ค่าใช้จ่ายในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเท่าไหร่? วิธีคำนวณค่าชาร์จบ้านและสถานีสาธารณะ

รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความสนใจจากผู้ใช้รถจำนวนมาก เพราะมอเตอร์ไฟฟ้าให้การตอบสนองที่รวดเร็ว ห้องโดยสารเงียบ และมีโอกาสลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเมื่อเทียบกับรถน้ำมัน โดยเฉพาะผู้ที่สามารถชาร์จรถที่บ้านเป็นประจำ
อย่างไรก็ตาม คำถามว่า ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าหนึ่งครั้งกี่บาท ไม่มีคำตอบเดียว เพราะค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดแบตเตอรี่ ปริมาณไฟที่เติม อัตราค่าไฟ ประสิทธิภาพของรถ การสูญเสียระหว่างชาร์จ และประเภทสถานีที่ใช้
รถที่มีแบตเตอรี่ 60 กิโลวัตต์-ชั่วโมงไม่ได้เสียค่าไฟเต็ม 60 หน่วยทุกครั้ง หากผู้ใช้เริ่มชาร์จจากแบตเตอรี่ 30% และหยุดที่ 80% รถจะเติมพลังงานเพียงประมาณครึ่งหนึ่งของความจุแบตเตอรี่ ก่อนรวมการสูญเสียในระบบ
บทความนี้จะอธิบายว่า ค่าใช้จ่ายในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าคิดอย่างไร ชาร์จบ้านกับสถานีสาธารณะต่างกันเท่าไร และควรเตรียมค่าไฟต่อเดือนประมาณเท่าใด พร้อมตัวอย่างจากรถ BYD หลายขนาด
ข้อมูลอัปเดต ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2026: ค่า Ft สำหรับเดือนพฤษภาคม–สิงหาคม 2569 อยู่ที่ 0.1623 บาทต่อหน่วย ส่วนอัตราค่าไฟบ้านและสถานีชาร์จสาธารณะอาจแตกต่างตามประเภทมิเตอร์ ผู้ให้บริการ สถานที่ กำลังเครื่องชาร์จ และช่วงเวลา ควรตรวจสอบในแอปของสถานีก่อนเริ่มชาร์จทุกครั้ง
หัวข้อ
สรุปค่าใช้จ่ายในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
หากรถใช้พลังงานจริงประมาณ 16 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร ค่าใช้จ่ายโดยประมาณจะเป็นดังนี้
| รูปแบบการชาร์จ | ตัวอย่างราคาไฟ | ค่าไฟต่อ 100 กม. | ค่าไฟต่อ 1 กม. |
|---|---|---|---|
| ชาร์จบ้านราคาประมาณ 4.50 บาท/หน่วย | 4.50 บาท/kWh | 72 บาท | 0.72 บาท |
| ชาร์จบ้านราคาประมาณ 5.00 บาท/หน่วย | 5.00 บาท/kWh | 80 บาท | 0.80 บาท |
| สถานีสาธารณะ 6.50 บาท/หน่วย | 6.50 บาท/kWh | 104 บาท | 1.04 บาท |
| สถานีสาธารณะ 7.50 บาท/หน่วย | 7.50 บาท/kWh | 120 บาท | 1.20 บาท |
| สถานีสาธารณะ 8.50 บาท/หน่วย | 8.50 บาท/kWh | 136 บาท | 1.36 บาท |
ตัวเลขในตารางยังไม่รวมการสูญเสียระหว่างชาร์จ หากเผื่อการสูญเสียประมาณ 10% ต้นทุนจริงจะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน
ตัวอย่างเช่น รถแสดงว่าใช้พลังงานขณะขับ 16 kWh/100 กม. แต่ไฟที่ดึงจากมิเตอร์อาจอยู่ประมาณ 17.6 kWh/100 กม. หากมีการสูญเสีย 10%
เมื่อชาร์จบ้านในราคา 5 บาทต่อหน่วย ต้นทุนจากมิเตอร์จะเป็นประมาณ
17.6 × 5 = 88 บาทต่อ 100 กิโลเมตร
หรือประมาณ 0.88 บาทต่อกิโลเมตร
หน่วยที่ใช้คิดค่าชาร์จรถไฟฟ้าคืออะไร
ผู้ให้บริการส่วนใหญ่นิยมคิดค่าบริการตามจำนวนพลังงานไฟฟ้าที่รถรับเข้า โดยใช้หน่วย กิโลวัตต์-ชั่วโมง หรือ kWh
ไฟฟ้า 1 kWh มักเรียกง่าย ๆ ว่า “ไฟ 1 หน่วย”
ตัวอย่างเช่น
- รถรับไฟ 20 kWh
- สถานีคิดราคา 7.50 บาทต่อ kWh
- ค่าชาร์จเท่ากับ 20 × 7.50
- ผู้ใช้จ่าย 150 บาท
ต้องแยกคำว่า kW และ kWh ออกจากกัน
| หน่วย | ความหมาย |
|---|---|
| kW | กำลังไฟหรือความเร็วในการจ่ายพลังงาน |
| kWh | ปริมาณพลังงานที่ใช้หรือเติมเข้าแบตเตอรี่ |
เครื่องชาร์จ 150 kW หมายถึงเครื่องมีความสามารถจ่ายกำลังในระดับสูงสุดตามเงื่อนไข ไม่ได้หมายความว่าการชาร์จหนึ่งครั้งจะใช้ไฟ 150 หน่วย
หากรถรับกำลังเฉลี่ย 75 kW เป็นเวลา 30 นาที พลังงานที่ได้รับในทางทฤษฎีจะอยู่ประมาณ
75 kW × 0.5 ชั่วโมง = 37.5 kWh
สูตรคำนวณค่าชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
สูตรพื้นฐานคือ
ค่าชาร์จ = จำนวนไฟที่รับเข้า × ราคาค่าไฟต่อหน่วย
ตัวอย่าง รถรับไฟ 40 kWh และค่าไฟ 7.50 บาทต่อหน่วย
40 × 7.50 = 300 บาท
