รถ EV ชาร์จกี่ชั่วโมง? ตารางเวลาชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า AC และ DC

/
/
รถ EV ชาร์จกี่ชั่วโมง? ตารางเวลาชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า AC และ DC
เวลาในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า BYD (Web H)

อัปเดตข้อมูลล่าสุด: 1 สิงหาคม 2569

หนึ่งในคำถามสำคัญก่อนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคือ รถ EV ชาร์จกี่ชั่วโมง เพราะระยะเวลาชาร์จมีผลโดยตรงต่อความสะดวกในการใช้งาน การเดินทางไกล และการเลือกเครื่องชาร์จสำหรับติดตั้งที่บ้าน

คำตอบไม่ได้มีตัวเลขเดียวสำหรับรถ EV ทุกคัน รถบางรุ่นสามารถชาร์จที่บ้านจนเต็มภายในช่วงกลางคืน ขณะที่การชาร์จเร็วแบบ DC ระหว่างเดินทางอาจเพิ่มระดับแบตเตอรี่จากประมาณ 10% เป็น 80% ได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง

ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่ กำลังชาร์จที่รถรองรับ กำลังของเครื่องชาร์จ ระดับแบตเตอรี่เริ่มต้น อุณหภูมิ รวมถึงระบบจัดการแบตเตอรี่ของรถแต่ละรุ่น

บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างการชาร์จ AC และ DC วิธีคำนวณเวลาชาร์จ ปัจจัยที่ทำให้รถชาร์จเร็วหรือช้า และตารางเปรียบเทียบเวลาชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า BYD สำหรับใช้วางแผนก่อนซื้อและก่อนเดินทาง

หมายเหตุ: ตัวเลขเวลาในบทความเป็นค่าประมาณสำหรับการวางแผนเบื้องต้น เวลาจริงอาจแตกต่างตามรุ่นย่อย ปีผลิต สถานีชาร์จ อุณหภูมิแบตเตอรี่ และสภาพการใช้งาน ควรตรวจสอบใบข้อมูลจำเพาะของรถคันที่จะซื้ออีกครั้ง

หัวข้อ

รถ EV ชาร์จกี่ชั่วโมง

เวลาชาร์จรถ EV โดยทั่วไปแบ่งตามรูปแบบการชาร์จได้ดังนี้

รูปแบบการชาร์จกำลังที่พบได้ทั่วไปเวลาชาร์จโดยประมาณเหมาะกับ
เครื่องชาร์จพกพาประมาณ 2–3.5 kWประมาณ 15–30 ชั่วโมงชาร์จสำรองหรือรถแบตเตอรี่ขนาดเล็ก
AC Wallboxประมาณ 7 kWประมาณ 6–12 ชั่วโมงชาร์จกลางคืนที่บ้าน
AC สามเฟสประมาณ 11 kWประมาณ 5–9 ชั่วโมงบ้านหรืออาคารที่ระบบไฟรองรับ
DC Fast Chargeประมาณ 50 kWประมาณ 45–90 นาที สำหรับ 10–80%สถานีทั่วไปและการเดินทาง
DC High Power100–150 kWประมาณ 25–50 นาที สำหรับ 10–80%รถที่รองรับกำลังสูง
DC Ultra-fastมากกว่า 150 kWประมาณ 20–40 นาที สำหรับ 10–80%รถและสถานีที่รองรับ

การชาร์จจาก 10% ถึง 80% ใช้เวลาน้อยกว่าการชาร์จถึง 100% เนื่องจากระบบบริหารแบตเตอรี่มักลดกำลังชาร์จลงเมื่อแบตเตอรี่ใกล้เต็ม เพื่อควบคุมอุณหภูมิและปกป้องเซลล์แบตเตอรี่

ตารางเวลาชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า BYD

ตารางต่อไปนี้ใช้เปรียบเทียบเวลาโดยประมาณของรถ BYD แบบไฟฟ้า 100% ที่พบในประเทศไทย

รุ่นรถขนาดแบตเตอรี่โดยประมาณกำลังชาร์จ AC สูงสุดโดยประมาณเวลาชาร์จ AC โดยประมาณกำลังชาร์จ DC สูงสุดโดยประมาณเวลา DC ช่วง 10–80% โดยประมาณ
BYD ATTO 1ประมาณ 30–39 kWhประมาณ 6.6–7 kWประมาณ 5–7 ชั่วโมงประมาณ 65–85 kWประมาณ 30–40 นาที
BYD ATTO 2ประมาณ 45–51 kWhประมาณ 7 kWประมาณ 7–9 ชั่วโมงประมาณ 65–85 kWประมาณ 35–45 นาที
BYD DOLPHINประมาณ 45–60 kWhประมาณ 7 kWประมาณ 7–10 ชั่วโมงประมาณ 60–80 kWประมาณ 35–50 นาที
BYD ATTO 3ประมาณ 50–60 kWhประมาณ 7 kWประมาณ 8–10 ชั่วโมงประมาณ 70–90 kWประมาณ 35–50 นาที
BYD SEAL 6แตกต่างตามรุ่นย่อยประมาณ 7–11 kWประมาณ 7–11 ชั่วโมงแตกต่างตามรุ่นย่อยประมาณ 30–50 นาที
BYD SEALประมาณ 61–83 kWhประมาณ 7–11 kWประมาณ 7–13 ชั่วโมงประมาณ 110–150 kWประมาณ 25–40 นาที
BYD SEALION 7ประมาณ 83 kWhประมาณ 11 kWประมาณ 8–10 ชั่วโมงประมาณ 150–230 kWประมาณ 25–40 นาที
BYD M6ประมาณ 55–72 kWhประมาณ 7 kWประมาณ 9–12 ชั่วโมงประมาณ 85–115 kWประมาณ 35–50 นาที

