BYD God’s Eye และ DeepSeek คืออะไร? ตรวจสอบสถานะใช้งานในไทยและรุ่นที่รองรับ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การแข่งขันของอุตสาหกรรมรถยนต์จีนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องระยะทางวิ่ง แบตเตอรี่ หรือความเร็วในการชาร์จอีกต่อไป แต่ขยายไปถึงระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ การประมวลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ และระบบปฏิบัติการภายในรถ
หนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ God’s Eye หรือชื่อภาษาจีน “天神之眼” ซึ่งเป็นชุดระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะของ BYD แบ่งออกเป็นหลายระดับ ตั้งแต่ระบบที่ใช้กล้องและเรดาร์ ไปจนถึงระบบระดับสูงที่มีเซ็นเซอร์ LiDAR หลายตัว
ในเวลาใกล้เคียงกัน BYD ยังประกาศแผนนำโมเดล AI ของ DeepSeek มาผสานกับระบบอัจฉริยะภายในรถ จึงเกิดการนำเสนอในสื่อบางแห่งว่า God’s Eye เป็นระบบที่ “BYD ร่วมพัฒนากับ DeepSeek”
คำอธิบายดังกล่าวยังไม่แม่นยำนัก เพราะหลักฐานจากประกาศของ BYD ระบุว่า God’s Eye หรือ DiPilot เป็นระบบช่วยขับขี่ที่ BYD พัฒนาขึ้นเอง ขณะที่ DeepSeek เป็นเทคโนโลยี AI ที่มีแผนนำมาเชื่อมต่อกับระบบรถ โดยอาจช่วยยกระดับคำสั่งเสียง ระบบห้องโดยสาร การทำความเข้าใจคำสั่งที่ซับซ้อน และงานประมวลผล AI บางประเภท ไม่ควรสรุปว่า DeepSeek เป็นผู้สร้างระบบขับขี่ God’s Eye ทั้งหมด
สิ่งสำคัญสำหรับผู้บริโภคชาวไทยคือ รถ BYD ที่ขายในประเทศจีนกับรถที่จำหน่ายในประเทศไทยอาจใช้ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ แผนที่ และฟังก์ชันไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรเข้าใจว่ารถ BYD ในไทยทุกรุ่นมี God’s Eye หรือจะได้รับฟังก์ชันเดียวกับรถสเปกจีนผ่านการอัปเดตในอนาคตโดยอัตโนมัติ
หัวข้อ
BYD God’s Eye คืออะไร
God’s Eye เป็นชื่อทางการตลาดของชุดเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะที่ BYD เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025
ในเอกสารภาษาอังกฤษ BYD เรียกระบบนี้ว่า DiPilot Advanced Intelligent Driving Assistance System และแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่
| ชื่อทางการตลาด | ชื่อระบบ | ฮาร์ดแวร์หลัก | กลุ่มรถเป้าหมาย |
|---|---|---|---|
| God’s Eye C | DiPilot 100 | กล้องหน้าสามตัว กล้องรอบรถ และเรดาร์ ไม่มี LiDAR | รถแบรนด์ BYD กลุ่มตลาดทั่วไป |
| God’s Eye B | DiPilot 300 | กล้อง เรดาร์ และ LiDAR 1 ตัว | รถ BYD บางรุ่นและ DENZA |
| God’s Eye A | DiPilot 600 | LiDAR 3 ตัว พร้อมชุดเซ็นเซอร์ระดับสูง | รถหรูแบรนด์ YANGWANG |
BYD ระบุอย่างเป็นทางการว่า DiPilot 600 ใช้ LiDAR สามตัวและเน้นติดตั้งในรถ YANGWANG ส่วน DiPilot 300 ใช้ LiDAR หนึ่งตัวและเน้นรถ DENZA รวมถึง BYD บางรุ่น ขณะที่ DiPilot 100 ใช้ระบบกล้องหน้าสามตัวและถูกพัฒนาสำหรับรถ BYD ในตลาดวงกว้าง
God’s Eye เป็นระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบหรือไม่
ไม่ใช่
แม้คำว่า God’s Eye และข้อความทางการตลาดอาจทำให้ระบบดูเหมือนสามารถขับรถได้ด้วยตนเอง แต่ความสามารถที่เปิดให้ใช้งานบนถนนสาธารณะยังจัดอยู่ในกลุ่ม ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง หรือ ADAS
