เจาะลึกนวัตกรรมเทคโนโลยี DM-i ของ BYD SEALION6

/
/
เจาะลึกนวัตกรรมเทคโนโลยี DM-i ของ BYD SEALION6
เทคโนโลยี DM-i (Dual Mode intelligent) ภาพปก

ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังคึกคักอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด BYD เตรียมส่ง BYD Sealion6 DM-i รถ SUV ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี DM-i Super Hybrid ที่ล้ำสมัยและเหนือกว่ารถปลั๊กอินไฮบริดที่เราคุ้นเคยกัน BYD มุ่งมั่นที่จะทำให้รถของตนมีความโดดเด่นกว่า, ฉลาดกว่า และประหยัดกว่าใครในท้องตลาด

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึง BYD Sealion6 DM-i ว่ามีดีอย่างไร? ทำไมจึงเป็นรถ SUV ที่น่าจับตามอง? และเทคโนโลยี DM-i จะเข้ามาสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับวงการรถยนต์ไทยได้หรือไม่? ร่วมหาคำตอบได้ในบทความนี้

เทคโนโลยี DM-i คืออะไร?

เทคโนโลยี DM-i หรือ Dual Mode Intelligent ของ BYD คือระบบ PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) ที่พัฒนาต่อยอดมาจากระบบ HEV (Hybrid Electric Vehicle) โดยมีความสามารถพิเศษที่สามารถชาร์จไฟฟ้าจากภายนอกได้ ทำให้รถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้าได้มากขึ้นและประหยัดน้ำมันมากขึ้น

เทคโนโลยี DM-i (Dual Mode intelligent) ของ BYD SEALION6 คืออะไร?

DM-i ของ BYD แตกต่างจาก PHEV ทั่วไปอย่างไร?

BYD ถือเป็นผู้บุกเบิกรถยนต์ PHEV ในระดับอุตสาหกรรมตั้งแต่ปี 2008 ด้วยรุ่น BYD F3 DM และล่าสุดกับ BYD Sealion6 DM-i ซึ่งเป็นเวอร์ชัน DM 4.0 ที่ล้ำสมัยที่สุดในตอนนี้

เทคโนโลยี DM-i เน้นการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสานมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูงกับแบตเตอรี่ความจุสูง ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานหลัก ส่วนเครื่องยนต์จะทำหน้าที่เสริมพลังงานเมื่อต้องการกำลังเพิ่ม ช่วยให้การขับเคลื่อนมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งลดการปล่อยมลพิษและประหยัดน้ำมันได้อย่างโดดเด่น

VCU หัวใจสำคัญของ DM-i

VCU (Vehicle Control Unit) คือหน่วยควบคุมหลักของระบบรถยนต์ที่ทำหน้าที่ในการจัดการและประสานงานการทำงานของส่วนประกอบต่างๆ ภายในรถยนต์ โดยเฉพาะในรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีไฟฟ้าหรือไฮบริด VCU จะมีตัวประมวลผลที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานร่วมกันระหว่างสามส่วนหลัก ได้แก่ มอเตอร์ไฟฟ้า, เครื่องยนต์, และแบตเตอรี่ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างลงตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุด

เทคโนโลยี DM-i (Dual Mode intelligent) ของ BYD SEALION6 คืออะไร?

คุณสมบัติสำคัญของ VCU คือการจัดการการกระจายพลังงานและการควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ เพื่อให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในระบบ DM (Dual Mode) ที่มีการเพิ่ม “i” (intelligent) เพื่อเน้นการควบคุมที่ชาญฉลาด ระบบพลังงานและชุดควบคุมทั้งหมดได้รับการวิจัยและพัฒนาโดย BYD 100% เพื่อให้มั่นใจในความสามารถและประสิทธิภาพของระบบการควบคุมที่ล้ำสมัยและตอบโจทย์การขับขี่อย่างเต็มที่

การทำงานของมอเตอร์และเครื่องยนต์ของ BYD Sealion6 DM-i

ส่วนของมอเตอร์

เทคโนโลยี DM-i (Dual Mode intelligent) ของ BYD SEALION6 คืออะไร?