ข้อควรระวังในการอ่านตาราง

รถชื่อรุ่นเดียวกันอาจมีแบตเตอรี่และกำลังชาร์จต่างกันตามรุ่นย่อย ตัวอย่างเช่น รุ่น Standard, Dynamic, Premium, Extended Range หรือ AWD อาจไม่ได้ใช้แบตเตอรี่และระบบชาร์จเหมือนกัน

ก่อนเผยแพร่หรือใช้ประกอบการซื้อ ควรตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้จากใบสเปกของรุ่นย่อยโดยตรง

  • ความจุแบตเตอรี่
  • กำลังรับไฟ AC สูงสุด
  • กำลังรับไฟ DC สูงสุด
  • ช่วงเปอร์เซ็นต์ที่ใช้ทดสอบ
  • อุณหภูมิและเงื่อนไขการทดสอบ
  • รุ่นปีหรือ Model Year
  • ซอฟต์แวร์ของระบบจัดการแบตเตอรี่

รถ BYD ระบบ DM-i ใช้เวลาชาร์จเท่ากับรถ EV หรือไม่

รถ BYD ระบบ DM-i เป็นรถ Plug-in Hybrid หรือ PHEV ไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้า 100%

รถ DM-i มีแบตเตอรี่ขนาดเล็กกว่ารถ BEV และมีเครื่องยนต์เป็นระบบสำรอง จึงใช้เวลาชาร์จสั้นกว่าในหลายกรณี แต่ก็มักรองรับกำลังชาร์จต่ำกว่ารถไฟฟ้า 100%

ตัวอย่างรถ BYD ระบบ DM-i ได้แก่

  • BYD SEAL 5 DM-i
  • BYD SEALION 5 DM-i
  • BYD SEALION 6 DM-i

เวลาชาร์จของรถ DM-i ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและขนาดแบตเตอรี่ โดยการชาร์จ AC อาจใช้เวลาประมาณ 2–5 ชั่วโมง ส่วนรุ่นที่รองรับ DC อาจใช้เวลาน้อยกว่านั้น

ไม่ควรเปรียบเทียบเฉพาะคำว่า “ชาร์จเต็มเร็วกว่า” เพราะรถ DM-i มีระยะทางไฟฟ้าล้วนและขนาดแบตเตอรี่ไม่เท่ากับรถ BEV

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Super Hybrid และระบบ BYD DM-i คืออะไร
https://www.bydbdautogroup.com/th/super-hybrid-th/

การชาร์จ AC คืออะไร

AC ย่อมาจาก Alternating Current หรือไฟฟ้ากระแสสลับ เป็นไฟฟ้าประเภทที่ใช้ในบ้านและอาคารทั่วไป

เมื่อชาร์จรถด้วยไฟ AC กระแสไฟจะผ่าน Onboard Charger ภายในรถ เพื่อแปลงเป็นไฟ DC ก่อนเก็บเข้าสู่แบตเตอรี่แรงดันสูง

ดังนั้น ความเร็วในการชาร์จ AC ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Wallbox เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับกำลังสูงสุดที่ Onboard Charger ของรถรองรับด้วย

ตัวอย่างเช่น

  • Wallbox จ่ายไฟได้ 11 kW
  • แต่รถรองรับ AC สูงสุด 7 kW
  • รถจะรับไฟได้สูงสุดประมาณ 7 kW

การติดตั้งเครื่องชาร์จกำลังสูงกว่าที่รถรองรับ จึงไม่ได้ทำให้รถรุ่นนั้นชาร์จเร็วขึ้นเสมอไป

การชาร์จ DC คืออะไร

DC ย่อมาจาก Direct Current หรือไฟฟ้ากระแสตรง

สถานีชาร์จ DC จะทำหน้าที่แปลงไฟภายนอกตัวรถ แล้วส่งไฟ DC เข้าสู่ระบบแบตเตอรี่โดยตรง จึงสามารถใช้กำลังสูงกว่าการชาร์จ AC ได้

การชาร์จ DC เหมาะกับ

  • การเดินทางไกล
  • จุดพักรถ
  • สถานีบริการ
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มแบตเตอรี่ในเวลาจำกัด
  • ผู้ที่ไม่มีเวลาจอดชาร์จหลายชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม การชาร์จ DC เป็นประจำอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการชาร์จบ้าน และกำลังชาร์จจริงไม่ได้คงที่ตลอดช่วงการชาร์จ

AC กับ DC ต่างกันอย่างไร

หัวข้อAC ChargingDC Charging
ตำแหน่งชุดแปลงไฟภายในรถภายในสถานี
กำลังชาร์จโดยทั่วไปต่ำกว่าสูงกว่า
ระยะเวลาชาร์จหลายชั่วโมงหลักสิบนาทีถึงประมาณหนึ่งชั่วโมง
สถานที่ใช้งานบ้าน ที่ทำงาน โรงแรมสถานีบริการและเส้นทางเดินทาง
ค่าอุปกรณ์ต่ำกว่าสูงกว่า
ค่าชาร์จมักต่ำกว่าเมื่อชาร์จบ้านมักสูงกว่า
เหมาะกับจอดนานหรือชาร์จกลางคืนเดินทางไกลหรือเร่งด่วน