ระบบสามารถช่วยควบคุมพวงมาลัย ความเร็ว ระยะห่าง การเปลี่ยนช่องทาง หรือการจอดรถในบางสถานการณ์ แต่ผู้ขับขี่ยังคงมีหน้าที่เฝ้าระวังถนนและพร้อมเข้าควบคุมรถตลอดเวลา
แหล่งวิเคราะห์อิสระจัดระบบ God’s Eye ที่เปิดตัวในจีนอยู่ในกลุ่มที่มักเรียกว่า Level 2+ ซึ่งไม่ใช่ระดับมาตรฐานอย่างเป็นทางการของ SAE และไม่ใช่รถขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ 4 หรือระดับ 5 ความรับผิดชอบยังอยู่กับผู้ขับขี่
ดังนั้น ไม่ควรใช้ข้อความว่า
- “รองรับการขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ”
- “รถขับเองได้โดยไม่ต้องดูถนน”
- “ผู้ขับสามารถปล่อยให้รถตัดสินใจได้ทั้งหมด”
- “ปลอดภัยเทียบเท่าคนขับทุกสถานการณ์”
คำอธิบายที่ถูกต้องกว่าคือ ระบบช่วยขับขี่ขั้นสูงที่ผู้ขับต้องควบคุมและตรวจสอบตลอดเวลา
God’s Eye C หรือ DiPilot 100
God’s Eye C เป็นระบบที่ BYD วางตำแหน่งให้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มกว้างที่สุด โดยไม่ใช้ LiDAR แต่พึ่งพากล้องและเรดาร์หลายตำแหน่งร่วมกับอัลกอริทึมควบคุม
BYD ระบุชุดฮาร์ดแวร์ของ DiPilot 100 ด้วยคำว่า 5R12V ซึ่งหมายถึงเรดาร์ 5 ตัวและกล้อง 12 ตัว โดยมีกล้องมองไปด้านหน้าสามตัวเป็นองค์ประกอบสำคัญ
ระบบถูกออกแบบให้รองรับฟังก์ชัน เช่น
- ช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทาง
- ปรับความเร็วตามรถด้านหน้า
- ช่วยเปลี่ยนช่องทางในเงื่อนไขที่รองรับ
- ช่วยเข้าและออกทางลาดของทางด่วน
- หลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางบางประเภท
- ช่วยจอดรถอัตโนมัติ
- จดจำเส้นทางที่ใช้งานเป็นประจำในบางเวอร์ชัน
BYD ระบุว่าฟังก์ชัน HNOA สำหรับทางหลวงและถนนด่วนสามารถดำเนินการตามเส้นทางนำทาง เช่น เข้าและออกทางลาด รักษาช่องทาง เปลี่ยนช่องทาง และหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางบางประเภทได้ในสภาพแวดล้อมที่ระบบรองรับ
อย่างไรก็ตาม ความสามารถเหล่านี้เป็นข้อมูลของระบบในตลาดจีน ไม่สามารถนำมาใช้ยืนยันกับรถสเปกไทยได้โดยตรง
ข้อควรแก้จากข้อมูลเดิม
ข้อความที่ระบุว่า God’s Eye C “จอดแม่นยำถึง 2 เซนติเมตร” ควรหลีกเลี่ยงหากไม่มีเอกสารของรุ่นและเวอร์ชันซอฟต์แวร์ที่ยืนยันอย่างชัดเจน
ความแม่นยำของระบบจอดจริงยังขึ้นอยู่กับ
- ขนาดและรูปแบบช่องจอด
- คุณภาพของเส้นจอด
- แสงสว่าง
- ฝนและสภาพอากาศ
- สิ่งกีดขวางขนาดเล็ก
- ความสะอาดของกล้องและเซ็นเซอร์
- เวอร์ชันซอฟต์แวร์
- ข้อกำหนดของแต่ละประเทศ
God’s Eye B หรือ DiPilot 300
God’s Eye B เพิ่มเซ็นเซอร์ LiDAR 1 ตัว เข้ามาทำงานร่วมกับกล้องและเรดาร์ ช่วยให้ระบบสามารถสร้างข้อมูลเกี่ยวกับระยะห่างและรูปร่างของสภาพแวดล้อมได้ละเอียดขึ้นในบางสถานการณ์
BYD วางระบบนี้ไว้สำหรับรถ DENZA และรถ BYD บางรุ่นที่อยู่ในระดับสูงกว่ารถตลาดทั่วไป
จุดเด่นของระบบอาจประกอบด้วย
- ตรวจจับวัตถุด้วยข้อมูลจากเซ็นเซอร์หลายประเภท
- ประเมินระยะห่างได้ละเอียดขึ้น
- รองรับฟังก์ชันช่วยขับขี่บนทางหลวง
- รองรับระบบช่วยขับขี่ในเมืองในรุ่นและพื้นที่ที่เปิดให้ใช้
- ช่วยจอดรถและเรียกรถในสภาพแวดล้อมที่กำหนด
แต่การมี LiDAR ไม่ได้หมายความว่ารถจะขับเองได้โดยสมบูรณ์ และไม่ได้รับประกันว่าระบบจะตรวจจับวัตถุทุกชนิดได้เสมอ ผู้ขับยังต้องรับผิดชอบต่อการควบคุมรถ
God’s Eye A หรือ DiPilot 600
God’s Eye A เป็นระบบระดับสูงสุดในกลุ่มที่ BYD เปิดตัว โดยติดตั้ง LiDAR สามตัว และมุ่งใช้กับรถระดับหรูของแบรนด์ YANGWANG