แต่หากต้องการคำนวณจากเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ ให้ใช้สูตรดังนี้
พลังงานที่ต้องเติม = ความจุแบตเตอรี่ × เปอร์เซ็นต์ที่เติม
ตัวอย่าง รถมีแบตเตอรี่ 60 kWh เริ่มชาร์จจาก 20% ถึง 80% เท่ากับเติม 60%
60 × 0.60 = 36 kWh
หากค่าไฟ 5 บาทต่อหน่วย
36 × 5 = 180 บาท
หากเผื่อการสูญเสียระหว่างชาร์จ 10%
36 × 1.10 = 39.6 kWh
ค่าไฟจากมิเตอร์จะเป็น
39.6 × 5 = 198 บาท
ดังนั้น การชาร์จจาก 20% ถึง 80% ในตัวอย่างนี้อาจมีค่าใช้จ่ายจริงประมาณ 198 บาท ไม่ใช่ 180 บาท
ทำไมค่าชาร์จจริงสูงกว่าพลังงานที่เข้าแบตเตอรี่
พลังงานจากระบบไฟฟ้าไม่ได้เข้าสู่เซลล์แบตเตอรี่ทั้งหมด มีการสูญเสียบางส่วนระหว่างกระบวนการ เช่น
- การแปลงไฟ AC เป็น DC
- ความร้อนจากสายไฟและอุปกรณ์
- การทำงานของระบบควบคุมรถ
- ระบบปรับอุณหภูมิแบตเตอรี่
- ปั๊มน้ำหล่อเย็นและพัดลม
- ระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในรถ
- การรักษาอุณหภูมิห้องโดยสารระหว่างชาร์จ
อัตราการสูญเสียไม่มีตัวเลขเดียวสำหรับรถทุกคัน โดยอาจแตกต่างตาม
- ประเภทการชาร์จ
- กำลังไฟ
- อุณหภูมิ
- ระดับแบตเตอรี่
- ประสิทธิภาพของ On-board Charger
- ความยาวและขนาดสายไฟ
- การเปิดเครื่องปรับอากาศ
- การชาร์จด้วยกำลังต่ำมาก
สำหรับการประมาณค่าใช้จ่ายเบื้องต้น สามารถเผื่อการสูญเสียประมาณ 8–15% แต่ควรใช้ข้อมูลจากมิเตอร์หรือแอปของเครื่องชาร์จเพื่อดูต้นทุนจริงของบ้านแต่ละหลัง
ค่าใช้จ่ายในการชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน
การชาร์จบ้านมักมีต้นทุนต่ำกว่าสถานีสาธารณะ เพราะผู้ใช้จ่ายตามอัตราค่าไฟของที่พัก โดยไม่มีต้นทุนสถานี พื้นที่ ระบบชำระเงิน และการบริการในระดับเดียวกับสถานีเชิงพาณิชย์
อย่างไรก็ตาม ค่าไฟบ้านไม่ได้มีราคาเดียวสำหรับทุกหน่วย โดยอาจประกอบด้วย
- ค่าไฟฟ้าฐาน
- อัตราแบบขั้นบันไดหรือ TOU
- ค่า Ft
- ค่าบริการรายเดือน
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม
- การใช้ไฟจากเครื่องใช้ชนิดอื่นในบ้าน
อัตราบ้านอยู่อาศัยแบบปกติมีการคิดตามช่วงปริมาณการใช้ เช่น หน่วยที่ 151–400 มีอัตราพลังงานแตกต่างจากหน่วยในช่วงก่อนหน้า และปริมาณที่เกิน 400 หน่วยจะมีอัตราอีกระดับหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้ การนำค่าไฟทั้งบิลมาหารจำนวนหน่วยทั้งหมดอาจได้ “ค่าเฉลี่ย” แต่หน่วยไฟเพิ่มเติมจากการชาร์จรถอาจอยู่ในขั้นราคาสูงกว่าเดิม
วิธีหาต้นทุนไฟบ้านที่แม่นยำขึ้น
วิธีง่ายคือเปรียบเทียบบิลก่อนและหลังเริ่มชาร์จรถ โดยบันทึก
- จำนวนหน่วยไฟทั้งเดือน
- ระยะทางที่รถวิ่ง
- จำนวนพลังงานจาก Wallbox หรือแอป
- ค่าไฟรวมที่เพิ่มขึ้น
- จำนวนครั้งที่ชาร์จสถานีสาธารณะ
อีกวิธีคือใช้เครื่องชาร์จที่มีระบบวัดพลังงานแยก แล้วนำจำนวน kWh คูณกับอัตราค่าไฟส่วนเพิ่มของบ้าน
เว็บไซต์ PEA และ MEA มีเครื่องมือประมาณการค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟแต่ละประเภท แต่ยอดจริงยังขึ้นอยู่กับรอบบิลและองค์ประกอบค่าไฟในช่วงนั้น
ตัวอย่างชาร์จรถ EV ที่บ้านเต็มแบตเตอรี่
ตารางนี้สมมติค่าไฟจากมิเตอร์ 5 บาทต่อหน่วย และเผื่อการสูญเสียระหว่างชาร์จ 10%
| ขนาดแบตเตอรี่ | ไฟจากมิเตอร์โดยประมาณ | ค่าไฟ 0–100% |
|---|---|---|
| 40 kWh | 44 kWh | 220 บาท |
| 50 kWh | 55 kWh | 275 บาท |
| 60 kWh | 66 kWh | 330 บาท |
| 70 kWh | 77 kWh | 385 บาท |
| 80 kWh | 88 kWh | 440 บาท |
| 100 kWh | 110 kWh | 550 บาท |
ในการใช้งานจริง ผู้ขับแทบไม่จำเป็นต้องชาร์จจาก 0% ถึง 100% ทุกครั้ง จึงไม่ควรนำตัวเลข “เต็มแบตเตอรี่” ไปคิดเป็นค่าใช้จ่ายประจำวันโดยตรง
หากรถแบตเตอรี่ 60 kWh ชาร์จจาก 40% ถึง 80% จะเติมเพียง 40% ของความจุ
60 × 0.40 = 24 kWh
เผื่อสูญเสีย 10% เท่ากับ 26.4 kWh
ที่ค่าไฟ 5 บาทต่อหน่วย จะเสียประมาณ
26.4 × 5 = 132 บาท
มิเตอร์ TOU ช่วยลดค่าชาร์จได้หรือไม่
มิเตอร์ TOU หรือ Time of Use คิดค่าไฟแตกต่างตามช่วงเวลา โดยช่วง Off-Peak มักมีอัตราพลังงานต่ำกว่าช่วง Peak