สำหรับการใช้งานทั่วไป วิธีที่สะดวกมักเป็นการชาร์จ AC ที่บ้านในชีวิตประจำวัน และใช้ DC Fast Charge เมื่อเดินทางไกล

วิธีคำนวณเวลาชาร์จรถ EV

สูตรคำนวณเบื้องต้นคือ

เวลาชาร์จโดยประมาณ = พลังงานที่ต้องเติม ÷ กำลังชาร์จจริง

ตัวอย่าง รถมีแบตเตอรี่ 60 kWh ต้องการชาร์จจาก 20% เป็น 80%

พลังงานที่ต้องเติมเท่ากับ

60 × 60% = 36 kWh

หากรถรับไฟ AC ได้ประมาณ 7 kW

36 ÷ 7 = ประมาณ 5.1 ชั่วโมง

เมื่อรวมการสูญเสียระหว่างชาร์จ เวลาจริงอาจอยู่ที่ประมาณ 5.5–6 ชั่วโมง

ตัวอย่างการชาร์จ DC

หากต้องเติมพลังงาน 36 kWh และรถรับกำลังเฉลี่ยได้ 70 kW

36 ÷ 70 = ประมาณ 0.51 ชั่วโมง หรือประมาณ 31 นาที

แต่ในความเป็นจริง กำลังชาร์จจะเพิ่มและลดตามระดับแบตเตอรี่ จึงอาจใช้เวลานานกว่าการคำนวณแบบหารตรง

BYD BD Auto Group บีดี ออโต้ กรุ๊ป ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD รายใหญ่ที่สุดในภาคใต้ เวลาในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า BYD

ทำไมต้องใช้กำลังชาร์จเฉลี่ย

ตัวเลขกำลังชาร์จสูงสุดของรถ เช่น 80, 150 หรือ 230 kW หมายถึงกำลังสูงสุดที่รถสามารถรับได้ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม

ไม่ได้หมายความว่ารถจะรับกำลังระดับนั้นตั้งแต่เริ่มจนจบ

ตัวอย่างเช่น รถที่ระบุว่ารองรับ 150 kW อาจมีลักษณะดังนี้

  1. เริ่มชาร์จที่กำลังต่ำ
  2. เพิ่มขึ้นจนใกล้กำลังสูงสุด
  3. รักษากำลังสูงได้ช่วงหนึ่ง
  4. ลดกำลังเมื่อแบตเตอรี่มีระดับสูงขึ้น
  5. ลดลงอย่างชัดเจนเมื่อใกล้ 80–100%

ดังนั้น รถที่มีกำลังสูงสุดมากกว่าอาจไม่ได้ชาร์จเร็วกว่าเสมอไป ต้องดู Charging Curve หรือเส้นกำลังชาร์จตลอดช่วงแบตเตอรี่ร่วมด้วย

Charging Curve คืออะไร

Charging Curve คือกราฟแสดงว่ารถรับกำลังไฟได้เท่าไรในแต่ละระดับแบตเตอรี่

กราฟนี้ช่วยตอบคำถามว่า

  • รถแตะกำลังสูงสุดได้นานเท่าไร
  • กำลังเริ่มลดเมื่อแบตเตอรี่กี่เปอร์เซ็นต์
  • ช่วงใดของแบตเตอรี่ชาร์จเร็วที่สุด
  • ควรหยุดชาร์จที่กี่เปอร์เซ็นต์ระหว่างเดินทาง
  • รถสองรุ่นที่กำลังสูงสุดเท่ากัน รุ่นใดใช้เวลาน้อยกว่า

สำหรับการเดินทางไกล การชาร์จหลายครั้งในช่วงประมาณ 10–70% หรือ 10–80% อาจใช้เวลารวมน้อยกว่าการรอชาร์จครั้งเดียวถึง 100%

ทำไมเวลา 10–80% จึงถูกใช้บ่อย

ช่วง 10–80% เป็นช่วงที่นิยมใช้เปรียบเทียบการชาร์จ DC เพราะเป็นช่วงที่รถส่วนใหญ่สามารถรับกำลังได้ค่อนข้างสูง

เมื่อแบตเตอรี่สูงกว่า 80% ระบบมักลดกำลังลงเพื่อควบคุมอุณหภูมิและแรงดันของเซลล์ ทำให้แบตเตอรี่ช่วงสุดท้ายเพิ่มขึ้นช้ากว่า

ตัวอย่างเช่น

  • 10–80% อาจใช้เวลาประมาณ 30–40 นาที
  • 80–100% อาจใช้เวลาเพิ่มอีก 20–40 นาที

ตัวเลขจริงแตกต่างกันตามรถและสถานี แต่แสดงให้เห็นว่าเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ไม่ได้เพิ่มด้วยความเร็วเท่ากันตลอดเวลา