ระบบใช้ข้อมูลจากกล้อง เรดาร์ LiDAR และหน่วยประมวลผลสมรรถนะสูงเพื่อรองรับฟังก์ชันช่วยขับขี่ที่ซับซ้อนกว่า DiPilot 100 และ DiPilot 300
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ระดับสูงสุดของ BYD” ไม่ควรถูกตีความว่าเป็น “ขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ” เพราะระบบที่ใช้งานบนถนนสาธารณะยังต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย การอนุมัติของหน่วยงานกำกับดูแล และข้อจำกัดของพื้นที่ให้บริการ
DeepSeek มีบทบาทอย่างไรกับ BYD
DeepSeek เป็นบริษัทพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่จากจีน โดยได้รับความสนใจจากความสามารถด้านการประมวลผลภาษาและการใช้เหตุผลของโมเดล AI
BYD เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์จีนที่ประกาศแผนนำโมเดลของ DeepSeek มาผสานเข้ากับระบบอัจฉริยะในรถ แต่ไม่ควรเขียนว่า DeepSeek เป็น “หัวใจหลักในการควบคุมรถ” หรือเป็นผู้ร่วมสร้าง God’s Eye ตั้งแต่ต้นโดยไม่มีหลักฐานรองรับ
ข้อมูลที่ได้รับการรายงานระบุว่าการผสาน DeepSeek มีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับ
- ระบบสั่งงานด้วยเสียง
- การเข้าใจภาษาธรรมชาติ
- การตอบคำถามที่ซับซ้อนขึ้น
- ระบบผู้ช่วยภายในห้องโดยสาร
- ระบบข้อมูลและความบันเทิง
- การวิเคราะห์บริบทของผู้ใช้
- งานประมวลผล AI บางส่วนที่อาจสนับสนุนระบบรถในอนาคต
แหล่งข่าวระบุว่า BYD พัฒนาระบบ God’s Eye ภายในบริษัท และมีแผนนำโมเดล DeepSeek-R1 มาผสานในภายหลัง โดยบทบาทหลักที่คาดการณ์ไว้ในระยะแรกคือคำสั่งเสียงและระบบ Infotainment แม้อาจถูกนำไปสนับสนุนงาน ADAS บางส่วนในอนาคต
ตัวอย่างประโยคที่ควรใช้
“BYD มีแผนนำโมเดล AI ของ DeepSeek มาผสานกับระบบอัจฉริยะภายในรถ เพื่อยกระดับการโต้ตอบด้วยเสียงและการประมวลผลข้อมูล ขณะที่ระบบช่วยขับขี่ God’s Eye หรือ DiPilot เป็นเทคโนโลยีที่ BYD พัฒนาขึ้นเอง”
ตัวอย่างประโยคที่ไม่ควรใช้
“BYD และ DeepSeek ร่วมกันพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติ God’s Eye ตั้งแต่ต้น”
“DeepSeek เป็นสมองที่ควบคุมการขับรถของ God’s Eye”
“รถที่มี DeepSeek สามารถขับเองได้เต็มรูปแบบ”
ราคาเริ่มต้น 69,800 หยวนหมายถึงอะไร
เมื่อ BYD เปิดกลยุทธ์ Intelligent Driving for All ในประเทศจีน ระบบช่วยขับขี่ระดับเริ่มต้นถูกนำไปติดตั้งในรถหลายรุ่น รวมถึงรถราคาประหยัดอย่าง BYD Seagull ซึ่งมีราคาเริ่มต้นประมาณ 69,800 หยวนในตลาดจีน ณ ช่วงประกาศ
จุดสำคัญของกลยุทธ์นี้คือ BYD ต้องการลดช่องว่างระหว่างรถราคาประหยัดกับรถระดับสูง โดยนำฟังก์ชันช่วยขับขี่ที่เคยพบในรถราคาแพงมาใส่ในรถตลาดวงกว้าง
BYD ประกาศนำระบบดังกล่าวไปใช้กับรถ 21 รุ่นจากหลายแบรนด์ในประเทศจีน และ Seagull เป็นหนึ่งในรุ่นราคาต่ำสุดที่ได้รับ God’s Eye C
อย่างไรก็ตาม ราคา 69,800 หยวนเป็นราคาสำหรับตลาดจีน ไม่ควรแปลงเป็นเงินบาทแล้วนำเสนอเหมือนเป็นราคาจำหน่ายในประเทศไทย เพราะราคาของแต่ละประเทศได้รับผลกระทบจาก
- รุ่นและอุปกรณ์มาตรฐานที่แตกต่างกัน
- ภาษีและมาตรการสนับสนุน
- ต้นทุนขนส่ง
- การผลิตในประเทศ
- การรับประกัน
- บริการหลังการขาย
- อัตราแลกเปลี่ยน
- แคมเปญของผู้จัดจำหน่าย
แนวคิด Intelligent Driving for All
BYD ใช้แนวคิดที่อาจแปลได้ว่า “การขับขี่อัจฉริยะสำหรับทุกคน” โดยมองว่าระบบช่วยขับขี่ในอนาคตควรกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เช่นเดียวกับเข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัย
