ระบบและส่วนประกอบรถยนต์มีอะไรบ้าง? เข้าใจการทำงานของรถน้ำมัน Hybrid และ EV

/
/
ระบบและส่วนประกอบรถยนต์มีอะไรบ้าง? เข้าใจการทำงานของรถน้ำมัน Hybrid และ EV
BYD SEALION 7 exterior-img-02 (Horizontal)

รถยนต์หนึ่งคันประกอบด้วยระบบจำนวนมากที่ต้องทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ระบบสร้างกำลัง ระบบส่งกำลัง ระบบบังคับเลี้ยว ช่วงล่าง เบรก ระบบไฟฟ้า ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงระบบความปลอดภัยและอุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร

แม้รถน้ำมัน รถ Hybrid รถ Plug-in Hybrid และรถยนต์ไฟฟ้าจะมีระบบพื้นฐานบางส่วนเหมือนกัน แต่ส่วนประกอบของระบบขับเคลื่อนและวิธีสร้างกำลังแตกต่างกันอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น รถน้ำมันมีเครื่องยนต์ ระบบเชื้อเพลิง และระบบไอเสีย ส่วนรถยนต์ไฟฟ้า 100% ใช้แบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ อินเวอร์เตอร์ และระบบชาร์จแทน

บทความนี้จะอธิบายภาพรวมว่า ระบบและส่วนประกอบรถยนต์มีอะไรบ้าง แต่ละระบบทำหน้าที่อย่างไร แตกต่างกันอย่างไรระหว่างรถน้ำมัน Hybrid, PHEV และ EV รวมถึงสัญญาณผิดปกติที่ผู้ใช้รถไม่ควรมองข้าม

รายละเอียดและการจัดวางชิ้นส่วนอาจแตกต่างกันตามรุ่นรถ ระบบขับเคลื่อน และการออกแบบของผู้ผลิต ควรยึดคู่มือประจำรถและตารางบำรุงรักษาของรถรุ่นที่ใช้งานเป็นหลัก

หัวข้อ

ระบบหลักของรถยนต์มีอะไรบ้าง

ระบบรถยนต์สามารถแบ่งเป็นกลุ่มสำคัญเพื่อการเรียนรู้และบำรุงรักษาได้ดังนี้

  1. ระบบต้นกำลังและระบบขับเคลื่อน
  2. ระบบส่งกำลัง
  3. ระบบเบรก พวงมาลัย และช่วงล่าง
  4. ระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำ และอิเล็กทรอนิกส์
  5. ระบบความปลอดภัย ตัวถัง และห้องโดยสาร
  6. ระบบเฉพาะทาง (เช่น ระบบน้ำมัน/ไอเสีย สำหรับ ICE หรือ แบตเตอรี่แรงดันสูง สำหรับ EV)

ตารางเปรียบเทียบส่วนประกอบของรถแต่ละประเภท

ส่วนประกอบรถน้ำมัน ICEรถ Hybrid HEVรถ PHEVรถไฟฟ้า BEV
เครื่องยนต์สันดาป / ถังน้ำมัน / ไอเสียมีมีมีไม่มี
มอเตอร์ขับเคลื่อนไม่มีมีมีมี
แบตเตอรี่แรงดันสูง (HV Battery)ไม่มีมีมีมี
ช่องเสียบชาร์จ (Charging Port)ไม่มีไม่มีมีมี
ระบบ Regenerative Brakingไม่มีมีมีมี
แบตเตอรี่ 12 โวลต์มีมีมีมี
ระบบเบรก ช่วงล่าง และพวงมาลัยมีมีมีมี
น้ำมันเครื่อง / น้ำมันเชื้อเพลิงต้องใช้ต้องใช้ต้องใช้ไม่ใช้

รถ Hybrid ใช้เครื่องยนต์ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ขณะที่รถ PHEV มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่าและสามารถเสียบชาร์จจากภายนอกได้ ส่วนรถ BEV ไม่มีเครื่องยนต์สันดาปและใช้ระบบไฟฟ้าเป็นระบบต้นกำลังทั้งหมด

1. ระบบต้นกำลังและระบบขับเคลื่อน

ระบบต้นกำลังทำหน้าที่สร้างพลังงานเพื่อทำให้รถเคลื่อนที่ วิธีสร้างกำลังจะแตกต่างตามประเภทรถ