ชาร์จรถ EV ที่บ้านใช้เวลากี่ชั่วโมง

การชาร์จบ้านขึ้นอยู่กับกำลังไฟและขนาดแบตเตอรี่

ขนาดแบตเตอรี่ชาร์จประมาณ 3 kWชาร์จประมาณ 7 kWชาร์จประมาณ 11 kW
30 kWhประมาณ 10–12 ชั่วโมงประมาณ 4.5–5.5 ชั่วโมงประมาณ 3–4 ชั่วโมง
40 kWhประมาณ 14–16 ชั่วโมงประมาณ 6–7 ชั่วโมงประมาณ 4–5 ชั่วโมง
50 kWhประมาณ 17–20 ชั่วโมงประมาณ 7.5–9 ชั่วโมงประมาณ 5–6 ชั่วโมง
60 kWhประมาณ 20–24 ชั่วโมงประมาณ 9–11 ชั่วโมงประมาณ 6–7 ชั่วโมง
70 kWhประมาณ 24–28 ชั่วโมงประมาณ 10–12 ชั่วโมงประมาณ 7–8 ชั่วโมง
80 kWhประมาณ 27–32 ชั่วโมงประมาณ 12–14 ชั่วโมงประมาณ 8–10 ชั่วโมง

ตารางนี้คำนวณใกล้เคียงการชาร์จจากระดับต่ำจนเกือบเต็ม และเผื่อการสูญเสียระดับหนึ่ง

ในการใช้งานจริง ผู้ใช้มักไม่ได้ชาร์จจาก 0% ถึง 100% ทุกวัน เช่น หากใช้แบตเตอรี่วันละ 20–30% เวลาชาร์จคืนกลับอาจใช้เพียง 2–4 ชั่วโมงด้วย Wallbox 7 kW

ใช้ปลั๊กบ้านชาร์จรถ EV ได้หรือไม่

รถบางรุ่นมีเครื่องชาร์จพกพาสำหรับรับไฟจากระบบไฟบ้าน แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้เต้ารับใดก็ได้โดยไม่ตรวจสอบ

ระบบไฟควรมี

  • เต้ารับที่ได้มาตรฐาน
  • สายไฟขนาดเหมาะสม
  • สายดิน
  • เบรกเกอร์แยก
  • อุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟรั่ว
  • จุดเชื่อมต่อที่ไม่หลวม
  • ไม่มีการใช้ปลั๊กพ่วง
  • ไม่มีโหลดไฟฟ้าอื่นร่วมเกินกำลังวงจร

การชาร์จรถเป็นการใช้กระแสไฟต่อเนื่องหลายชั่วโมง หากเต้ารับหรือสายไฟไม่เหมาะสมอาจเกิดความร้อนสะสมได้

ควรให้ช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ตรวจระบบก่อนใช้งานเป็นประจำ

Wallbox 7 kW ชาร์จรถกี่ชั่วโมง

Wallbox 7 kW เป็นขนาดที่ใช้กันมากสำหรับบ้านพักอาศัย เพราะเหมาะกับการชาร์จข้ามคืน

ตัวอย่างเวลาโดยประมาณ

พลังงานที่ต้องเติมเวลาทางทฤษฎีเวลาที่ควรเผื่อ
10 kWhประมาณ 1.4 ชั่วโมงประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง
20 kWhประมาณ 2.9 ชั่วโมงประมาณ 3–3.5 ชั่วโมง
30 kWhประมาณ 4.3 ชั่วโมงประมาณ 4.5–5 ชั่วโมง
40 kWhประมาณ 5.7 ชั่วโมงประมาณ 6–7 ชั่วโมง
50 kWhประมาณ 7.1 ชั่วโมงประมาณ 7.5–9 ชั่วโมง
60 kWhประมาณ 8.6 ชั่วโมงประมาณ 9–11 ชั่วโมง

รถต้องรองรับ AC 7 kW หรือมากกว่าจึงจะใช้กำลังของ Wallbox ได้เต็มระดับ

Wallbox 11 kW เร็วกว่า 7 kW หรือไม่

Wallbox 11 kW สามารถชาร์จได้เร็วกว่า 7 kW เมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขต่อไปนี้

  • บ้านมีระบบไฟที่รองรับ
  • รถรองรับ AC 11 kW
  • สายไฟและอุปกรณ์รองรับ
  • ไม่มีระบบบริหารโหลดลดกำลังชาร์จ
  • แรงดันไฟฟ้าคงที่

หากรถรองรับ AC สูงสุดเพียง 7 kW แม้ต่อกับ Wallbox 11 kW รถก็ยังรับไฟได้ประมาณ 7 kW

ก่อนเลือกซื้อ Wallbox จึงควรตรวจทั้งระบบไฟบ้านและกำลังรับไฟของรถ

สถานี 150 kW ชาร์จรถได้ 150 kW ทุกคันหรือไม่

ไม่ได้

กำลังชาร์จจริงจะถูกจำกัดโดยค่าที่ต่ำที่สุดระหว่าง

  • กำลังของสถานี
  • กำลังที่รถรองรับ
  • ข้อจำกัดของหัวชาร์จ
  • อุณหภูมิแบตเตอรี่
  • ระดับแบตเตอรี่
  • การแบ่งกำลังกับหัวชาร์จอื่น
  • ข้อจำกัดของระบบไฟในสถานี