เป้าหมายคือทำให้เทคโนโลยี เช่น ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน ระบบช่วยรักษาช่องทาง ระบบช่วยเปลี่ยนช่องทาง และระบบจอดรถอัตโนมัติ เข้าถึงรถระดับราคาทั่วไปมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบระบบ ADAS กับเข็มขัดนิรภัยหรือถุงลมนิรภัยเป็น วิสัยทัศน์ของบริษัท ไม่ใช่ข้อสรุปว่าระบบ God’s Eye ได้กลายเป็นมาตรฐานความปลอดภัยตามกฎหมายทั่วโลกแล้ว
BYD God’s Eye ใช้งานในประเทศไทยหรือยัง
จากการตรวจสอบเว็บไซต์ทางการของ RÊVER Automotive ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2026 ยังไม่พบประกาศที่ระบุอย่างชัดเจนว่า รถ BYD ที่จำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยรุ่นใดติดตั้งระบบต่อไปนี้
- God’s Eye A
- God’s Eye B
- God’s Eye C
- DiPilot 100
- DiPilot 300
- DiPilot 600
- Highway Navigation on Autopilot หรือ HNOA
- Memory Navigation on Autopilot หรือ MNOA
- DeepSeek AI ภายในรถ
- ระบบจอดแบบ AVP ตามสเปกจีน
หน้าเว็บไซต์ของรถ BYD ในประเทศไทยระบุระบบช่วยขับขี่เป็นรายฟังก์ชัน เช่น ACC, ICC, AEB, LDP, ELKA, BSD และ RCTA แต่ไม่ได้ใช้ชื่อ God’s Eye หรือ DiPilot 100/300/600 เป็นชื่อแพ็กเกจ
จากข้อมูลที่มีอยู่จึงควรสรุปว่า
รถ BYD ในประเทศไทยมีระบบ ADAS หลายฟังก์ชัน แต่ยังไม่ควรเรียกระบบเหล่านั้นว่า God’s Eye หรืออ้างว่ามีความสามารถเท่ากับรถ God’s Eye สเปกจีน จนกว่าจะมีประกาศอย่างเป็นทางการจาก BYD หรือ RÊVER
การที่รถมี ACC, AEB หรือกล้อง 360 องศาไม่ได้เป็นหลักฐานเพียงพอว่ารถคันนั้นใช้ God’s Eye C เพราะแพ็กเกจ God’s Eye ยังเกี่ยวข้องกับจำนวนและตำแหน่งเซ็นเซอร์ หน่วยประมวลผล ซอฟต์แวร์ แผนที่ ระบบนำทาง และการอนุมัติให้ใช้งานในแต่ละประเทศ
รุ่น BYD ในไทยที่มีระบบ ADAS มีรุ่นใดบ้าง
รถ BYD ที่จำหน่ายในประเทศไทยหลายรุ่นมีระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง แต่ระดับอุปกรณ์แตกต่างกันตามรุ่นย่อย
ตารางต่อไปนี้แสดงตัวอย่างจากข้อมูลบนเว็บไซต์ RÊVER ไม่ใช่การรับรองว่ารุ่นเหล่านี้มี God’s Eye
| รุ่นในประเทศไทย | ตัวอย่างระบบที่หน้าเว็บไซต์ระบุ | สถานะ God’s Eye ในไทย |
|---|---|---|
| BYD ATTO 1 | ACC, ICC, AEB, FCW, LDW, LDP, TSR | ยังไม่พบการประกาศว่าเป็น God’s Eye |
| BYD ATTO 2 | ACC, ICC, AEB, ELKA, LDP และระบบเสริมตามรุ่นย่อย | ยังไม่พบการประกาศว่าเป็น God’s Eye |
| BYD DOLPHIN | ACC Stop & Go, AEB, FCW, BSD, LKA, ELKA | ยังไม่พบการประกาศว่าเป็น God’s Eye |
| BYD ATTO 3 | ระบบ ADAS หลายรายการตามรุ่นย่อย | ยังไม่พบการประกาศว่าเป็น God’s Eye |
| BYD SEAL | ACC, ICC, AEB, ELKA, BSD, FCTA/FCTB | ยังไม่พบการประกาศว่าเป็น God’s Eye |
| BYD SEALION 7 | ACC, ICC, AEB, ELKA, BSD, FCTA/FCTB, DMS | ยังไม่พบการประกาศว่าเป็น God’s Eye |
| BYD M6 | ระบบช่วยขับขี่แตกต่างกันตามรุ่นย่อย | ยังไม่พบการประกาศว่าเป็น God’s Eye |
| BYD SEALION 6 DM-i | ACC, ICC, AEB, LDP, BSD, RCTA/RCTB | ยังไม่พบการประกาศว่าเป็น God’s Eye |
| BYD SEALION 5 DM-i | ACC, ICC, AEB, FCW และระบบอื่นตามสเปก | ยังไม่พบการประกาศว่าเป็น God’s Eye |
| BYD SEAL 5 DM-i | ACC, ICC, AEB, LDP, BSD, RCTA | ยังไม่พบการประกาศว่าเป็น God’s Eye |