  • รถน้ำมัน: ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน เผาไหม้น้ำมันเพื่อสร้างแรงหมุน
  • รถ Hybrid: มีทั้งเครื่องยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่แรงดันสูง ระบบควบคุมจะสลับการทำงานอัตโนมัติ ไม่ต้องเสียบชาร์จ
  • รถ Plug-in Hybrid: โครงสร้างคล้าย Hybrid แต่แบตเตอรี่ใหญ่กว่า มีช่องเสียบชาร์จ วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลขึ้น
  • รถยนต์ไฟฟ้า 100%: ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นต้นกำลัง ไม่มีเครื่องยนต์ อาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่แรงดันสูงทั้งหมด

2. เครื่องยนต์สันดาปภายใน

เครื่องยนต์สันดาปมีหน้าที่เปลี่ยนพลังงานจากเชื้อเพลิงให้เป็นแรงหมุน พบในรถน้ำมัน รถ Hybrid และรถ PHEV สิ่งที่ผู้ใช้ต้องดูแลเป็นประจำคือ การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรอง ตรวจระดับน้ำหล่อเย็น ตรวจหัวเทียน และสังเกตการรั่วซึม

3. ระบบส่งกำลัง

ระบบส่งกำลังทำหน้าที่ถ่ายทอดกำลังจากเครื่องยนต์หรือมอเตอร์ไปยังล้อ ประกอบด้วย ชุดเกียร์, คลัตช์, ทอร์กคอนเวอร์เตอร์, และเพลาขับ รถน้ำมันมักใช้เกียร์หลายจังหวะ (AT, CVT, MT) เพื่อรีดรอบเครื่องยนต์ ในขณะที่ รถ EV ส่วนใหญ่ใช้ชุดเฟืองลดรอบแบบอัตราทดเดียว (Single-speed) เพราะมอเตอร์ให้แรงบิดสูงตั้งแต่รอบต้น

4. ระบบเฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้า (EV Components)

หากคุณใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) หรือรถกลุ่มปลั๊กอินไฮบริด ระบบต้นกำลังจะถูกแทนที่ (หรือเสริม) ด้วยอุปกรณ์ทางไฟฟ้าเฉพาะทาง ซึ่งประกอบไปด้วย:

  • แบตเตอรี่แรงดันสูง (HV Battery): ทำหน้าที่เก็บพลังงานหลัก มักมาพร้อมระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) เพื่อคุมแรงดันและอุณหภูมิ
  • มอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor): เปลี่ยนไฟฟ้าเป็นแรงหมุน
  • อินเวอร์เตอร์ (Inverter): แปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จากแบตเตอรี่เป็นกระแสสลับ (AC) เพื่อหมุนมอเตอร์
  • Onboard Charger (OBC): ตัวรับไฟชาร์จแบบ AC จากบ้านแล้วแปลงเป็นไฟ DC เก็บเข้าแบตเตอรี่
  • DC/DC Converter: แปลงไฟแรงดันสูงให้กลายเป็นไฟ 12V สำหรับหล่อเลี้ยงระบบไฟในห้องโดยสาร

เจาะลึกระบบรถ EV: หากต้องการทราบรายละเอียดว่าอุปกรณ์เหล่านี้ทำงานร่วมกันอย่างไร ตั้งแต่การเสียบชาร์จไปจนถึงล้อหมุน รวมถึงแพลตฟอร์มอย่าง e-Platform 3.0 สามารถอ่านเชิงลึกได้ที่บทความ: รถยนต์ไฟฟ้าทำงานอย่างไร? รู้จักระบบและส่วนประกอบสำคัญของรถ EV

5. ระบบระบายความร้อนและการจัดการอุณหภูมิ

ระบบจัดการอุณหภูมิมีความสำคัญทั้งในรถน้ำมันและรถไฟฟ้า แต่ทำหน้าที่กับอุปกรณ์ต่างกัน รถน้ำมันใช้หม้อน้ำระบายความร้อนเครื่องยนต์ ในขณะที่รถ EV ระบบหล่อเย็นจะต้องดูแลอุณหภูมิของ แบตเตอรี่ มอเตอร์ และอินเวอร์เตอร์ ไม่ให้ร้อนเกินไปขณะขับขี่หรือชาร์จเร็ว หากระบบระบายความร้อนบกพร่อง รถ EV จะเข้าสู่โหมดลดกำลัง (Turtle Mode) เพื่อป้องกันไฟไหม้

6. ระบบบังคับเลี้ยว

ทำหน้าที่เปลี่ยนทิศทางล้อตามการหมุนพวงมาลัย รถรุ่นใหม่จำนวนมากใช้ระบบ พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า (EPS) ซึ่งสามารถปรับระดับแรงช่วยตามความเร็วและทำงานร่วมกับระบบช่วยควบคุมช่องทาง (Lane Keep Assist) ได้