ตัวอย่างเช่น

  • สถานีจ่ายได้สูงสุด 150 kW
  • รถรองรับสูงสุด 80 kW
  • รถจะรับได้ไม่เกินประมาณ 80 kW
  • และอาจรับต่ำกว่านี้ตามสภาพจริง

ในทางกลับกัน หากรถรองรับ 230 kW แต่สถานีจ่ายได้ 120 kW รถก็รับได้ไม่เกินกำลังของสถานี

ปัจจัยที่ทำให้รถ EV ชาร์จช้า

1. ระดับแบตเตอรี่สูง

เมื่อแบตเตอรี่ใกล้เต็ม ระบบจะลดกำลังชาร์จลง การเริ่มชาร์จที่ 70% จึงอาจเห็นตัวเลขกำลังต่ำกว่าการเริ่มที่ 10–20%

2. แบตเตอรี่ร้อนหรือเย็นเกินไป

ระบบอาจจำกัดกำลังเพื่อควบคุมอุณหภูมิและป้องกันความเสียหาย

3. สถานีแบ่งกำลังระหว่างหัวชาร์จ

ตู้ชาร์จบางแห่งใช้แหล่งจ่ายไฟร่วมกัน เมื่อมีรถหลายคันชาร์จพร้อมกัน กำลังต่อคันอาจลดลง

4. รถรองรับกำลังต่ำกว่าสถานี

ป้ายหน้าสถานีอาจระบุ 120 หรือ 150 kW แต่หากรถรองรับเพียง 80 kW ก็ไม่สามารถรับมากกว่านั้นได้

5. ระบบกำลังปรับอุณหภูมิแบตเตอรี่

ในช่วงแรก พลังงานบางส่วนอาจถูกใช้กับระบบจัดการความร้อน ทำให้กำลังที่เข้าสู่แบตเตอรี่ต่ำกว่ากำลังจากสถานี

6. แรงดันหรือระบบไฟไม่เสถียร

การชาร์จ AC ที่บ้านอาจลดกำลังเมื่อแรงดันตกหรือเมื่อระบบบริหารโหลดพบว่าบ้านใช้อุปกรณ์ไฟฟ้ากำลังสูงพร้อมกัน

7. หัวชาร์จหรือระบบสื่อสารมีปัญหา

รถและสถานีต้องสื่อสารกันก่อนเริ่มชาร์จ หากระบบตรวจพบความผิดปกติ อาจลดกำลัง หยุดชาร์จ หรือไม่สามารถเริ่มชาร์จได้

8. ซอฟต์แวร์และการตั้งค่ารถ

รถบางรุ่นสามารถตั้งขีดจำกัดกระแสไฟ ตั้งเวลา หรือกำหนดเปอร์เซ็นต์สูงสุด หากตั้งค่าไว้ต่ำ รถอาจชาร์จช้าหรือหยุดก่อนเต็ม

อุณหภูมิมีผลต่อเวลาชาร์จหรือไม่

มีผล โดยเฉพาะการชาร์จ DC กำลังสูง

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทำงานได้ดีที่สุดในช่วงอุณหภูมิที่ระบบกำหนด หากแบตเตอรี่เย็นหรือร้อนเกินไป รถอาจลดกำลังชาร์จลง

รถบางรุ่นมีระบบ Battery Preconditioning ซึ่งเตรียมอุณหภูมิแบตเตอรี่ก่อนถึงสถานีชาร์จ ช่วยให้รถสามารถรับกำลังได้เร็วขึ้น

ในประเทศไทย ปัจจัยที่พบบ่อยคืออุณหภูมิสูงหลังขับทางไกลด้วยความเร็วสูงหรือจอดกลางแดด ระบบอาจต้องระบายความร้อนก่อนหรือระหว่างชาร์จ

ควรชาร์จรถ EV ถึง 100% ทุกครั้งหรือไม่

ขึ้นอยู่กับประเภทแบตเตอรี่ คำแนะนำของผู้ผลิต และรูปแบบการใช้งาน

สำหรับการใช้รถประจำวัน ผู้ผลิตบางรายอาจแนะนำให้ตั้งระดับการชาร์จต่ำกว่า 100% สำหรับแบตเตอรี่บางประเภท ขณะที่แบตเตอรี่บางเคมีอาจมีคำแนะนำให้ชาร์จเต็มเป็นระยะเพื่อช่วยปรับเทียบระบบ

ผู้ใช้ควรปฏิบัติตามคู่มือประจำรุ่น ไม่ควรใช้คำแนะนำของรถรุ่นหนึ่งกับรถอีกประเภทโดยอัตโนมัติ

กรณีที่อาจชาร์จถึง 100% ได้แก่

  • ก่อนเดินทางไกล
  • เมื่อต้องการระยะทางสูงสุด
  • ตามคำแนะนำของระบบรถ
  • ตามรอบที่ผู้ผลิตกำหนด

หากชาร์จเต็มก่อนเดินทาง ควรวางแผนให้เริ่มใช้รถไม่นานหลังชาร์จเสร็จ แทนการจอดทิ้งไว้ที่ระดับสูงเป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น

ชาร์จ DC บ่อยทำให้แบตเตอรี่เสื่อมหรือไม่

การเสื่อมของแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่

  • อุณหภูมิ
  • อายุแบตเตอรี่
  • จำนวนรอบการชาร์จ
  • ระดับประจุที่ใช้งาน
  • กำลังชาร์จ
  • ระบบจัดการความร้อน
  • พฤติกรรมการขับ
  • การจอดรถที่ระดับแบตเตอรี่สูงหรือต่ำเป็นเวลานาน