เหมาะกับบ้านที่สามารถตั้งเวลาชาร์จรถในช่วงกลางคืน วันหยุด หรือช่วงที่การไฟฟ้ากำหนดเป็น Off-Peak
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนเป็น TOU ไม่ได้ทำให้ค่าไฟถูกลงทุกบ้าน เพราะต้องพิจารณาการใช้ไฟของทั้งครัวเรือน หากบ้านใช้เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น หรืออุปกรณ์กำลังสูงในช่วง Peak มาก ค่าใช้จ่ายช่วงแพงอาจหักล้างประโยชน์จากการชาร์จรถกลางคืนได้
ก่อนเปลี่ยนมิเตอร์ควรคำนวณ
- ไฟที่รถใช้ต่อเดือน
- เวลาที่ชาร์จเป็นประจำ
- ไฟบ้านในช่วง Peak
- ไฟบ้านในช่วง Off-Peak
- ค่าบริการและค่าติดตั้ง
- ความสามารถของระบบไฟฟ้า
MEA และ PEA มีทั้งประเภทบ้านอยู่อาศัยอัตราปกติและอัตรา TOU สำหรับผู้ใช้ที่เข้าเงื่อนไข
ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้าน
ค่าใช้จ่ายในการใช้รถ EV ไม่ได้มีเพียงค่าไฟ ผู้ซื้ออาจต้องเตรียมงบสำหรับระบบชาร์จที่บ้านด้วย
รายการที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
- เครื่อง Wallbox
- ค่าติดตั้ง
- สายไฟ
- ท่อร้อยสาย
- ตู้ควบคุม
- เบรกเกอร์
- อุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว
- ระบบสายดิน
- อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก
- การเพิ่มขนาดมิเตอร์
- การปรับปรุงตู้ไฟหลัก
- งานเจาะผนังหรือเดินสายใต้ดิน
- ระบบจัดการโหลดไฟฟ้า
- หลังคาหรือกล่องป้องกันเครื่องชาร์จ
โปรโมชั่นรถบางช่วงอาจให้ Wallbox และการติดตั้งมาตรฐาน แต่คำว่า “ติดตั้งฟรี” มักมีขอบเขต เช่น ความยาวสาย ตำแหน่งตู้ไฟ ประเภทผนัง และจำนวนอุปกรณ์ที่รวมไว้
ผู้ซื้อควรขอใบสำรวจหน้างานและใบเสนอราคาแยกก่อนติดตั้ง ไม่ควรเพิ่มขนาดเบรกเกอร์หรือเดินสายด้วยตนเองโดยไม่มีช่างไฟที่มีความรู้
ค่าใช้จ่ายในการชาร์จสถานีสาธารณะ
สถานีสาธารณะมักคิดราคาสูงกว่าค่าไฟบ้าน เนื่องจากผู้ให้บริการมีต้นทุนด้าน
- เครื่องชาร์จ
- หม้อแปลงและระบบไฟ
- ค่าเช่าพื้นที่
- ระบบแอปและการชำระเงิน
- การบำรุงรักษา
- ศูนย์บริการลูกค้า
- การลงทุนโครงข่าย
- ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า
- ระบบบริหารสถานี
- ภาษีและค่าดำเนินงาน
อัตราอาจแตกต่างกันตาม AC/DC กำลังเครื่อง สถานที่ และเวลา
ตัวอย่างอัตราที่ประกาศโดยผู้ให้บริการบางราย ได้แก่
| ผู้ให้บริการ | อัตราที่เผยแพร่ |
|---|---|
| EleX by EGAT ในพื้นที่ EGAT | AC 5.50 บาท/หน่วย และ DC 6.50 บาท/หน่วย |
| EleX by EGAT ในพื้นที่สถานี PT | AC/DC 7.50 บาท/หน่วย |
| MEA EV | 7.50 บาท/หน่วย |
| EV Station PluZ สาขาทั่วไป | On-Peak 7.90 บาท/หน่วย และ Off-Peak 6.60 บาท/หน่วย |
| EV Station PluZ EV HUB | On-Peak 8.40 บาท/หน่วย และ Off-Peak 7.10 บาท/หน่วย |
EleX by EGAT แสดงอัตรา 5.50–7.50 บาทต่อหน่วยตามประเภทและสถานที่ ส่วน MEA EV ระบุอัตรา 7.50 บาทต่อหน่วยในข้อมูลสถานีเดือนมีนาคม 2569
EV Station PluZ ประกาศโครงสร้างราคาตามช่วงเวลา โดยสถานีทั่วไปอยู่ที่ 7.90 บาทในช่วง On-Peak และ 6.60 บาทในช่วง Off-Peak ส่วน EV HUB มีราคาสูงขึ้นตามที่กำหนด
ราคาในตารางเป็นตัวอย่างจากข้อมูลที่เผยแพร่ ไม่ใช่การรับรองว่าทุกหัวชาร์จในเครือข่ายจะคิดราคาเท่ากัน ผู้ใช้ต้องตรวจสอบราคาในแอปก่อนกดยืนยันเริ่มชาร์จ
อัตรา PEA VOLTA
PEA VOLTA มีการคิดราคาตามขนาดเครื่องและช่วงเวลา โดยปรับโครงสร้างราคาใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569
ข้อมูลที่เผยแพร่แสดงราคาแตกต่างตามกำลังเครื่อง เช่น
- เครื่อง 25 kW: Off-Peak ประมาณ 4.90 บาท และ Peak ประมาณ 5.90 บาทต่อหน่วย
- เครื่อง 50 kW: Off-Peakประมาณ 5.90 บาท และ Peakประมาณ 6.90 บาทต่อหน่วย
- เครื่อง 120–180 kW: Off-Peakประมาณ 5.90 บาท และ Peakประมาณ 6.90 บาทต่อหน่วย
- เครื่อง 300–360 kW: Off-Peakประมาณ 6.90 บาท และ Peakประมาณ 7.90 บาทต่อหน่วย