  • สัญญาณผิดปกติที่ควรเช็ก: พวงมาลัยหนักขึ้น, พวงมาลัยไม่คืนตัว, รถดึงไปด้านใดด้านหนึ่ง, หรือมีเสียงดังกุกกักขณะหมุนพวงมาลัย

7. ระบบช่วงล่าง

ช่วงล่างทำหน้าที่รองรับน้ำหนักรถ รักษาการสัมผัสระหว่างยางกับพื้นถนน ลดแรงสะเทือน ประกอบด้วย สปริง โช้กอัพ ปีกนก ลูกหมาก กันโคลง ดุมล้อ

รถ EV มักมีน้ำหนักตัวมากกว่ารถน้ำมันขนาดเดียวกันจากตัวแบตเตอรี่ ผู้ผลิตจึงต้องออกแบบช่วงล่างให้หนึบขึ้นเพื่อรับน้ำหนัก การตกหลุมแรงๆ อาจทำให้ช่วงล่างเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ

8. ระบบเบรก

ระบบเบรกมี ผ้าเบรก, จานเบรก, ปั๊มเบรก, และน้ำมันเบรก ในรถ Hybrid และ EV ระบบเบรกจะต้องทำงานร่วมกับ Regenerative Braking (ระบบหน่วงมอเตอร์เพื่อปั่นไฟกลับเข้าแบตเตอรี่) ทำให้ผ้าเบรกของรถ EV มักจะสึกช้ากว่ารถน้ำมันมาก แต่ผู้ใช้ยังคงต้องเปลี่ยนน้ำมันเบรกตามระยะเพื่อป้องกันความชื้นในระบบ

9. ระบบล้อและยาง

ยางเป็นชิ้นส่วนเดียวที่สัมผัสพื้นถนนโดยตรง สำหรับรถ EV ที่มีแรงบิดสูงตั้งแต่ออกตัว ยางจะรับภาระการตะกุยที่หนักหน่วง ผู้ใช้ควรสลับยางทุกๆ 10,000 กม. และเติมลมยางให้แข็งกว่ารถน้ำมันเล็กน้อย (ตามสเปกข้างประตู) เพื่อให้รถประหยัดไฟและป้องกันยางกินขอบ

10. ระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำ (12V)

รถทุกประเภทมีระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำสำหรับหล่อเลี้ยงอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น หน้าจอ, ไฟส่องสว่าง, เซนเซอร์, ปัดน้ำฝน, และวิทยุ โดยอาศัยไฟจากแบตเตอรี่ 12 โวลต์ (แบตลูกเล็ก)

ข้อควรรู้สำหรับรถ EV: แม้แบตเตอรี่ขับเคลื่อน (ก้อนใหญ่) จะมีไฟเต็ม 100% แต่ถ้าแบต 12V เสื่อมหรือไฟหมด คุณจะไม่สามารถปลดล็อกรถหรือกดปุ่มสตาร์ท (เข้าโหมด READY) ได้เลย

11. ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์

รถยนต์สมัยใหม่คือ “คอมพิวเตอร์ติดล้อ” มีกล่อง ECU (Electronic Control Unit) หลายสิบใบสั่งงานแยกกัน เช่น กล่องคุมเครื่องยนต์, กล่องคุมแบตเตอรี่, กล่องถุงลม, กล่องแอร์ ทั้งหมดสื่อสารกันผ่านเครือข่ายสายไฟในรถ หากมีไฟเตือนสีเหลืองหรือสีแดงขึ้นบนหน้าต่าง ไม่ควรถอดขั้วแบตเตอรี่เพื่อลบโค้ดเอง ควรนำรถเข้าศูนย์เพื่อใช้คอมพิวเตอร์เสียบเช็ก (OBD) หาจุดที่แท้จริง

12. ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (ADAS)

ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (Advanced Driver Assistance Systems) ทำหน้าที่ป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ เช่น ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB), ระบบเตือนออกนอกเลน (LDW), ระบบควบคุมความเร็วแปรผัน (ACC), และระบบเตือนมุมอับสายตา (BSD) กล้องและเรดาร์เหล่านี้มักฝังอยู่ตรงกระจกมองหลังและกันชนหน้า จึงต้องระวังไม่ให้มีคราบสกปรกบังเลนส์

13. ระบบความปลอดภัยเชิงรับ

ทำหน้าที่ลดความรุนแรงเมื่อเกิดการชนไปแล้ว ได้แก่ โครงสร้างตัวถังโซนยุบตัว, ห้องโดยสารนิรภัย, เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ, ถุงลมนิรภัยรอบคัน, และระบบตัดไฟ/เชื้อเพลิงฉุกเฉิน