ตัวอย่างเช่น BYD ATTO 2 Premium ในไทยมี ACC, ICC, AEB, ELKA, LDP, BSD, RCTA, RCTB และกล้อง 360 องศา ขณะที่รุ่น Dynamic ตัดฟังก์ชันบางรายการออก แต่หน้าเว็บไซต์ไม่ได้ระบุว่าเป็น DiPilot 100 หรือ God’s Eye C
BYD ATTO 1 ในไทยมี ACC, ICC, AEB, FCW, LDW และ LDP แต่ไม่ได้มีประกาศว่าเป็นแพ็กเกจ God’s Eye เช่นกัน
ส่วน BYD SEALION 7 มีระบบช่วยขับขี่ครอบคลุมกว่า เช่น ระบบเตือนและเบรกเมื่อมีรถตัดผ่านด้านหน้า ระบบช่วยรักษาช่องทางฉุกเฉิน และระบบตรวจจับพฤติกรรมผู้ขับขี่ แต่ข้อมูลทางการในไทยยังไม่ได้เรียกระบบนี้ว่า God’s Eye
รถชื่อเดียวกันในจีนและไทยอาจมีระบบไม่เหมือนกัน
ผู้ซื้อควรระวังการดูรีวิวรถจากประเทศจีน เพราะรถชื่อเดียวกันอาจมีความแตกต่างด้านฮาร์ดแวร์และฟังก์ชัน เช่น
- จำนวนกล้องไม่เท่ากัน
- จำนวนเรดาร์ไม่เท่ากัน
- มีหรือไม่มี LiDAR
- ใช้ชิปประมวลผลคนละรุ่น
- มีแผนที่ความละเอียดสูงเฉพาะประเทศ
- ไม่รองรับระบบนำทางอัตโนมัตินอกจีน
- ฟังก์ชันถูกจำกัดตามกฎหมายท้องถิ่น
- ระบบจอดรถอัตโนมัติแตกต่างกัน
- บริการ Cloud และ AI ใช้งานได้เฉพาะบางประเทศ
- การอัปเดต OTA ไม่เหมือนกัน
เว็บไซต์วิเคราะห์ต่างประเทศตั้งข้อสังเกตตั้งแต่ช่วงเปิดตัวว่า รถ BYD ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายนอกจีนอาจไม่ได้รับฟังก์ชัน God’s Eye อย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากข้อกำหนดด้านแผนที่ ข้อมูล กฎหมาย และโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละประเทศ
รถ BYD ในไทยจะอัปเดตเป็น God’s Eye ได้ภายหลังหรือไม่
ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะยืนยันว่ารถที่จำหน่ายไปแล้วในไทยจะสามารถอัปเดตเป็น God’s Eye ผ่าน OTA ได้
การเพิ่มฟังก์ชันขั้นสูงไม่ได้ขึ้นอยู่กับซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีฮาร์ดแวร์รองรับ เช่น
- กล้องตามจำนวนและความละเอียดที่กำหนด
- เรดาร์ตามตำแหน่งที่กำหนด
- LiDAR ในระบบระดับ B หรือ A
- หน่วยประมวลผลที่มีกำลังเพียงพอ
- ระบบตรวจสอบผู้ขับขี่
- ระบบควบคุมพวงมาลัยและเบรกที่รองรับ
- แผนที่และบริการ Cloud
- การรับรองจากหน่วยงานของประเทศนั้น
- ซอฟต์แวร์ที่ผ่านการทดสอบกับสภาพถนนท้องถิ่น
ดังนั้น พนักงานขายหรือบทความไม่ควรรับรองว่า “ซื้อวันนี้แล้วจะได้ God’s Eye ผ่าน OTA แน่นอน” หากไม่มีเอกสารอย่างเป็นทางการระบุรุ่นรถ หมายเลขตัวถัง ฮาร์ดแวร์ และกำหนดการอัปเดต
DeepSeek ใช้งานในรถ BYD ประเทศไทยหรือยัง
ณ วันที่ตรวจสอบ ยังไม่พบประกาศอย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์ RÊVER ว่ารถ BYD รุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยมีผู้ช่วย AI ที่ใช้โมเดล DeepSeek หรือกำหนดอัปเดตให้กับรถรุ่นใด
จึงไม่ควรเขียนว่า
- รถ BYD ในไทยมี DeepSeek แล้วทุกรุ่น
- ระบบสั่งงานเสียงในรถ BYD ไทยใช้ DeepSeek
- DeepSeek ควบคุม ADAS ของรถในไทย
- รถที่ซื้ออยู่จะได้รับ DeepSeek ผ่าน OTA แน่นอน
- DeepSeek ทำให้รถ BYD ไทยขับอัตโนมัติได้
ควรรอประกาศจาก BYD หรือ RÊVER ที่ระบุอย่างน้อย
- รุ่นและรุ่นย่อยที่รองรับ
- ปีผลิตหรือหมายเลขตัวถังที่รองรับ
- ภาษาที่รองรับ
- ฟังก์ชันที่ DeepSeek เข้ามาทำงาน
- การประมวลผลบนรถหรือผ่าน Cloud
- นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล
- กำหนดการเปิดใช้งานในประเทศไทย
ความแตกต่างระหว่าง ADAS ในไทยกับ God’s Eye ในจีน