BYD Sealion6 DM-i ใช้ชุดมอเตอร์ควบคุมคู่และมอเตอร์คู่ที่มีระบบขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูง โดยมีกำลังสูงสุดที่ 145 kW และแรงบิดสูงถึง 300 Nm

รายละเอียดของมอเตอร์

  1.  การจัดการและขนาดของมอเตอร์
    • ขนาดและน้ำหนักของมอเตอร์ลดลง 30% เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า แต่ยังคงมีประสิทธิภาพในการทำงานเท่าเดิม
  2. ประสิทธิภาพการทำงาน
    • ใช้เทคโนโลยีการปรับกระแสไฟฟ้าแบบอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของมอเตอร์
    • มอเตอร์มีความเร็วสูงพิเศษที่ 16,000 rpm
  3. เทคโนโลยีการพันมอเตอร์
    • สามารถกระจายความร้อนได้ดี โดยมีประสิทธิภาพสูงสุดถึง 97.5%
  4.  การระบายความร้อน
    • ใช้เทคโนโลยีการระบายความร้อนด้วยน้ำมัน ซึ่งปรับปรุงการระบายความร้อนโดยตรงดีขึ้น 15% 
  5. แรงบิด
    • แรงบิดสูงถึง 300 Nm

มอเตอร์ของ BYD Sealion6 DM-i จึงมีประสิทธิภาพที่โดดเด่นทั้งในด้านการควบคุมและการระบายความร้อน ทำให้รถยนต์มีสมรรถนะที่สูงและตอบสนองได้ดีในทุกสถานการณ์การขับขี่

ส่วนของเครื่องยนต์

BYD Sealion6 DM-i ใช้เครื่องยนต์ Xiaoyun เบนซิน 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC ซึ่งได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) โดยมีกำลังสูงสุด 72 kW และ แรงบิด 122 Nm

รายละเอียดของเครื่องยนต์

  1. เป็นเครื่องยนต์ที่มีอัตราส่วนกำลังอัด 15.5:1 กำลังอัดสูงให้พลังงานมาก
  2. เครื่องยนต์ใช้เทคโนโลยี Atkinson Cycle ซึ่งมีประสิทธิภาพเชิงความร้อนถึง 43.04% ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน
  3. ระบบ EGR (Exhaust Gas Recirculation) คือ ระบบนี้นำไอเสียที่ผ่านการเผาไหม้แล้วกลับมาใช้ใหม่เพื่อลดการปล่อยมลพิษ
  4. ระบบระบายความร้อนใช้ระบบระบายความร้อนแบบแยกส่วนระหว่างเสื้อสูบและฝาสูบ ด้วยปั๊มน้ำไฟฟ้า ทำให้สามารถระบายความร้อนได้อย่างเสถียรและรวดเร็ว
  5. การออกแบบของลูกสูบและกระบอกสูบออกแบบให้มีแรงทานต่ำพิเศษ เพื่อลดการสึกหรอ
  6. ใช้เกียร์ไฟฟ้าอัตราทดเดียว ซึ่งส่งกำลังได้เต็มประสิทธิภาพ เงียบ ไร้รอยต่อ และเสมือนการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า

เมื่อรวมพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ Xiaoyun จะได้พลังงานรวมสูงสุดที่ 160 kW และแรงบิดสูงถึง 300 Nm ซึ่งเป็นการผสมผสานที่มีประสิทธิภาพสูงในการขับขี่

ระบบการขับเคลื่อน

เทคโนโลยี DM-i ของ BYD สามารถปรับระบบขับเคลื่อนได้สองรูปแบบหลัก คือ EV Mode (Electric Vehicle) และ HEV Mode (Hybrid Electric Vehicle)

1. EV Mode (Electric Vehicle) : ทำงานเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว

  • โหมดไฟฟ้า หรือ EV เป็นการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจาก BYD Blade Battery 100% ยกตัวอย่างเช่นโหมดนี้จะทำงานในช่วงของการสตาร์ทรถที่บ้าน การออกตัวขับรถออกจาก บ้าน และ การขับขี่ไปทำงาน 
เทคโนโลยี DM-i (Dual Mode intelligent) ของ BYD SEALION6 คืออะไร?