14. ระบบปรับอากาศ

รถน้ำมันใช้สายพานพ่วงกับเครื่องยนต์เพื่อหมุนคอมเพรสเซอร์แอร์ แต่รถ EV ใช้ คอมเพรสเซอร์ไฟฟ้า ล้วนๆ ทำให้สามารถเปิดแอร์นอนในรถได้อย่างเงียบสนิทและปลอดภัย (ไม่มีก๊าซไอเสีย) อย่างไรก็ตาม ระบบแอร์ใน EV บางรุ่นถูกผูกติดกับระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่ (Heat Pump) การเติมน้ำยาแอร์ผิดประเภทอาจทำให้ระบบรถพังได้

15. ระบบตัวถังและโครงสร้าง

ตัวถังมีหน้าที่รองรับผู้โดยสารและทนทานต่อแรงบิดตัว สำหรับรถไฟฟ้ายุคใหม่ มักใช้เทคโนโลยี CTB (Cell-to-Body) หรือ CTP (Cell-to-Pack) คือการเอาแผงแบตเตอรี่มาทำเป็นโครงสร้างพื้นรถเลย ช่วยให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำและแข็งแรงขึ้น แต่หากเกิดอุบัติเหตุรุนแรงถึงขั้นพื้นรถบิดเบี้ยว การซ่อมจะซับซ้อนกว่ารถทั่วไป

16. ระบบเชื้อเพลิงและไอเสีย

พบได้เฉพาะในรถ ICE, HEV และ PHEV ประกอบด้วยถังน้ำมัน ปั๊มเชื้อเพลิง หัวฉีด ท่อไอเสีย และระบบกรองมลพิษ (Catalytic Converter) หากรถมีกลิ่นน้ำมันเหม็นหึ่ง หรือมีควันขาว/ดำออกท่อไอเสีย ควรนำรถเข้าเช็กทันที

ส่วนประกอบใดเป็นอะไหล่สิ้นเปลือง

อะไหล่สิ้นเปลืองคือชิ้นส่วนที่เสื่อมสภาพตามเวลาและระยะทาง ต้องเปลี่ยนตามกำหนด:

  • รถทุกประเภท: ยาง, ใบปัดน้ำฝน, กรองแอร์ห้องโดยสาร, ผ้าเบรก, จานเบรก, น้ำมันเบรก, แบตเตอรี่ 12V, ชิ้นส่วนยางช่วงล่าง
  • รถน้ำมัน / Hybrid: น้ำมันเครื่อง, กรองน้ำมันเครื่อง, กรองอากาศเครื่องยนต์, หัวเทียน, สายพาน, น้ำมันเกียร์
  • รถ EV: น้ำยาหล่อเย็นแบตเตอรี่, น้ำมันเกียร์ (ชุดเฟืองมอเตอร์ – เปลี่ยนน้อยครั้งมาก)

ชิ้นส่วนใดไม่ควรซ่อมด้วยตนเอง

ผู้ใช้รถไม่ควรถอด แงะ หรือดัดแปลงชิ้นส่วนเหล่านี้เด็ดขาด: แบตเตอรี่แรงดันสูง, มอเตอร์, อินเวอร์เตอร์, สายไฟสีส้ม, กล่อง Airbag, และเซนเซอร์กล้องหน้า เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต และทำให้หลุดการรับประกัน (Warranty) จากศูนย์ทันที

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบและส่วนประกอบรถยนต์

รถยนต์มีระบบหลักกี่ระบบ

สามารถแบ่งกลุ่มหลักได้ประมาณระบบขับเคลื่อน ระบบส่งกำลัง เชื้อเพลิง ไฟฟ้า เบรก ช่วงล่าง บังคับเลี้ยว ความปลอดภัย ปรับอากาศ ตัวถัง และระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์

รถ EV มีเครื่องยนต์หรือไม่

รถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือ BEV ไม่มีเครื่องยนต์สันดาป ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่แรงดันสูงในการขับเคลื่อน แต่รถ Hybrid และ PHEV ยังมีเครื่องยนต์อยู่

รถ EV มีเกียร์หรือไม่

รถ EV มีชุดส่งกำลัง แต่หลายรุ่นใช้ชุดเฟืองลดรอบแบบอัตราทดเดียว จึงไม่มีการเปลี่ยนเกียร์หลายจังหวะแบบรถน้ำมันทั่วไป