อัตราจริงของแต่ละสถานีควรตรวจสอบในแอป PEA VOLTA เนื่องจากกำลังเครื่องและเงื่อนไขสถานีอาจแตกต่างกัน
ชาร์จ AC กับ DC แบบไหนถูกกว่า
โดยทั่วไป การชาร์จ AC ที่บ้านมีต้นทุนต่อหน่วยต่ำที่สุด ส่วนสถานี DC มักมีราคาสูงกว่าเพราะให้กำลังสูงและใช้โครงสร้างพื้นฐานราคาแพง
| หัวข้อ | AC ที่บ้าน | AC สาธารณะ | DC สาธารณะ |
|---|---|---|---|
| ต้นทุนต่อหน่วย | มักต่ำที่สุด | ปานกลาง | มักสูงกว่า |
| ความเร็ว | ช้าถึงปานกลาง | ช้าถึงปานกลาง | เร็ว |
| เวลาที่เหมาะ | กลางคืน | จอดนาน | เดินทางไกล |
| ผลต่อความสะดวก | ชาร์จขณะพัก | ต้องมีเวลาจอด | เติมพลังงานได้เร็ว |
| ค่าอุปกรณ์ | เจ้าของติดตั้ง | ผู้ให้บริการลงทุน | ผู้ให้บริการลงทุนสูง |
การชาร์จ DC ไม่ได้ “เปลืองไฟ” กว่า AC ในทุกกรณี แต่ราคาค่าบริการมักสูงกว่า และรถอาจใช้พลังงานในการควบคุมอุณหภูมิแบตเตอรี่มากขึ้นระหว่างชาร์จเร็ว
ตัวอย่างค่าชาร์จสถานีสาธารณะ
สมมติรถต้องการเติมไฟ 40 kWh
| ราคาสถานี | ค่าชาร์จ |
|---|---|
| 5.50 บาท/kWh | 220 บาท |
| 6.50 บาท/kWh | 260 บาท |
| 6.60 บาท/kWh | 264 บาท |
| 7.50 บาท/kWh | 300 บาท |
| 7.90 บาท/kWh | 316 บาท |
| 8.40 บาท/kWh | 336 บาท |
สถานีอาจแสดงจำนวนไฟที่จ่ายจากตู้ ซึ่งรวมการทำงานและการวัดตามระบบของผู้ให้บริการแล้ว วิธีคิดอาจแตกต่างจากการคำนวณการสูญเสียของการชาร์จบ้าน
ค่าชาร์จต่อกิโลเมตรคิดอย่างไร
สูตรคือ
ค่าไฟต่อกิโลเมตร = อัตราการใช้พลังงานต่อกิโลเมตร × ราคาค่าไฟ
หากรถใช้ไฟ 16 kWh ต่อ 100 กิโลเมตร
อัตราต่อ 1 กิโลเมตรคือ
16 ÷ 100 = 0.16 kWh/กม.
หากค่าไฟ 5 บาทต่อหน่วย
0.16 × 5 = 0.80 บาท/กม.
หากชาร์จสถานีราคา 7.50 บาทต่อหน่วย
0.16 × 7.50 = 1.20 บาท/กม.
เมื่อเผื่อการสูญเสีย 10% ต้นทุนชาร์จบ้านจะเป็นประมาณ 0.88 บาทต่อกิโลเมตร
ตารางค่าใช้จ่ายตามอัตราการใช้พลังงาน
ตารางนี้ยังไม่รวมการสูญเสียระหว่างชาร์จ
| การใช้พลังงาน | ไฟบ้าน 5 บาท/หน่วย | สถานี 6.50 บาท/หน่วย | สถานี 7.50 บาท/หน่วย | สถานี 8.50 บาท/หน่วย |
|---|---|---|---|---|
| 12 kWh/100 กม. | 60 บาท | 78 บาท | 90 บาท | 102 บาท |
| 14 kWh/100 กม. | 70 บาท | 91 บาท | 105 บาท | 119 บาท |
| 16 kWh/100 กม. | 80 บาท | 104 บาท | 120 บาท | 136 บาท |
| 18 kWh/100 กม. | 90 บาท | 117 บาท | 135 บาท | 153 บาท |
| 20 kWh/100 กม. | 100 บาท | 130 บาท | 150 บาท | 170 บาท |
| 24 kWh/100 กม. | 120 บาท | 156 บาท | 180 บาท | 204 บาท |
รถขนาดเล็กที่ใช้ความเร็วไม่สูงอาจมีอัตราใช้ไฟต่ำกว่า SUV ขนาดใหญ่ ขณะที่การขับทางด่วนด้วยความเร็วสูงสามารถเพิ่มการใช้พลังงานอย่างชัดเจน
ค่าไฟรถยนต์ไฟฟ้าต่อเดือน
สมมติรถใช้ไฟจริงจากแบตเตอรี่ 16 kWh/100 กม. และเผื่อการสูญเสีย 10% เท่ากับดึงไฟจากแหล่งชาร์จประมาณ 17.6 kWh/100 กม.
ชาร์จบ้านราคา 5 บาทต่อหน่วย
| ระยะทางต่อเดือน | พลังงานจากมิเตอร์ | ค่าไฟต่อเดือน |
|---|---|---|
| 500 กม. | 88 kWh | 440 บาท |
| 1,000 กม. | 176 kWh | 880 บาท |
| 1,500 กม. | 264 kWh | 1,320 บาท |
| 2,000 กม. | 352 kWh | 1,760 บาท |
| 3,000 กม. | 528 kWh | 2,640 บาท |
ชาร์จสถานีราคา 7.50 บาทต่อหน่วย
| ระยะทางต่อเดือน | พลังงานที่คิดค่าใช้จ่าย | ค่าชาร์จต่อเดือน |
|---|---|---|
| 500 กม. | 88 kWh | 660 บาท |
| 1,000 กม. | 176 kWh | 1,320 บาท |
| 1,500 กม. | 264 kWh | 1,980 บาท |
| 2,000 กม. | 352 kWh | 2,640 บาท |
| 3,000 กม. | 528 kWh | 3,960 บาท |
ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่าง รถที่ใช้ไฟ 22 kWh/100 กม. จะมีต้นทุนสูงกว่าอย่างชัดเจน ขณะที่รถขนาดเล็กอาจต่ำกว่า
ตัวอย่างค่าใช้จ่าย BYD ATTO 3 Extended
BYD ATTO 3 Extended ใช้แบตเตอรี่ขนาด 60.48 kWh และระบุระยะทางสูงสุด 480 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC พร้อมรองรับ AC 7 kW และ DC 88 kW
หากคำนวณอย่างง่ายจากแบตเตอรี่หารด้วยระยะทางทดสอบ
60.48 ÷ 480 × 100 = 12.6 kWh/100 กม.