การชาร์จ DC ไม่ได้ทำให้แบตเตอรี่เสียทันที แต่การใช้กำลังสูงพร้อมอุณหภูมิสูงเป็นประจำอาจเพิ่มภาระต่อแบตเตอรี่เมื่อเทียบกับการชาร์จ AC ที่มีกำลังต่ำกว่า

สำหรับการใช้งานทั่วไป สามารถใช้ AC เป็นวิธีหลักและใช้ DC เมื่อเดินทางหรือจำเป็น โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต

รถ EV ชาร์จข้ามคืนปลอดภัยหรือไม่

การชาร์จข้ามคืนสามารถทำได้เมื่อ

  • ใช้เครื่องชาร์จที่ได้มาตรฐาน
  • ติดตั้งโดยช่างที่มีความรู้
  • ระบบไฟมีสายดินและอุปกรณ์ป้องกัน
  • สายและขั้วต่อไม่มีความเสียหาย
  • จุดติดตั้งไม่ถูกน้ำท่วม
  • ไม่มีการใช้ปลั๊กพ่วง
  • รถและเครื่องชาร์จทำงานปกติ

รถและเครื่องชาร์จจะสื่อสารและควบคุมการจ่ายไฟ เมื่อถึงระดับที่กำหนด ระบบจะหยุดหรือจำกัดการชาร์จโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรตรวจสอบสาย หัวชาร์จ และจุดเชื่อมต่อเป็นประจำ หากพบความร้อน กลิ่นไหม้ รอยแตก หรือการชาร์จตัดบ่อย ควรหยุดใช้และให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ

วิธีลดเวลารอชาร์จระหว่างเดินทาง

เริ่มชาร์จเมื่อแบตเตอรี่ไม่สูงเกินไป

รถมักรับกำลังได้ดีกว่าเมื่อแบตเตอรี่อยู่ในช่วงต่ำถึงกลาง เช่น ประมาณ 10–30%

ไม่จำเป็นต้องรอถึง 100%

ระหว่างเดินทาง การชาร์จถึงระดับที่เพียงพอสำหรับสถานีถัดไปอาจประหยัดเวลากว่าการรอจนเต็ม

เลือกสถานีให้เหมาะกับรถ

ไม่จำเป็นต้องเลือกสถานีกำลังสูงที่สุดเสมอไป หากรถรองรับกำลังไม่สูงมาก สถานีระดับใกล้เคียงกับกำลังรถอาจให้ผลไม่ต่างกัน

ตรวจสถานีสำรอง

ควรมีสถานีสำรองอย่างน้อยหนึ่งแห่ง เผื่อหัวชาร์จไม่ว่าง ปิดปรับปรุง หรือไม่สามารถเริ่มชาร์จได้

เตรียมแอปและวิธีชำระเงิน

ดาวน์โหลดแอป ลงทะเบียน และผูกวิธีชำระเงินก่อนเดินทาง เพื่อลดเวลาหน้าสถานี

ใช้ระบบนำทางของรถเมื่อรองรับ

รถบางรุ่นสามารถวางแผนเส้นทางและเตรียมอุณหภูมิแบตเตอรี่ก่อนถึงสถานี ซึ่งอาจช่วยให้ชาร์จเร็วขึ้น

วางแผนเวลาชาร์จสำหรับการเดินทางไกลอย่างไร

ก่อนเดินทางควรตรวจสอบ

  1. ระยะทางรวม
  2. ระยะทางจริงของรถบนทางหลวง
  3. ตำแหน่งสถานีหลัก
  4. ตำแหน่งสถานีสำรอง
  5. กำลังของสถานี
  6. ประเภทหัวชาร์จ
  7. เวลาเปิดให้บริการ
  8. ค่าชาร์จและค่าจอด
  9. จำนวนหัวชาร์จ
  10. ระดับแบตเตอรี่ที่คาดว่าจะถึงสถานี

ควรวางแผนให้ถึงสถานีโดยมีแบตเตอรี่สำรอง ไม่ควรคำนวณให้เหลือ 0% พอดี เพราะการใช้พลังงานจริงอาจเพิ่มขึ้นจากฝน ลม ความเร็ว ผู้โดยสาร หรือการเปลี่ยนเส้นทาง

เวลาแสดงบนหน้าจอรถแม่นยำหรือไม่

เวลาที่รถหรือสถานีแสดงเป็นค่าประมาณจากข้อมูลในขณะนั้น เช่น

  • ระดับแบตเตอรี่
  • กำลังชาร์จ
  • อุณหภูมิ
  • เป้าหมายการชาร์จ
  • สภาพของสถานี

เวลาที่เหลือสามารถเปลี่ยนแปลงได้ระหว่างชาร์จ เพราะกำลังไม่ได้คงที่ตลอดเวลา

ควรใช้เป็นข้อมูลวางแผน ไม่ควรคาดหวังว่าจะเสร็จตรงตามนาทีที่แสดงตั้งแต่เริ่มทุกครั้ง

รถยนต์ไฟฟ้า BYD Seal เวลาในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า BYD