| ประเด็น | ADAS ที่ระบุในรถไทย | God’s Eye สเปกจีน |
|---|---|---|
| การระบุชื่อระบบ | ระบุเป็นรายฟังก์ชัน เช่น ACC และ AEB | ระบุเป็น God’s Eye A, B หรือ C |
| การใช้ LiDAR | ขึ้นอยู่กับรุ่น แต่รถ BYD ตลาดทั่วไปในไทยยังไม่ประกาศแพ็กเกจ God’s Eye | รุ่น B มี 1 ตัว รุ่น A มี 3 ตัว |
| ระบบนำทางอัตโนมัติ | ยังไม่พบการประกาศ HNOA/MNOA อย่างเป็นทางการ | มีในรุ่นและพื้นที่ที่รองรับ |
| การเปลี่ยนช่องทางตามเส้นทาง | ไม่ควรสรุปว่ามีจาก ACC หรือ ICC เพียงอย่างเดียว | มีในแพ็กเกจและเงื่อนไขที่รองรับ |
| ระบบจอดขั้นสูง | รถบางรุ่นมีกล้องและเซ็นเซอร์ แต่ความสามารถแตกต่างกัน | มีระบบช่วยจอดหลายระดับ |
| DeepSeek | ยังไม่พบการประกาศใช้งานในรถไทย | มีแผนผสานกับระบบ AI ในรถจีน |
| กฎหมายและแผนที่ | ใช้เงื่อนไขของประเทศไทย | พัฒนาสำหรับโครงสร้างพื้นฐานจีน |
| ความรับผิดชอบผู้ขับ | ผู้ขับต้องควบคุมรถ | ผู้ขับยังต้องควบคุมรถ |
จุดเด่นของ God’s Eye
แม้ยังไม่ควรนำมาอ้างกับรถไทย แต่ในเชิงเทคโนโลยี God’s Eye มีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายด้าน
1. แบ่งระดับให้เหมาะกับรถหลายกลุ่ม
BYD ไม่ได้ใช้ฮาร์ดแวร์ราคาแพงแบบเดียวกันในรถทุกคัน แต่แบ่งเป็น DiPilot 100, 300 และ 600 ช่วยให้สามารถติดตั้งระบบช่วยขับขี่ในรถระดับราคาต่างกันได้
2. ใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์หลายชนิด
ระบบระดับสูงสามารถรวมข้อมูลจากกล้อง เรดาร์ และ LiDAR เพื่อลดการพึ่งพาเซ็นเซอร์เพียงชนิดเดียว
3. นำระบบขั้นสูงเข้าสู่รถราคาประหยัด
การติดตั้ง DiPilot 100 ในรถราคาต่ำอย่าง Seagull ถือเป็นการกดต้นทุนระบบช่วยขับขี่และเร่งการแข่งขันในตลาดจีน
4. ใช้ฐานข้อมูลรถจำนวนมาก
BYD มีรถใช้งานจำนวนมากในจีน ซึ่งอาจช่วยให้บริษัทเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาระบบได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้กฎหมายและนโยบายข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
5. มีโอกาสทำงานร่วมกับ AI ภายในห้องโดยสาร
การนำโมเดลอย่าง DeepSeek มาใช้สามารถช่วยให้ผู้ช่วยเสียงเข้าใจภาษาธรรมชาติ บริบท และคำสั่งต่อเนื่องได้ดีขึ้น แต่ต้องพิจารณาเรื่องภาษา การเชื่อมต่อ และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลด้วย
ข้อจำกัดของ God’s Eye และระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ
1. ไม่ใช่ระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ
ผู้ขับต้องดูถนน จับพวงมาลัยเมื่อระบบร้องขอ และพร้อมเข้าควบคุมทันที ระบบอาจยกเลิกการทำงานเมื่อไม่สามารถตรวจจับสภาพแวดล้อมได้อย่างมั่นใจ
2. ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม
ระบบอาจทำงานลดลงเมื่อพบ
- ฝนตกหนัก
- หมอกหนา
- แสงแดดส่องเข้ากล้องโดยตรง
- กล้องหรือเรดาร์สกปรก
- เส้นแบ่งช่องทางไม่ชัด
- ถนนกำลังก่อสร้าง
- รถจักรยานยนต์แทรกระยะใกล้
- วัตถุรูปร่างผิดปกติ
- การตัดหน้ากะทันหัน
- แผนที่หรือ GPS ไม่แม่นยำ
3. ระบบสเปกจีนอาจใช้ในไทยไม่ได้ทันที
ระบบช่วยขับขี่ตามเส้นทางต้องพึ่งพาแผนที่ กฎจราจร รูปแบบป้าย และข้อมูลถนนในพื้นที่นั้น การนำซอฟต์แวร์จากจีนมาใช้ในไทยจึงต้องผ่านการปรับแต่งและทดสอบ
4. ชื่อ God’s Eye อาจทำให้ผู้ใช้คาดหวังสูงเกินจริง