แต่ตัวเลขนี้เป็นค่าจากการหารข้อมูลมาตรฐาน ไม่ใช่อัตราใช้ไฟจริงจากมิเตอร์ และยังไม่รวมพลังงานสำรองหรือการสูญเสีย ผู้ใช้จริงอาจพบอัตราสูงกว่านี้ตามความเร็วและสภาพแวดล้อม
เพื่อไม่ให้ประเมินต่ำเกินไป สมมติใช้งานจริง 16 kWh/100 กม.
ชาร์จบ้าน 5 บาทต่อหน่วย
ต้นทุนขณะขับ:
16 × 5 = 80 บาท/100 กม.
เผื่อการสูญเสีย 10%:
ประมาณ 88 บาท/100 กม.
หรือประมาณ 0.88 บาทต่อกิโลเมตร
ชาร์จสถานี 7.50 บาทต่อหน่วย
16 × 1.10 × 7.50 = 132 บาท/100 กม.
หรือประมาณ 1.32 บาทต่อกิโลเมตร
ชาร์จจาก 20% ถึง 80%
เติม 60% ของแบตเตอรี่:
60.48 × 0.60 = 36.29 kWh
ชาร์จบ้านและเผื่อการสูญเสีย 10%:
36.29 × 1.10 × 5 = ประมาณ 200 บาท
ชาร์จสถานีราคา 7.50 บาทต่อหน่วย:
36.29 × 7.50 = ประมาณ 272 บาท
วิธีคิดของสถานีอาจแสดงพลังงานจากตู้โดยตรง จึงไม่จำเป็นต้องบวกการสูญเสียซ้ำหากใช้ยอด kWh จากใบเสร็จ
ตัวอย่างค่าใช้จ่าย BYD M6 Extended
BYD M6 Extended ระบุระยะทางสูงสุด 530 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC รองรับ AC 7 kW และ DC สูงสุด 115 kW ส่วนรุ่น Dynamic มีระยะทางและกำลังชาร์จ DC แตกต่างกัน
รถ MPV มีขนาดและน้ำหนักมากกว่ารถขนาดเล็ก จึงอาจใช้พลังงานจริงสูงกว่า โดยสมมติใช้งานเฉลี่ย 19 kWh/100 กม.
ชาร์จบ้าน 5 บาทต่อหน่วย
เผื่อการสูญเสีย 10%:
19 × 1.10 × 5 = 104.50 บาท/100 กม.
หรือประมาณ 1.05 บาทต่อกิโลเมตร
ชาร์จสถานี 7.50 บาทต่อหน่วย
19 × 1.10 × 7.50 = 156.75 บาท/100 กม.
หรือประมาณ 1.57 บาทต่อกิโลเมตร
หากวิ่ง 1,500 กิโลเมตรต่อเดือน
- ชาร์จบ้านประมาณ 1,568 บาท
- ชาร์จสถานีราคา 7.50 บาทประมาณ 2,351 บาท
ตัวเลขจริงขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสาร ความเร็ว เส้นทาง และการเปิดเครื่องปรับอากาศหลายโซน
ตัวอย่างค่าใช้จ่าย BYD SEALION 7
BYD SEALION 7 ใช้แบตเตอรี่ 82.5 kWh และรองรับ AC สูงสุด 11 kW กับ DC สูงสุด 150 kW ตามข้อมูลของรุ่น AWD Performance
สมมติอัตราใช้พลังงานจริง 21 kWh/100 กม.
ชาร์จบ้าน 5 บาทต่อหน่วย
21 × 1.10 × 5 = 115.50 บาท/100 กม.
หรือประมาณ 1.16 บาทต่อกิโลเมตร
ชาร์จสถานี 7.50 บาทต่อหน่วย
21 × 1.10 × 7.50 = 173.25 บาท/100 กม.