ทำไมรถหยุดชาร์จก่อนถึง 100%

สาเหตุที่พบได้ ได้แก่

  • ตั้งขีดจำกัดไว้ เช่น 80%
  • ตั้งเวลาชาร์จ
  • ระบบไฟบ้านตัด
  • เครื่องชาร์จหยุดทำงาน
  • บัญชีหรือยอดเงินไม่เพียงพอ
  • อุณหภูมิสูง
  • ระบบพบความผิดปกติ
  • หัวชาร์จเชื่อมต่อไม่สมบูรณ์
  • สถานีกำหนดเวลาสูงสุด
  • มีผู้หยุดการชาร์จผ่านแอป

ควรตรวจข้อความบนหน้าจอรถ แอป และสถานีก่อน หากเกิดซ้ำควรเปลี่ยนหัวชาร์จหรือให้ศูนย์บริการตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเวลาชาร์จรถ EV

รถ EV ชาร์จเต็มใช้เวลากี่ชั่วโมง

การชาร์จ AC ที่บ้านโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 6–12 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่และกำลังที่รถรองรับ ส่วน DC Fast Charge มักใช้เวลาประมาณ 25–60 นาทีสำหรับช่วง 10–80%

Wallbox 7 kW ชาร์จแบตเตอรี่ 60 kWh นานเท่าไร

หากชาร์จจากระดับต่ำจนเกือบเต็ม อาจใช้เวลาประมาณ 9–11 ชั่วโมงเมื่อรวมการสูญเสีย แต่หากเติมเพียง 30–50% ของแบตเตอรี่จะใช้เวลาสั้นกว่านั้น

DC 50 kW ชาร์จรถนานเท่าไร

รถแบตเตอรี่ประมาณ 50–60 kWh อาจใช้เวลาประมาณ 45–75 นาทีสำหรับช่วง 10–80% ขึ้นอยู่กับกำลังเฉลี่ยและ Charging Curve

สถานี 150 kW ชาร์จเร็วกว่า 50 kW ทุกครั้งหรือไม่

ไม่เสมอไป รถต้องรองรับกำลังมากกว่า 50 kW และอยู่ในสภาวะที่รับกำลังสูงได้ หากรถรองรับสูงสุด 60 kW ความแตกต่างอาจไม่มาก

ทำไมชาร์จจาก 80% ถึง 100% นาน

ระบบลดกำลังลงเมื่อแบตเตอรี่ใกล้เต็ม เพื่อควบคุมแรงดัน อุณหภูมิ และรักษาสมดุลของเซลล์ ช่วงสุดท้ายจึงใช้เวลามากเมื่อเทียบกับพลังงานที่เพิ่มขึ้น

รถ BYD ATTO 3 ชาร์จกี่ชั่วโมง

ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและขนาดแบตเตอรี่ โดยการชาร์จ AC ที่บ้านอาจใช้เวลาประมาณ 8–10 ชั่วโมงจากระดับต่ำจนเกือบเต็ม ส่วน DC ช่วง 10–80% อาจใช้เวลาประมาณ 35–50 นาทีตามสภาพจริง

รถ BYD DOLPHIN ชาร์จกี่ชั่วโมง

การชาร์จ AC โดยประมาณอยู่ที่ 7–10 ชั่วโมงตามรุ่นแบตเตอรี่ ส่วน DC ช่วงที่กำลังเหมาะสมอาจใช้เวลาประมาณ 35–50 นาทีสำหรับ 10–80%

BYD SEAL ชาร์จกี่นาที

รุ่นที่รองรับ DC กำลังสูงอาจชาร์จช่วง 10–80% ได้ในเวลาประมาณ 25–40 นาที แต่เวลาจริงขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย อุณหภูมิ และกำลังสถานี

BYD SEALION 7 ชาร์จกี่นาที

SEALION 7 มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และรองรับการชาร์จกำลังสูงในบางรุ่นย่อย การชาร์จ 10–80% อาจใช้เวลาประมาณ 25–40 นาทีเมื่อใช้สถานีและเงื่อนไขที่เหมาะสม

รถ EV เสียบชาร์จทิ้งไว้ทั้งคืนได้หรือไม่

สามารถทำได้เมื่อใช้เครื่องชาร์จและระบบไฟที่ได้มาตรฐาน รถจะควบคุมและหยุดชาร์จตามระดับที่กำหนด แต่ควรตรวจสาย หัวชาร์จ และอุปกรณ์เป็นประจำ

ชาร์จรถทุกวันได้หรือไม่

สามารถชาร์จเพื่อเติมพลังงานที่ใช้ไปในแต่ละวันได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้แบตเตอรี่ใกล้หมด ควรตั้งระดับสูงสุดตามคำแนะนำของผู้ผลิตและรูปแบบการเดินทาง

ควรรอให้แบตเตอรี่หมดก่อนชาร์จหรือไม่

ไม่จำเป็น และไม่ควรวางแผนให้แบตเตอรี่หมดเป็นประจำ การเติมพลังงานตามความสะดวกช่วยลดความกังวลและมีระยะสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน

ใช้แอร์ระหว่างชาร์จได้หรือไม่

รถหลายรุ่นสามารถใช้ระบบปรับอากาศระหว่างชาร์จได้ แต่พลังงานบางส่วนจะถูกใช้กับห้องโดยสาร ทำให้กำลังสุทธิที่เข้าสู่แบตเตอรี่ลดลงหรือเวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