2. HEV Mode (Hybrid Electric Vehicle) : ทำงานเหมือนกับรถ Full Hybrid โดยสามารถใช้พลังงานทั้งจากแบตเตอรี่และน้ำมันเชื้อเพลิง และสามารถแยกย่อยได้อีก 2 แบบ คือ Series และ Parallel 

  • โหมดอนุกรม หรือ Series **ขึ้นอยู่กับความต้องการของพลังงาน  ในโหมดนี้ยังคงขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แต่จะเป็นการใช้พลังงานจากเครื่องยนต์แทนที่ BYD Blade Battery และจะส่งกระแสไฟบางส่วนกลับไปเก็บไว้ที่ BYD Blade Battery เช่นกัน ยกตัวอย่างการทำงานเช่น ขับรถบนทางด่วน หรือ ทางตรงระยะยาว
เทคโนโลยี DM-i (Dual Mode intelligent) ของ BYD SEALION6 คืออะไร?
  • โหมดขนาน หรือ Parallel เป็นโหมดการขับเคลื่อนที่ใช้เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าส่งกำลังไปยังล้อพร้อมกัน เพื่อให้ได้พละกำลังในการเร่งแซง และขึ้นทางลาดชันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
เทคโนโลยี DM-i (Dual Mode intelligent) ของ BYD SEALION6 คืออะไร?
เทคโนโลยี DM-i (Dual Mode intelligent) ของ BYD SEALION6 คืออะไร?

ข้อดีของระบบ DM-i Super Hybrid 

  1. การเร่งความเร็ว : BYD Sealion6 DM-i มีสมรรถนะที่โดดเด่นด้วยการทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.3 วินาที การประสานการทำงานของมอเตอร์และเครื่องยนต์ทำให้รถมีกำลังรวมสูงถึง 160 kW และแรงบิด 300 Nm มั่นใจได้ทุกครั้งเมื่อเร่งแซง
  2. ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ : ใช้เครื่องยนต์ Xiaoyun ที่มีประสิทธิภาพเชิงความร้อนสูงถึง 43.04% ซึ่งช่วยลดการสูญเสียพลังงานและเพิ่มความประหยัดพลังงาน การทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าทำให้ลดค่าเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า : รถใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลักในการขับเคลื่อน ไม่มีอัตราทดเกียร์ ทำให้มีการสั่นสะเทือนน้อยและรถมีความเงียบเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบสงบ
  4. การสลับโหมดการขับเคลื่อน : การสลับระหว่างโหมด EV (Electric Vehicle) และ HEV (Hybrid Electric Vehicle) เป็นไปอย่างนุ่มนวลและไร้รอยต่อ ช่วยให้การขับขี่มีความยืดหยุ่นตามสภาพการขับขี่
  5. การออกแบบเพื่อความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม : รถถูกออกแบบให้ใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก และเครื่องยนต์มีระบบ EGR (Exhaust Gas Recirculation) ที่นำไอเสียกลับมาเผาไหม้ใหม่ เพื่อลดการปล่อยไอเสียและผ่านมาตรฐานสากล
  6. เทคโนโลยีแบตเตอรี่ BYD Blade : ใช้แบตเตอรี่ BYD Blade ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ DM-i Super Hybrid ซึ่งรองรับการชาร์จและใช้งานได้อย่างรวดเร็ว และทนทานต่อการทดสอบเช่น การเจาะแบตเตอรี่ โดยไม่เกิดการระเบิดหรือการติดไฟ
  7. ระยะทางขับขี่ : รองรับการขับขี่ได้ไกลกว่า 900 กม. ซึ่งเพิ่มความสะดวกในการเดินทางระยะไกล

