้อควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถ EV (Electric Vehicle) ให้ประชาชนเพื่อลดมลภาวะ ลดการปล่อยคาร์บอนเข้าสู่บรรยากาศ เพราะรถยนต์สันดาปที่ใช้น้ำมันเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ก่อให้เกิด PM 2.5 รัฐบาลหลายประเทศจึงได้ออกนโยบายส่งเสริมประชาชนให้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ด้วยมาตรการจูงใจต่างๆ เช่น ประเทศนอร์เวย์ ยกเว้นภาษีจดทะเบียนและภาษีมูลค่าเพิ่ม มีที่ชาร์จไฟสาธารณะฟรี! ไม่เก็บค่าผ่านทาง อนุญาตให้รถ EV วิ่งในเลนของรถสาธารณะได้ รวมทั้งให้จอดรถฟรีในพื้นที่สาธารณะอีกด้วย ส่วนผู้ประกอบการที่ติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้ารัฐบาลก็จะให้เงินอุดหนุนและในปี 2022 รัฐบาทตั้งเป้าให้มียอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 80% ของยอดขายรถทั้งหมดในประเทศและยังมีเป้าหมายยกเลิกการจำหน่ายรถยนต์สันดาปภายในปี 2025 อีกด้วย

ในขณะที่เยอรมนีตั้งเป้าเป็นผู้นำการผลิตและใช้รถยนต์ EV ของโลก โดยมีนโยบาย เช่น งดเก็บภาษีรถ EV 5-10 ปี ให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ที่ซื้อรถ EV สูงสุด 5,000 ยูโร ไม่เสียค่าที่จอดรถ มีที่จอดรถให้เฉพาะ แถมให้สิทธิใช้เลนพิเศษในการขับรถและการเข้าพื้นที่ที่จำกัดอีกด้วย เรียกได้ว่าภาครัฐเข้ามาสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง ในส่วนของไทยนับเป็นช่วงเริ่มต้นที่ประชาชนเริ่มหันมาสนใจและทดลองใช้รถยนต์ EV จากยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Expo เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2021 ปรากฎว่ายอดจองรวมทั้งสิ้นประมาณ 31,000 คัน โดยมียอดจองรถ EV ถึง 7,000 คัน คิดเป็นตัวเลขประมาณ 22% ของคนที่ตัดสินใจจะซื้อรถยนต์ใหม่ นั่นแสดงให้เห็นถึงสัญญาณการเปิดรับรถยนต์ EV ในบ้านเรามากขึ้น และถ้าหากคุณกำลังจดๆ จ้องๆ อยากจะซื้อรถยนต์ใหม่เป็นรถไฟฟ้า EV มาใช้นั้น จะต้องรู้ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์ไฟฟ้า พิจารณาปัจจัย และเตรียมความพร้อมในเรื่องใดบ้าง คุณสามารถอ่านได้จากบทความนี้

6 ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถ EV

6 ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถ EV

1. ดูความจุของแบตเตอรี่กับระยะทางที่วิ่งได้ไกลที่สุด

รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้าแบบ BEV (Battery Electric Vehicle) มีความจุของแบตเตอรี่อยู่ระหว่าง 60-90 กิโลวัตต์ (kW) สามารถวิ่งได้ระยะทางที่หลายแห่งกว่า 338-473 กิโลเมตร ต่อการชาร์จแบตเตอรี่ครั้งเดียว โดยระยะทางที่วิ่งได้นั้นจะขึ้นอยู่กับความจุของแบตเตอรี่ แต่จะสรุปได้ว่าถ้าต้องการรถยนต์ที่วิ่งไกลได้มากขึ้นก็ควรเลือกรุ่นที่มีความจุของแบตเตอรีมากขึ้น แต่ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายสำหรับรถที่มีความจุแบตเตอรี่สูงก็จะมีราคาที่สูงขึ้นด้วย

2. ดูระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่

รถยนต์ไฟฟ้าหรือรถ EV แต่ละรุ่นและแต่ละยี่ห้อมีระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรีเต็มที่ที่แตกต่างกันตามขนาดและความจุของแบตเตอรี เพื่อตัวอย่าง, การชาร์จแบตเตอรีแบบมาตรฐานที่ใช้ไฟจากบ้านเป็นกระแสสลับ (AC) จะใช้เวลาประมาณ 12-16 ชั่วโมง ส่วนการชาร์จแบบรวดเร็วจากตู้ชาร์จไฟฟ้า EV Charger จะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง และการชาร์จแบบด่วนที่สถานีชาร์จนอกบ้านที่ใช้ไฟกระแสตรง (DC Charging) จะใช้เวลาประมาณ 40-60 นาที

3. ใช้รถ EV ต้องเตรียมที่ชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน

เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานของไทยในเรื่องสถานีชาร์จยังไม่ครอบคลุม หรือหากมีสถานีชาร์จอยู่ใกล้ แต่อาจไม่มีหัวชาร์จที่ใช้ได้กับรถ EV ที่ใช้ เพราะมาตรฐานหัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละยี่ห้อแตกต่างกัน เพื่อความสะดวกอาจติดตั้งที่ชาร์จไฟที่บ้าน แต่จะต้องเปลี่ยนขนาดมิเตอร์ไฟฟ้าให้มีขนาดใหญ่ขึ้นไม่น้อยกว่า 30 แอมป์ (A) พร้อมเปลี่ยนสายเมนไฟฟ้าเข้าบ้านเป็น 25 ตร.มม. และเปลี่ยนลูกเซอร์กิต (MCB) ให้มีขนาด 100 แอมป์ (A) เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น และต้องเพิ่ม Circuit Breaker อีก 1 ช่องในตู้ควบคุมไฟฟ้า (MDB) เพื่อแยกการใช้งานระหว่างเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ในบ้าน รวมถึงต้องติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่วเพื่อช่วยตัดไฟฟ้าอัตโนมัติ กรณีหากเกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟฟ้าดูด นอกจากนี้ต้องเตรียมเต้ารับ (EV Socket) เพื่อเสียบชาร์จรถให้สอดคล้องกับปลั๊กของรถยนต์ในแต่ละรุ่น ทั้งนี้จุดชาร์จไฟรถ EV ในบ้าน ต้องเดินวงจรสายไฟแยกออกมาต่างหากเพื่อความปลอดภัย และต้องได้รับการติดตั้งจากช่างไฟฟ้าที่ชำนาญการเท่านั้น