ชื่อทางการตลาดอาจสร้างความรู้สึกว่าระบบมองเห็นทุกอย่าง แต่ไม่มีระบบตรวจจับใดทำงานได้สมบูรณ์ทุกสถานการณ์ นักวิเคราะห์จึงเตือนว่าผู้ใช้ไม่ควรตีความชื่อดังกล่าวเป็นการรับรองความสามารถแบบไร้ข้อผิดพลาด
5. AI ภาษาไม่ใช่สิ่งเดียวกับ AI ควบคุมรถ
โมเดลภาษาขนาดใหญ่อย่าง DeepSeek เหมาะกับการทำความเข้าใจภาษา การตอบคำถาม และการให้เหตุผล แต่การควบคุมรถแบบเรียลไทม์ต้องใช้ระบบตรวจจับและควบคุมที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยเฉพาะ
การมี DeepSeek ในรถจึงไม่ได้แปลว่าระบบจะขับรถได้เก่งขึ้นโดยอัตโนมัติทุกด้าน
6. ต้องพิจารณาความเป็นส่วนตัว
ระบบที่ใช้คำสั่งเสียง กล้องภายในรถ บัญชีผู้ใช้ และ Cloud อาจมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ใช้ควรตรวจสอบว่า
- ข้อมูลใดถูกส่งออกจากรถ
- เก็บข้อมูลไว้ที่ประเทศใด
- สามารถปิดการเก็บข้อมูลได้หรือไม่
- บันทึกเสียงหรือภาพหรือไม่
- ข้อมูลถูกใช้พัฒนาระบบหรือไม่
- ผู้ใช้สามารถขอลบข้อมูลได้อย่างไร
วิธีตรวจสอบว่ารถ BYD ที่กำลังซื้อมี God’s Eye จริงหรือไม่
ไม่ควรตัดสินจากชื่อรุ่นหรือคลิปรีวิวรถจีนเพียงอย่างเดียว ควรขอข้อมูลจากผู้จำหน่ายเป็นลายลักษณ์อักษรดังนี้
- รถคันนี้ใช้ระบบ God’s Eye ระดับใด
- ชื่อระบบในเอกสารสเปกคือ DiPilot 100, 300 หรือ 600 หรือไม่
- มี LiDAR หรือไม่ และติดตั้งกี่ตัว
- รองรับ HNOA หรือ MNOA ในประเทศไทยหรือไม่
- ฟังก์ชันใดเปิดใช้งานได้ในวันรับรถ
- ฟังก์ชันใดเป็นเพียงแผนในอนาคต
- ต้องสมัครบริการรายเดือนหรือไม่
- มีระยะเวลาทดลองใช้หรือไม่
- ระบบทำงานบนถนนประเภทใด
- การรับประกันครอบคลุมเซ็นเซอร์และคอมพิวเตอร์ ADAS อย่างไร
- รองรับ DeepSeek หรือไม่
- ข้อมูลถูกประมวลผลในรถหรือผ่าน Cloud
หากใบเสนอราคา โบรชัวร์ หรือคู่มือรถไม่ได้ระบุชื่อ God’s Eye ไม่ควรถือว่าคำพูดของพนักงานขายเป็นการรับประกันว่ารถมีระบบดังกล่าว
คำถามที่พบบ่อย
BYD และ DeepSeek ร่วมกันพัฒนา God’s Eye หรือไม่
ข้อมูลที่แม่นยำกว่าคือ God’s Eye หรือ DiPilot เป็นระบบช่วยขับขี่ที่ BYD พัฒนาขึ้นเอง ส่วน BYD มีแผนนำโมเดล AI ของ DeepSeek มาเชื่อมต่อกับระบบอัจฉริยะในรถ โดยเฉพาะด้านคำสั่งเสียงและระบบห้องโดยสาร รวมถึงอาจสนับสนุนงาน AI บางประเภทในอนาคต
God’s Eye มีทั้งหมดกี่ระดับ
มี 3 ระดับ ได้แก่ God’s Eye C หรือ DiPilot 100, God’s Eye B หรือ DiPilot 300 และ God’s Eye A หรือ DiPilot 600
God’s Eye C มี LiDAR หรือไม่
ไม่มี LiDAR โดยใช้กล้องหน้าสามตัว กล้องรอบรถ และเรดาร์ ส่วน God’s Eye B มี LiDAR หนึ่งตัว และ God’s Eye A มี LiDAR สามตัว
God’s Eye ขับรถเองได้หรือไม่
ระบบช่วยควบคุมรถในบางสถานการณ์ได้ แต่ยังไม่ใช่ระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ ผู้ขับต้องมองถนนและพร้อมควบคุมรถตลอดเวลา
รถ BYD ในประเทศไทยมี God’s Eye หรือยัง
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2026 ยังไม่พบประกาศอย่างเป็นทางการจาก RÊVER ที่ระบุว่ารถ BYD รุ่นใดในประเทศไทยติดตั้ง God’s Eye A, B หรือ C หน้าเว็บไซต์รถไทยระบุฟังก์ชัน ADAS เป็นรายระบบ แต่ไม่ได้ใช้ชื่อแพ็กเกจ God’s Eye
BYD ATTO 1 ในไทยมี God’s Eye C หรือไม่
แม้ ATTO 1 มีระบบ ACC, ICC, AEB, FCW, LDW และ LDP แต่หน้าเว็บไซต์ประเทศไทยไม่ได้ระบุว่าเป็น God’s Eye C หรือ DiPilot 100 จึงไม่ควรกล่าวว่ามีจนกว่าจะได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ
BYD ATTO 2 ในไทยมี God’s Eye หรือไม่