หรือประมาณ 1.73 บาทต่อกิโลเมตร
ชาร์จจาก 10% ถึง 80%
เติม 70% ของแบตเตอรี่:
82.5 × 0.70 = 57.75 kWh
ชาร์จบ้าน 5 บาทและเผื่อสูญเสีย 10%:
57.75 × 1.10 × 5 = ประมาณ 318 บาท
ชาร์จสถานีราคา 7.50 บาทต่อหน่วย:
57.75 × 7.50 = ประมาณ 433 บาท
ชาร์จถึง 100% แพงกว่าช่วงอื่นหรือไม่
หากสถานีคิดตาม kWh ราคาต่อหน่วยไม่ได้แพงขึ้นเพียงเพราะแบตเตอรี่เกิน 80% แต่รถมักลดกำลังชาร์จเมื่อแบตเตอรี่ใกล้เต็มเพื่อควบคุมอุณหภูมิและรักษาแบตเตอรี่
ผลคือผู้ใช้อาจใช้เวลานานขึ้นมากเพื่อเติมจาก 80% ถึง 100%
สถานีบางแห่งอาจมี
- ค่าจอด
- ค่าครองหัวชาร์จหลังชาร์จเสร็จ
- ค่าปรับเมื่อไม่ย้ายรถ
- ค่าใช้พื้นที่
- ค่าบริการตามเวลาในบางเงื่อนไข
แม้ค่าไฟต่อหน่วยไม่เปลี่ยน การรอช่วงท้ายจึงอาจไม่คุ้มเวลาและอาจมีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่ม
สำหรับการเดินทางไกล หลายคนจึงเลือกชาร์จถึงประมาณ 70–80% แล้วเดินทางต่อ เว้นแต่ต้องการพลังงานเพิ่มเพื่อไปถึงสถานีถัดไป
ชาร์จเร็วทำให้ค่าไฟแพงขึ้นหรือไม่
กำลังเครื่องชาร์จสูงไม่ได้ทำให้รถใช้พลังงานต่อระยะทางเพิ่มขึ้นโดยตรง แต่สถานีกำลังสูงอาจตั้งค่าบริการสูงกว่าเครื่องกำลังต่ำ
ตัวอย่างเช่น PEA VOLTA แยกราคาตามขนาดเครื่อง โดยเครื่อง 300–360 kW มีราคาสูงกว่าเครื่อง 25 kW ในบางช่วงเวลา
รถจะรับกำลังได้สูงสุดเท่าที่ระบบของรถ แบตเตอรี่ และสถานีอนุญาต หากรถรับ DC สูงสุด 88 kW การเสียบกับตู้ 180 kW ไม่ได้ทำให้รถรับ 180 kW
ผู้ใช้ควรเปรียบเทียบ
- ราคาต่อหน่วย
- เวลาที่ต้องการ
- กำลังสูงสุดของรถ
- กำลังจริงขณะชาร์จ
- ระดับแบตเตอรี่
- ความจำเป็นในการเดินทางต่อ
ปัจจัยที่ทำให้รถ EV ใช้ไฟมากขึ้น
ความเร็วสูง
แรงต้านอากาศเพิ่มขึ้นมากตามความเร็ว รถจึงใช้พลังงานสูงขึ้นเมื่อขับบนทางด่วนต่อเนื่อง แม้ไม่มีการเร่งและเบรกบ่อย
เครื่องปรับอากาศ
ระบบปรับอากาศใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ โดยมีผลมากขึ้นเมื่อรถติด เดินทางระยะสั้น หรือมีห้องโดยสารขนาดใหญ่
น้ำหนักบรรทุก
ผู้โดยสารและสัมภาระเพิ่มน้ำหนักที่รถต้องเร่งและพาขึ้นทางลาด โดยเฉพาะรถ MPV ที่เดินทางพร้อมผู้โดยสารหลายคน
ทางขึ้นเขา
การขึ้นทางลาดใช้พลังงานมาก แม้รถจะกู้คืนพลังงานบางส่วนขณะลงเขา แต่ไม่สามารถนำกลับมาได้ทั้งหมด
ลมและฝน
ลมต้าน ฝน และพื้นเปียกเพิ่มแรงต้านการเคลื่อนที่ ทำให้ใช้ไฟมากขึ้น
แรงดันลมยาง
ลมยางต่ำเกินไปเพิ่มแรงต้านการหมุนและทำให้ยางร้อน ควรเติมตามค่าที่ผู้ผลิตกำหนด
ล้อและยาง
ล้อขนาดใหญ่ ยางหน้ากว้าง และยางสมรรถนะสูงอาจเพิ่มน้ำหนักและแรงต้านเมื่อเทียบกับล้อขนาดเล็ก
พฤติกรรมการขับ
การเร่งแรง เบรกหนัก และใช้ความเร็วสูงสลับกันทำให้ใช้พลังงานมาก แม้รถจะมีระบบ Regenerative Braking แต่ไม่สามารถกู้คืนพลังงานได้ทั้งหมด
อุณหภูมิแบตเตอรี่
แบตเตอรี่ที่ร้อนหรือเย็นเกินไปอาจต้องใช้พลังงานในการปรับอุณหภูมิ และอาจรับกำลังชาร์จได้ลดลง
ค่าใช้จ่ายแฝงในการชาร์จสถานีสาธารณะ
นอกจากค่าพลังงาน ผู้ใช้ควรตรวจสอบค่าใช้จ่ายอื่น เช่น
- ค่าจอดรถ
- ค่าผ่านทางเพื่อเข้าสถานี
- ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต
- ค่าปรับจอดแช่
- ค่าบริการหลังชาร์จเต็ม
- ค่าสมาชิก
- เงินขั้นต่ำในกระเป๋าแอป
- เงินที่ถูกกันวงเงิน
- ค่าเดินทางออกนอกเส้นทาง
- ค่าอาหารหรือเครื่องดื่มระหว่างรอ
สถานีในศูนย์การค้าอาจคิดค่าจอดแยก แม้ราคาค่าไฟดูไม่สูง เมื่อรวมค่าจอดแล้วต้นทุนต่อหน่วยอาจเพิ่มขึ้นมาก
ชาร์จฟรีมีค่าใช้จ่ายจริงหรือไม่
สถานีบางแห่งอาจให้ชาร์จฟรีเพื่อส่งเสริมการขาย แต่ผู้ใช้ควรตรวจเงื่อนไข เช่น
- จำกัดเวลา
- จำกัดพลังงาน
- ต้องซื้อสินค้า
- ต้องจ่ายค่าจอด
- ให้เฉพาะสมาชิก
- ใช้ได้เฉพาะรถบางแบรนด์
- เครื่องมีกำลังต่ำ
- ต้องนำสายชาร์จมาเอง
การขับรถอ้อมหลายกิโลเมตรเพื่อใช้สถานีฟรีอาจไม่คุ้มทั้งเวลาและพลังงาน
รถ EV ประหยัดกว่ารถน้ำมันเท่าไร
การเปรียบเทียบควรใช้ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร
สมมติรถ EV ใช้ไฟจากมิเตอร์ 17.6 kWh/100 กม. และชาร์จบ้านราคา 5 บาทต่อหน่วย
ต้นทุนเท่ากับ
17.6 × 5 = 88 บาท/100 กม.
หรือ 0.88 บาท/กม.
สมมติรถน้ำมันวิ่งได้ 15 กม./ลิตร และน้ำมันราคา 35 บาท/ลิตร
ต้นทุนเท่ากับ
35 ÷ 15 = 2.33 บาท/กม.
ส่วนต่างคือ
2.33 – 0.88 = 1.45 บาท/กม.