รถ EV มีผ้าเบรกหรือไม่

มี รถ EV ยังคงมีระบบเบรกแบบเสียดทานเหมือนรถทั่วไป แต่ผ้าเบรกจะสึกช้ามากเพราะได้แรงหน่วงจากมอเตอร์ไฟฟ้า (Regen) มาช่วยเบรกเป็นส่วนใหญ่

ถ้าแบตเตอรี่ 12 โวลต์หมด รถ EV ยังขับได้ไหม

ไม่ได้ รถอาจไม่สามารถเปิดระบบหรือเข้าโหมดพร้อมขับได้ แม้แบตเตอรี่ก้อนใหญ่จะมีไฟ 100% ก็ตาม

ไฟเตือนรถหายเองแปลว่ารถปกติหรือไม่

ไม่เสมอไป ระบบอาจบันทึกรหัส Error Code ไว้ในประวัติ แม้ไฟเตือนจะดับลง ควรนำรถเข้าศูนย์เพื่อเช็กหาสาเหตุที่แท้จริง

สรุป

รถยนต์ทุกประเภทมีระบบพื้นฐานร่วมกัน เช่น เบรก ช่วงล่าง บังคับเลี้ยว ล้อ ยาง ตัวถัง และระบบความปลอดภัย แต่ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ระบบต้นกำลัง รถน้ำมันใช้เครื่องยนต์ ส่วนรถ EV ใช้ระบบมอเตอร์และแบตเตอรี่ การเข้าใจหน้าที่ของแต่ละระบบช่วยให้ผู้ใช้เลือกซื้อ ดูแล และสังเกตความผิดปกติของรถได้ดีขึ้น

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและรถ Super Hybrid BYD มีการใช้ระบบขับเคลื่อนและเทคโนโลยีแบตเตอรี่เฉพาะทาง หากต้องการรับคำปรึกษา ทดลองขับ หรือดูแลรักษารถ สามารถติดต่อ BYD BD Auto Group ได้ทุกสาขาในภาคใต้ครับ

แหล่งอ้างอิง

ติดต่อเรา | จองซื้อ & ทดลองขับ

อยากเป็นเจ้าของหรือสนใจทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้า BYD ติดต่อ BYD BD Auto Group ได้ทุกสาขาพร้อมทีมงานให้คำปรึกษาแบบครบวงจร

ป้ายกำกับ

รางวัลใหญ่จากเวที BYD Asia Pacific 2025
BYD BD Auto Group

ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD

หมวดหมู่

บทความที่เกี่ยวข้อง

<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
เปรียบเทียบรถ BYD ทุกรุ่นในไทย รุ่นไหนเหมาะกับคุณ?...
รถยนต์ BYD ในประเทศไทยมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่รถย...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ระบบและส่วนประกอบรถยนต์มีอะไรบ้าง? เข้าใจการทำงานข...
รถยนต์หนึ่งคันประกอบด้วยระบบจำนวนมากที่ต้องทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ระบบสร้างกำลัง ระ...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ประเภทรถ EV และ Hybrid มีอะไรบ้าง? เปรียบเทียบ ICE...
ปัจจุบันผู้ซื้อรถไม่ได้มีตัวเลือกเฉพาะรถน้ำมันเบนซินหรือดีเซลเท่านั้น แต่ยังมีรถ...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าคืออะไร? รู้จักแบตเตอรี่แรงดัน...
แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นหัวใจสำคัญของรถ EV เพราะทำหน้าที่กักเก็บพลังงานและจ่ายกร...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ยางรถยนต์ไฟฟ้าแตกต่างอย่างไร? คู่มือเลือกและดูแลยา...
ยางรถยนต์เป็นจุดสัมผัสเพียงส่วนเดียวระหว่างรถกับพื้นถนน จึงมีผลโดยตรงต่อการยึดเก...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
วิธีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า คู่มือชาร์จ EV ที่บ้านและสถาน...
หนึ่งในคำถามสำคัญของผู้ที่กำลังสนใจรถยนต์ไฟฟ้าคือ “รถ EV ชาร์จอย่างไร?” “ต้องติด...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ขับรถ EV หน้าฝนอย่างไรให้ปลอดภัย พร้อมวิธีดูแลรถแล...
ช่วงหน้าฝนเป็นช่วงที่ผู้ใช้รถควรให้ความสำคัญกับการขับขี่มากเป็นพิเศษ เพราะถนนลื่...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>
ค่าเสื่อมราคารถ EV คืออะไร? เข้าใจราคาขายต่อรถยนต์...
รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศไทย เพราะมีจุดเด่นเรื่องค่าใช้จ...