สรุป

BYD SEALION6 DM-i มาพร้อมเทคโนโลยี DM-i Super Hybrid ซึ่งผสานพลังอย่างลงตัวระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้อย่างยอดเยี่ยม โดยระบบจะเน้นใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลักอย่างชาญฉลาด ทั้งยังมอบสมรรถนะที่ทรงพลัง สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 8.3 วินาที ซึ่งถือว่าเร็วที่สุดในกลุ่มรถยนต์ขนาดใหญ่ (D-segment) พร้อมการขับขี่ที่นุ่มนวลและเงียบสงบเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า

นอกจากนี้ BYD SEALION6 DM-i ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยระบบ EGR ที่นำไอเสียกลับมาหมุนเวียนใหม่เพื่อลดการปล่อยไอเสียและผ่านมาตรฐานไอเสียระดับสากลอย่างเข้มงวด ทำให้รถรุ่นนี้ตอบโจทย์ทั้งความแรง ความประหยัด และความยั่งยืนในทุกการเดินทาง

สามารถรับชมวิธีการทำงานของ DM-i แบบเข้าใจง่ายได้ที่ : DM-i Super Hybrid

แหล่งอ้างอิง

ติดต่อเรา | จองซื้อ & ทดลองขับ

อยากเป็นเจ้าของหรือสนใจทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้า BYD ติดต่อ BYD BD Auto Group ได้ทุกสาขาพร้อมทีมงานให้คำปรึกษาแบบครบวงจร

ป้ายกำกับ

รางวัลใหญ่จากเวที BYD Asia Pacific 2025
BYD BD Auto Group

ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD

หมวดหมู่

บทความที่เกี่ยวข้อง

<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ส่วนประกอบและระบบสำคัญของรถยนต์ รู้จักระบบขับเคลื่...
รถยนต์หนึ่งคันไม่ได้ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่เกิดจากการทำ...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ประเภทรถยนต์ไฟฟ้าและรถไฮบริด ต่างกันอย่างไร? รู้จั...
ปัจจุบันตลาดรถยนต์มีทางเลือกมากกว่ารถน้ำมันแบบเดิม เพราะนอกจากรถยนต์ไฟฟ้า 100% แ...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าคืออะไร? รู้จักการทำงาน อายุกา...
แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นหัวใจสำคัญของรถ EV เพราะทำหน้าที่เก็บพลังงานไฟฟ้าและจ่าย...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
คู่มือยางรถยนต์และยางรถยนต์ไฟฟ้า วิธีดูแล เช็กลม ส...
ยางรถยนต์เป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญที่สุดของรถ เพราะเป็นจุดเดียวที่สัมผัสกับพื้นถน...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
คู่มือการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เข้าใจ AC, DC, หัวชาร์จ ...
รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลั...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ส่วนประกอบรถยนต์ทั่วไป เทียบกับรถยนต์ไฟฟ้า ต่างกัน...
รถยนต์ทั่วไปและรถยนต์ไฟฟ้ามีเป้าหมายเดียวกัน คือพาผู้ขับขี่และผู้โดยสารเดินทางจา...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
คู่มือดูแลยางรถยนต์ไฟฟ้า เช็กลมยาง สลับยาง หน้ายาง...
ยางรถยนต์เป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญที่สุดของรถยนต์ไฟฟ้า เพราะเป็นจุดเดียวที่สัมผัส...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ขับรถ EV หน้าฝนอย่างไรให้ปลอดภัย พร้อมวิธีดูแลรถแล...
ช่วงหน้าฝนเป็นช่วงที่ผู้ใช้รถควรให้ความสำคัญกับการขับขี่มากเป็นพิเศษ เพราะถนนลื่...