หากวิ่ง 20,000 กิโลเมตรต่อปี อาจประหยัดค่าพลังงานประมาณ
1.45 × 20,000 = 29,000 บาทต่อปี
ตัวเลขนี้ยังไม่รวม
- ราคาซื้อรถ
- ดอกเบี้ย
- ค่าเสื่อมราคา
- ประกันภัย
- ยาง
- ค่า Wallbox
- ค่าปรับปรุงระบบไฟ
- ค่าบำรุงรักษา
- ราคาน้ำมันและไฟที่เปลี่ยนแปลง
รถ EV จึงอาจประหยัดค่าพลังงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าต้นทุนการเป็นเจ้าของทั้งหมดต่ำกว่ารถน้ำมันในทุกกรณี
วิธีลดค่าใช้จ่ายในการชาร์จรถไฟฟ้า
ชาร์จที่บ้านเป็นหลัก
ใช้สถานี DC เมื่อเดินทางไกลหรือจำเป็น ชาร์จบ้านสำหรับการใช้งานประจำวันเพื่อลดต้นทุนต่อหน่วย
ตั้งเวลาชาร์จ
หากใช้ TOU ควรตั้งรถหรือ Wallbox ให้เริ่มชาร์จในช่วง Off-Peak และหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้กำลังสูงพร้อมกันเกินความสามารถของระบบไฟ
เปรียบเทียบราคาในแอป
สถานีในพื้นที่เดียวกันอาจมีราคาต่างกัน ควรดูทั้งค่าชาร์จ ค่าจอด และกำลังที่รถรับได้
ไม่ขับอ้อมไกลเพื่อหาค่าชาร์จถูก
คำนวณทั้งระยะทาง เวลา และพลังงานที่เสียไป การประหยัด 1 บาทต่อหน่วยอาจไม่คุ้มกับการขับอ้อม 20 กิโลเมตร
รักษาแรงดันลมยาง
เติมลมตามป้ายกำกับรถ และตรวจเมื่อยางเย็นเพื่อลดแรงต้านการหมุน
ใช้ความเร็วเหมาะสม
การลดความเร็วบนทางด่วนสามารถลดการใช้ไฟได้มากกว่าการปรับระดับ Regenerative Braking เพียงอย่างเดียว
วางแผนชาร์จช่วงที่มีประสิทธิภาพ
ในการเดินทางไกล การชาร์จหลายครั้งในช่วงที่รถรับกำลังได้ดีอาจใช้เวลาน้อยกว่าการรอถึง 100% ทุกครั้ง
ตรวจสอบการใช้พลังงานจริง
ดูค่า kWh/100 กม. จากรถและจำนวน kWh จาก Wallbox หรือสถานี เพื่อคำนวณต้นทุนจากพฤติกรรมของตนเอง ไม่ใช้ตัวเลขโฆษณาเพียงอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
ชาร์จรถไฟฟ้าหนึ่งครั้งกี่บาท
ขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่และปริมาณที่เติม รถแบตเตอรี่ 60 kWh ที่ชาร์จจาก 20% ถึง 80% ต้องเติมประมาณ 36 kWh
หากชาร์จบ้าน 5 บาทต่อหน่วยและเผื่อการสูญเสีย 10% จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 198 บาท
หากชาร์จสถานี 7.50 บาทต่อหน่วย จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 270 บาทตามพลังงานที่สถานีคิดจริง
ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านเดือนละเท่าไร
หากรถดึงไฟจากมิเตอร์ประมาณ 17.6 kWh/100 กม. วิ่งเดือนละ 1,500 กิโลเมตร และค่าไฟ 5 บาทต่อหน่วย ค่าไฟจะอยู่ประมาณ 1,320 บาทต่อเดือน
รถ EV ใช้ไฟกี่หน่วยต่อ 100 กิโลเมตร
รถขนาดเล็กอาจใช้ประมาณ 12–16 kWh/100 กม. ส่วน SUV หรือ MPV อาจอยู่ประมาณ 17–24 kWh/100 กม. หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับความเร็ว น้ำหนัก และสภาพการขับ
ควรดูข้อมูลจริงจากรถของตนเองแทนการใช้ช่วงดังกล่าวเป็นค่ารับรอง
ชาร์จรถไฟฟ้าเต็มแบตเตอรี่ต้องใช้ไฟเท่าความจุแบตเตอรี่หรือไม่
ไฟจากแหล่งจ่ายมักสูงกว่าพลังงานที่เพิ่มในแบตเตอรี่ เนื่องจากมีการสูญเสียระหว่างชาร์จ จึงควรเผื่อประมาณ 8–15% สำหรับการประมาณเบื้องต้น
ชาร์จบ้านหน่วยละเท่าไร
ไม่มีราคาเดียว เพราะขึ้นอยู่กับประเภทมิเตอร์ ปริมาณใช้ไฟ ค่า Ft ค่าบริการ และ VAT ควรดูต้นทุนส่วนเพิ่มจากบิลไฟของบ้านตนเอง
สถานีชาร์จรถไฟฟ้าหน่วยละเท่าไร
ณ วันที่ตรวจสอบ ผู้ให้บริการตัวอย่างมีอัตราตั้งแต่ประมาณ 4.90 บาทไปจนถึงมากกว่า 8 บาทต่อหน่วยตามกำลังเครื่อง พื้นที่ และช่วงเวลา
ชาร์จ AC หรือ DC ประหยัดกว่า
ชาร์จ AC ที่บ้านมักมีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด ส่วน DC สาธารณะให้ความรวดเร็วแต่ราคาต่อหน่วยมักสูงกว่า
ใช้ตู้ชาร์จกำลังสูงเสียเงินมากกว่าหรือไม่
ขึ้นอยู่กับราคาของสถานี บางเครือข่ายคิดอัตราต่างกันตามกำลังเครื่อง ขณะที่บางเครือข่ายคิดราคาเดียว รถจะรับกำลังได้ไม่เกินข้อจำกัดของตัวรถและแบตเตอรี่
ชาร์จกลางคืนถูกกว่าหรือไม่