 4. ดูค่าเชื้อเพลิงที่ต้องจ่าย

ค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันและค่าชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นสิ่งที่น่าสนใจที่นำมาเปรียบเทียบ หากเทียบเพียงค่าน้ำมันกับค่าชาร์จไฟฟ้า จะพบว่า ค่าเติมน้ำมันขณะที่อยู่ที่ 1.50-3 บาทต่อกิโลเมตร ส่วนค่าชาร์จไฟฟ้าของรถ EV มีค่าเฉลี่ยที่ 0.26-0.50 บาทต่อกิโลเมตร ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารถ EV ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่ารถที่ใช้น้ำมันหลายเท่า

5. ดูเรื่องการซ่อมบำรุง

เมื่อเปรียบเทียบค่าซ่อมบำรุงระหว่างรถที่ใช้น้ำมันกับรถ EV พบว่ารถ EV ที่ใช้ไฟฟ้า 100% ไม่มีเครื่องยนต์ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ไม่ค่อยมีปัญหาจุกจิก ทำให้ค่าซ่อมบำรุงและค่าดูแลรักษาต่ำกว่ารถที่ใช้น้ำมัน เฉลี่ยแล้วต่ำกว่า 50% ขณะที่รถน้ำมันต้องการการบำรุงรักษาที่มากกว่าเพราะเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันประกอบด้วยชิ้นส่วนมากมาย เมื่อเสื่อมสภาพต้องไล่เปลี่ยนและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุกๆ 6 เดือนหรือวิ่งครบ 5,000-10,000 กิโลเมตร แต่รถไฟฟ้าหากเกิดเสียจะมีค่าอะไหล่ที่แพงกว่า เช่น ค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่รถ BYD จะอยู่ที่ 162,000-220,000 บาท จะเห็นได้ว่าผู้ใช้รถ EV จะสบายเรื่องการซ่อมบำรุงที่ไม่ค่อยจุกจิกไม่ต้องคอยเอารถเข้าศูนย์บ่อยๆ แต่ถ้าหากเกิดต้องซ่อมขึ้นมา อาจต้องเสียเงินเป็นหลักแสนเลยทีเดียว นอกจากนี้รถน้ำมันหากเสียสามารถหาศูนย์หรือเข้าอู่ซ่อมรถทั่วไปได้ แต่ถ้าเป็นรถ EV จะต้องเข้าศูนย์อย่างเดียวเพราะเทคโนโลยียังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

6. ดูแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและมีบริการหลังการขาย

เนื่องจากรถไฟฟ้าเพิ่งเข้ามาในไทยไม่นาน การพิจารณาเลือกแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่น่าเชื่อถือและได้มาตรฐานการผลิตจึงเป็นสิ่งสำคัญ รวมทั้งต้องมีศูนย์บริการหลังจากขายที่ได้มาตรฐาน สามารถช่วยเหลือเวลารถเกิดมีปัญหา เพราะไม่สามารถซ่อมรถ EV นอกศูนย์บริการได้

6 ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถ EV
6 ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถ EV

สรุป

เหนือสิ่งอื่นใด ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนรถใหม่มาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถยนต์ EV ควรศึกษาข้อมูลของรถให้ถี่ถ้วนทั้งเรื่องของอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ รวมถึงค่าบำรุงรักษาและบริการหลังการขาย ก็จะทำให้เกิดความมั่นใจ ตัดสินใจซื้อรถยนต์ EV ได้อย่างไร้กังวล สนใจรถยนต์ไฟฟ้า ทดลองขับกับบริษัท BD Auto Group กันเลย!

ติดต่อเรา

บทความที่น่าสนใจ

Denza coming
Denza รัชดา – พระราม 9 Coming Soon พบกันเร็วๆ นี้
Seal vs Model 3
ในบทความนี้เราจะนำเสนอข้อมูลเพื่อช่วยให้ท่านตัดสินใจในการเลือกซื้อโดยเราจะเปรียบเทียบรุ่น BYD SEAL VS Tesla Model 3
BYD BD Auto Group บีดี ออโต้ กรุ๊ป ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD รายใหญ่ที่สุดในภาคใต้
เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าหรือตู้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Car Charger) ที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถชาร์จไฟฟ้าให้กับรถยนต์ไฟฟ...
Battery BYD BD Auto Group
แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric Car Battery เป็นส่วนสำคัญที่ใช้ในการจัดเก็บพลังงานไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ที่ใช้งานด้วยพลังง...
BYD BD Auto Group บีดี ออโต้ กรุ๊ป ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD รายใหญ่ที่สุดในภาคใต้
ค้นหาจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าใกล้ฉันทั่วประเทศไทย ด้วยบริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่สะดวกสบายและปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ
BYD BD Auto Group งานแถลงนโยบายประจำปี 2567
งานแถลงนโยบายประจำปี 2567 ของ บริษัท บีดี ออโต้ กรุ๊ป จำกัด (BD Auto Group) ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD ที่ใหญ่ท...