ATTO 2 มีระบบ ADAS หลายรายการ โดยอุปกรณ์ของรุ่น Premium และ Dynamic แตกต่างกัน แต่ยังไม่พบการระบุชื่อ God’s Eye หรือ DiPilot 100 ในสเปกประเทศไทย
BYD SEALION 7 ในไทยมีระบบช่วยขับขี่อะไร
เว็บไซต์ไทยระบุระบบ เช่น ACC, ICC, AEB, ELKA, BSD, FCTA, FCTB, RCTA และ RCTB แต่ไม่ได้ประกาศว่าเป็น God’s Eye
รถ BYD ไทยจะได้ DeepSeek ผ่าน OTA หรือไม่
ยังไม่มีประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการว่ารถรุ่นใดในไทยจะได้รับ DeepSeek ผ่าน OTA จึงไม่ควรใช้เป็นเงื่อนไขตัดสินใจซื้อจนกว่าจะมีเอกสารระบุรุ่นและกำหนดการชัดเจน
รถราคา 69,800 หยวนมีขายในไทยหรือไม่
ตัวเลขดังกล่าวเป็นราคา BYD Seagull ในตลาดจีนช่วงที่ประกาศกลยุทธ์ God’s Eye ไม่ใช่ราคาจำหน่ายในประเทศไทย และไม่ควรแปลงค่าเงินโดยตรงเพื่อใช้เป็นราคาขายในไทย
สรุป BYD God’s Eye, DeepSeek และสถานะในประเทศไทย
God’s Eye เป็นระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะที่ BYD พัฒนาขึ้นเอง แบ่งเป็นสามระดับ ได้แก่ DiPilot 100 ที่ใช้กล้องและเรดาร์, DiPilot 300 ที่เพิ่ม LiDAR หนึ่งตัว และ DiPilot 600 ที่มี LiDAR สามตัวสำหรับรถระดับสูง
DeepSeek ไม่ควรถูกอธิบายว่าเป็นผู้สร้างหรือสมองหลักของ God’s Eye แต่เป็นโมเดล AI ที่ BYD มีแผนนำมาเชื่อมต่อกับระบบอัจฉริยะภายในรถ โดยเฉพาะคำสั่งเสียง ระบบ Infotainment และการประมวลผล AI บางประเภท
ระบบ God’s Eye ที่เปิดตัวในจีนยังเป็นระบบช่วยขับขี่ซึ่งต้องมีผู้ขับเฝ้าระวัง ไม่ใช่ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ผู้ขับยังต้องรับผิดชอบต่อการควบคุมรถและไม่ควรละสายตาจากถนน
สำหรับประเทศไทย แม้รถ BYD หลายรุ่นจะมีระบบ ADAS ครบถ้วน เช่น ACC, ICC, AEB และระบบช่วยรักษาช่องทาง แต่ ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2026 ยังไม่พบการประกาศอย่างเป็นทางการจาก RÊVER ว่ารถรุ่นใดได้รับแพ็กเกจ God’s Eye A, B หรือ C หรือ DeepSeek AI
ดังนั้น เนื้อหาที่ถูกต้องและไม่ทำให้ผู้ซื้อเข้าใจผิดควรระบุว่า
“เทคโนโลยี God’s Eye และการผสาน DeepSeek เป็นความเคลื่อนไหวสำคัญของ BYD ในตลาดจีน ส่วนรถที่จำหน่ายในประเทศไทยมีระบบ ADAS แตกต่างกันตามรุ่น แต่ต้องตรวจสอบประกาศและเอกสารสเปกของประเทศไทยก่อน ไม่ควรสรุปว่ารถ BYD ไทยทุกรุ่นมี God’s Eye หรือ DeepSeek”
ก่อนซื้อรถ ควรขอเอกสารสเปกฉบับประเทศไทย ทดลองระบบจริง และให้ผู้จำหน่ายยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าฟังก์ชันใดเปิดใช้งานได้ตั้งแต่วันรับรถ ไม่ควรตัดสินใจจากคลิปหรือข้อมูลของรถสเปกจีนเพียงอย่างเดียว
สนใจรถยนต์ BYD สามารถติดต่อ BYD BD Auto Group เพื่อสอบถามสเปกระบบช่วยขับขี่ของแต่ละรุ่น ขอใบเสนอราคา หรือนัดหมายทดลองขับ โดยควรตรวจสอบอุปกรณ์และฟังก์ชันจากรถคันจริงก่อนตัดสินใจ
ติดต่อเรา | จองซื้อ & ทดลองขับ
อยากเป็นเจ้าของหรือสนใจทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้า BYD ติดต่อ BYD BD Auto Group ได้ทุกสาขาพร้อมทีมงานให้คำปรึกษาแบบครบวงจร
- ที่อยู่: 607 ถ.เพชรเกษม ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110 (สาขาหาดใหญ่)
- Facebook: BYD BD Auto Group ตัวแทนจำหน่ายบีวายดีรายใหญ่สุดในภาคใต้
- LINE: @bydbdsongkhla
- เบอร์โทร: 074 805 656 (สาขาหาดใหญ่)
- สาขา: ดูสาขาทั้งหมด
- เว็บไซต์: www.bydbdautogroup.com
- แผนที่: BYD BD Auto Songkhla (สาขาหาดใหญ่)