ถูกกว่าเมื่อใช้มิเตอร์หรือสถานีที่กำหนดราคา Off-Peak ต่ำกว่า แต่บ้านที่ใช้มิเตอร์อัตราปกติอาจไม่ได้มีราคาต่างตามช่วงเวลา
เปิดแอร์ระหว่างชาร์จเสียค่าไฟเพิ่มหรือไม่
เสียเพิ่ม เพราะระบบปรับอากาศใช้พลังงานจากเครื่องชาร์จหรือแบตเตอรี่ อาจทำให้พลังงานจากสถานีสูงขึ้นและชาร์จเสร็จช้าลงเล็กน้อย
ชาร์จถึง 100% ทุกวันดีหรือไม่
ควรปฏิบัติตามคู่มือของรถและคำแนะนำเกี่ยวกับชนิดแบตเตอรี่ รถบางรุ่นแนะนำให้ชาร์จเต็มเป็นระยะเพื่อปรับเทียบระบบ ขณะที่การจอดแบตเตอรี่เต็มเป็นเวลานานอาจไม่เหมาะกับแบตเตอรี่บางชนิด
ค่าไฟในหน้าจอรถแม่นยำหรือไม่
ค่าบนหน้าจอมักแสดงพลังงานที่รถใช้ขณะขับ แต่อาจไม่รวมการสูญเสียระหว่างชาร์จ หากต้องการต้นทุนที่แม่นยำควรใช้จำนวน kWh จากมิเตอร์ Wallbox หรือใบเสร็จสถานี
รถไฟฟ้าประหยัดกว่ารถน้ำมันเสมอหรือไม่
ไม่เสมอไปในแง่ต้นทุนรวม รถ EV มักมีต้นทุนพลังงานต่ำกว่าเมื่อชาร์จบ้าน แต่ต้องรวมราคาซื้อ ดอกเบี้ย ประกัน ยาง เครื่องชาร์จ ค่าเสื่อมราคา และมูลค่าขายต่อด้วย
เช็กลิสต์คำนวณค่าชาร์จก่อนซื้อรถ EV
ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้
- ระยะทางที่ขับต่อเดือน
- อัตราใช้พลังงานจริงของรุ่นที่สนใจ
- ขนาดแบตเตอรี่
- จุดชาร์จหลักอยู่ที่ใด
- ค่าไฟบ้านประเภทใด
- สามารถใช้ TOU ได้หรือไม่
- ค่า Wallbox และค่าติดตั้ง
- ต้องเพิ่มมิเตอร์หรือปรับระบบไฟหรือไม่
- ราคาสถานีในเส้นทางประจำ
- ค่าจอดของสถานี
- กำลัง AC ที่รถรองรับ
- กำลัง DC ที่รถรองรับ
- การสูญเสียระหว่างชาร์จ
- ค่าใช้จ่ายต่อ 100 กิโลเมตร
- ค่าไฟต่อเดือนตามระยะทางจริง
สูตรประมาณรายเดือนคือ
ค่าไฟต่อเดือน = ระยะทางต่อเดือน ÷ 100 × อัตราใช้ไฟต่อ 100 กม. × ค่าไฟต่อหน่วย × ตัวคูณการสูญเสีย
ตัวอย่าง
- วิ่ง 1,500 กม./เดือน
- ใช้ไฟ 17 kWh/100 กม.
- ค่าไฟ 5 บาท/หน่วย
- เผื่อสูญเสีย 10% หรือคูณ 1.10
คำนวณได้
1,500 ÷ 100 × 17 × 5 × 1.10 = 1,402.50 บาทต่อเดือน
สรุปค่าใช้จ่ายในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
ค่าใช้จ่ายในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นอยู่กับปริมาณพลังงานที่รถใช้ ราคาค่าไฟ จุดชาร์จ ประสิทธิภาพของรถ และการสูญเสียระหว่างชาร์จ
สูตรพื้นฐานคือ
จำนวน kWh × ราคาต่อ kWh = ค่าชาร์จ
รถที่ใช้ไฟ 16 kWh/100 กม. และชาร์จบ้านราคา 5 บาทต่อหน่วย จะมีต้นทุนประมาณ 80 บาทต่อ 100 กิโลเมตรก่อนการสูญเสีย หรือประมาณ 88 บาทเมื่อเผื่อการสูญเสีย 10%
หากใช้สถานีสาธารณะราคา 7.50 บาทต่อหน่วย ต้นทุนภายใต้สมมติฐานเดียวกันจะอยู่ประมาณ 120–132 บาทต่อ 100 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับวิธีวัดพลังงานและการสูญเสีย
การชาร์จบ้านจึงมักประหยัดที่สุดสำหรับการใช้งานประจำวัน ส่วน DC สาธารณะเหมาะกับการเดินทางไกลหรือสถานการณ์ที่ต้องการเติมพลังงานรวดเร็ว
ผู้ซื้อไม่ควรพิจารณาเพียงค่าใช้จ่ายในการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง แต่ควรคำนวณต้นทุนต่อกิโลเมตรจากรูปแบบการขับจริง รวมทั้งค่า Wallbox ค่าติดตั้ง ค่าจอดสถานี ค่าเบี้ยประกัน ยาง และค่าเสื่อมราคาของรถด้วย
สำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้า BYD สามารถติดต่อ BYD BD Auto Group เพื่อเปรียบเทียบขนาดแบตเตอรี่ ระยะทาง กำลังชาร์จ และประมาณค่าไฟตามระยะทางใช้งานของแต่ละคนก่อนตัดสินใจซื้อ
ติดต่อเรา | จองซื้อ & ทดลองขับ
อยากเป็นเจ้าของหรือสนใจทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้า BYD ติดต่อ BYD BD Auto Group ได้ทุกสาขาพร้อมทีมงานให้คำปรึกษาแบบครบวงจร
- ที่อยู่: 607 ถ.เพชรเกษม ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110 (สาขาหาดใหญ่)
- Facebook: BYD BD Auto Group ตัวแทนจำหน่ายบีวายดีรายใหญ่สุดในภาคใต้
- LINE: @bydbdsongkhla
- เบอร์โทร: 074 805 656 (สาขาหาดใหญ่)
- สาขา: ดูสาขาทั้งหมด
- เว็บไซต์: www.bydbdautogroup.com
- แผนที่: BYD BD Auto Songkhla (สาขาหาดใหญ่)