สรุปรถ EV ชาร์จกี่ชั่วโมง

เวลาชาร์จรถ EV ขึ้นอยู่กับสามปัจจัยหลัก ได้แก่

  1. พลังงานที่ต้องเติม
  2. กำลังที่รถสามารถรับได้
  3. กำลังจริงจากเครื่องชาร์จ

โดยทั่วไปสามารถสรุปได้ว่า

  • เครื่องชาร์จพกพาอาจใช้เวลา 15–30 ชั่วโมง
  • Wallbox 7 kW มักใช้เวลาประมาณ 6–12 ชั่วโมง
  • Wallbox 11 kW มักใช้เวลาประมาณ 5–9 ชั่วโมง
  • DC 50 kW มักใช้เวลาประมาณ 45–90 นาทีสำหรับ 10–80%
  • DC 100–150 kW มักใช้เวลาประมาณ 25–50 นาทีสำหรับ 10–80%
  • สถานีกำลังสูงกว่า 150 kW จะช่วยลดเวลาได้เมื่อรถรองรับ

ผู้ใช้รถส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องรอชาร์จจาก 0% ถึง 100% ทุกวัน หากใช้แบตเตอรี่เพียงบางส่วน การเสียบชาร์จช่วงกลางคืนจะเติมพลังงานกลับได้ก่อนเริ่มใช้งานในวันถัดไป

สำหรับการเดินทางไกล ควรวางแผนชาร์จในช่วงที่รถรับกำลังได้ดี เช่น ประมาณ 10–80% และเตรียมสถานีสำรองเสมอ

ทดลองขับและสอบถามระบบชาร์จรถ BYD

ก่อนซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ควรตรวจสอบข้อมูลระบบชาร์จของรุ่นย่อยที่สนใจ ได้แก่

  • ขนาดแบตเตอรี่
  • กำลังรับไฟ AC
  • กำลังรับไฟ DC
  • ระยะเวลา 10–80%
  • หัวชาร์จที่รองรับ
  • อุปกรณ์ชาร์จที่ได้รับพร้อมรถ
  • เงื่อนไขติดตั้ง Wallbox
  • การรับประกันเครื่องชาร์จ
  • แอปและเครือข่ายสถานีที่ใช้งานได้

BYD BD Auto Group พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับรุ่นรถ ระยะทาง การชาร์จที่บ้าน การเดินทางไกล และการติดตั้งเครื่องชาร์จให้เหมาะกับระบบไฟของสถานที่

สามารถติดต่อ BYD BD Auto Group เพื่อสอบถามข้อมูลล่าสุดและนัดหมายทดลองขับรถ BYD รุ่นที่สนใจได้ทุกสาขา

แหล่งอ้างอิง

ติดต่อเรา | จองซื้อ & ทดลองขับ

อยากเป็นเจ้าของหรือสนใจทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้า BYD ติดต่อ BYD BD Auto Group ได้ทุกสาขาพร้อมทีมงานให้คำปรึกษาแบบครบวงจร

ป้ายกำกับ

รางวัลใหญ่จากเวที BYD Asia Pacific 2025
BYD BD Auto Group

ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD

หมวดหมู่

บทความที่เกี่ยวข้อง

<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
เปรียบเทียบรถ BYD ทุกรุ่นในไทย รุ่นไหนเหมาะกับคุณ?...
รถยนต์ BYD ในประเทศไทยมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่รถย...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ระบบและส่วนประกอบรถยนต์มีอะไรบ้าง? เข้าใจการทำงานข...
รถยนต์หนึ่งคันประกอบด้วยระบบจำนวนมากที่ต้องทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ระบบสร้างกำลัง ระ...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ประเภทรถ EV และ Hybrid มีอะไรบ้าง? เปรียบเทียบ ICE...
ปัจจุบันผู้ซื้อรถไม่ได้มีตัวเลือกเฉพาะรถน้ำมันเบนซินหรือดีเซลเท่านั้น แต่ยังมีรถ...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าคืออะไร? รู้จักแบตเตอรี่แรงดัน...
แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นหัวใจสำคัญของรถ EV เพราะทำหน้าที่กักเก็บพลังงานและจ่ายกร...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ยางรถยนต์ไฟฟ้าแตกต่างอย่างไร? คู่มือเลือกและดูแลยา...
ยางรถยนต์เป็นจุดสัมผัสเพียงส่วนเดียวระหว่างรถกับพื้นถนน จึงมีผลโดยตรงต่อการยึดเก...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
วิธีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า คู่มือชาร์จ EV ที่บ้านและสถาน...
หนึ่งในคำถามสำคัญของผู้ที่กำลังสนใจรถยนต์ไฟฟ้าคือ “รถ EV ชาร์จอย่างไร?” “ต้องติด...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ขับรถ EV หน้าฝนอย่างไรให้ปลอดภัย พร้อมวิธีดูแลรถแล...
ช่วงหน้าฝนเป็นช่วงที่ผู้ใช้รถควรให้ความสำคัญกับการขับขี่มากเป็นพิเศษ เพราะถนนลื่...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ประกันรถ EV ต่างจากรถน้ำมันอย่างไร? สิ่งที่ควรรู้ก...
รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะมีจุดเด่นเรื่องค่าใช้จ่ายพลั...